โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนไทยกว่า 49% เลี้ยงสัตว์แทนลูก ยอมจ่ายค่าดูแลเฉลี่ยปีละ 1-2 หมื่น/ตัว

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 ม.ค. 2566 เวลา 15.02 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. 2566 เวลา 00.30 น. • The Bangkok Insight

CMMU เผยผลสำรวจล่าสุดปี 2566 พบคนไทยกว่า 49% เลี้ยงสัตว์แทนลูก เผยยอมจ่ายค่าดูแลลูกเฉลี่ย 1-2 หมื่น/ตัว/ปี แนะ "PETSUMER" เอาใจเหล่าทาสสายเปย์

ผศ. ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า ตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตสวนกระแสโควิด-19 เป็นอย่างมาก โดยยูโรมอนิเตอร์ คาดการณ์ว่า ในปี 2569 ตลาดสัตว์เลี้ยงของโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 217,615 ล้านดอลลาร์ หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 7.2%

เลี้ยงสัตว์แทนลูก

ในขณะที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงของไทย จะเติบโตเฉลี่ยปีละ 8.4% มาอยู่ที่ 66,748 ล้านบาทในปี 2569

ทั้งนี้ สอดคล้องกับอัตราการเลี้ยงสัตว์ในไทย จากฐานข้อมูลเพื่อการขึ้นทะเบียนสุนัข-แมว ว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมากในทุกปี แต่อัตราการเกิดของเด็กในไทยตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมาลดลงอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนให้เห็นถึงครอบครัวจำนวนมากที่นิยมเลี้ยงสัตว์แทนลูก เพื่อเติมเต็มครอบครัว

นอกจากนี้ ยังพบว่า มีหลายแบรนด์ เลือกใช้กลยุทธ์ Pet Marketing ในการสื่อสารแบรนด์ถึงกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ โดยใช้ สัตว์เลี้ยง เข้ามาเป็นอัตลักษณ์ส่วนหนึ่งของแบรนด์ เพื่อช่วยในการสื่อสาร และสร้างภาพจำ หรือเพื่อผลประโยชน์ทางการตลาด

ผศ. ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร

ขณะเดียวกัน ยังพบว่า ภาพโฆษณาที่มีทั้งสัตว์และสินค้าอยู่ในโฆษณา จะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อมากถึง 43.82% เพราะสัตว์จะช่วยดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค อีกทั้งยังดูไม่ขายของจนเกินไป

อีกหนึ่งแนวทางการทำการตลาดกับสัตว์เลี้ยง คือ Pet Influencer โดยสัตว์เลี้ยงที่มีอิทธิพลที่สามารถทำให้เกิดประโยชน์ด้านการตลาดทั้งช่วยโปรโมทสินค้า หรือบริการ และมอบความบันเทิงให้ผู้ติดตาม แถมความน่ารักจะช่วยดึงดูดผู้ติดตามทั่วโลกออนไลน์ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

ด้าน นายพัชรพันธุ์ เทียนศิริ นักศึกษาปริญญาโท วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า ซีเอ็มเอ็มยู ได้สำรวจกลุ่มตัวอย่างโดยการตอบแบบสอบถาม จำนวน 1,046 คน และสำรวจกลุ่มตัวอย่างโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 100 คน

จากผลสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างมักจะเลี้ยงสัตว์แทนลูก (Pet Parent) 49% เลี้ยงสัตว์เพื่อสถานะทางสังคม (Pet Prestige) 34% และเลี้ยงสัตว์เพื่อช่วยเหลือและบำบัดรักษา (Pet Healing) 18%

สำหรับประเภทสัตว์เลี้ยงที่มีมากที่สุด ได้แก่ สุนัข 40.4% แมว 37.1% และสัตว์เอ็กโซติก 22.6%

พัชรพันธุ์ เทียนศิริ

ขณะที่ 39.3% ของกลุ่มตัวอย่าง มีค่าใช้จ่ายอาหารสัตว์ต่อเดือนอยู่ที่ 1,001 – 2,000 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายในการดูแลเสมือนลูกทั้งสุนัขและแมวเฉลี่ยอยู่ที่ 14,200 บาท/ตัว/ปี และบริการยอดฮิตที่เหล่าทาสเลือกใช้งานมากที่สุด คือ อาบน้ำตัดขนถึง 61%

จากข้อมูลดังกล่าว จึงพัฒนาออกมาเป็นกลยุทธ์ PETSUMER ให้นักการตลาดไว้ใช้มัดใจทาสสายเปย์ ดังนี้

กลยุทธ์ทางด้านสินค้าและบริการ

  • Personalization ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้าน
  • Easy Access ความสะดวกและเข้าถึงง่าย คือ หัวใจ
  • Trustworthiness มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ น่าไว้วางใจ
  • Social Influence อิทธิพลจากคนในสังคมสำคัญต่อการตัดสินใจ

กลยุทธ์ด้านการสื่อสาร

  • Uniqueness สร้างเอกลักษณ์ให้โดดเด่น และเป็นที่จดจำ
  • Mental Support การสื่อสารโดยใช้สัตว์เพื่อคลายเครียด
  • Engagement สร้างความผูกพันกับลูกค้าจนเกิด Loyalty
  • Rights ให้ความสำคัญกับสิทธิของสัตว์เลี้ยง

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ได้จัดกิจกรรมสัมมนา หัวข้อ PETSUMER MARKETING เจาะอินไซต์ โดนใจทาสสายเปย์ โดยได้รับเกียรติจากผู้คร่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยง มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...