โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปล่อยพลังลบให้จบพร้อมปีเก่า ให้อภัยด้วยหลักการ REACH และเริ่มต้นปีใหม่ด้วยใจที่เป็นสุข

Mission To The Moon

เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2565 เวลา 12.00 น.

‘ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่’ เป็นวลีที่ทุกคนคุ้นหูเป็นอย่างดี เพราะช่วงเวลาสิ้นปีเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุด และเป็นช่วงเวลาที่ช่วยกระตุ้นให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมได้ง่ายขึ้น หลายคนจึงถือโอกาสทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา เพื่อเลือกที่จะตัดสิ่งไม่ดีในชีวิตของเราออกไป แล้วเริ่มต้นปีใหม่ได้อย่างมีความสุข
.
ในปีนี้ หลายคนอาจเลือกตัดความทุกข์ ความเศร้า หรือความกลัวออกไปจากชีวิต แต่เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะตัด ‘ความโกรธแค้น’ ออกไปได้ และเลือกที่จะเก็บมันเอาไว้ เพราะไม่สามารถที่จะ “ให้อภัย” กับสิ่งเหล่านั้นได้
.
หากความโกรธแค้นเป็นหนึ่งปัจจัยที่ฉุดรั้งชีวิตของเราให้จมอยู่กับความเจ็บปวด และการให้อภัยก็เป็นเรื่องยากเกินกว่าที่จะยอมรับได้ ลองเปิดใจเรียนรู้ “การให้อภัยด้วยหลักการ REACH” ปลดปล่อยพลังงานลบให้จบไปพร้อมกับปีเก่าไปด้วยกัน
.
.
ทำไมการให้อภัยถึงเป็นเรื่องยากต่อจิตใจเหลือเกิน?
.
เมื่อตัวเราเกิดความรู้สึก ‘เจ็บปวด’ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ชื่อว่า ‘อะดรีนาลีน’ หรือฮอร์โมนแห่งความโกรธ ออกมามากกว่าปกติ ทำให้หัวใจบีบตัวและความดันเลือดสูงขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการต่อสู้หรือป้องกันตัว แต่เมื่อเราเจ็บปวดมากจนกลายเป็น ‘ความโกรธแค้น’ ความรู้สึกนี้จะส่งผลร้ายต่อร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณของเราในระยะยาว
.
ความรู้สึกเจ็บปวดอาจเกิดจากประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำในชีวิต เช่น การทะเลาะเบาะแว้ง การถูกหักหลัง หรือถูกทำลายความไว้วางใจที่มีต่อผู้อื่น เราจึงเกิดความรู้สึกยึดติดกับเหตุการณ์เหล่านั้นจนไม่สามารถปล่อยวางหรือให้อภัยได้
.
เหตุผลที่การให้อภัยเป็นเรื่องยาก เป็นเพราะเราเชื่อว่าหากเลือกให้อภัยในเรื่องที่ทำให้ตัวเองต้องเจ็บปวดแล้ว ก็เท่ากับว่าความผิดเหล่านั้นไม่เคยเกิดขึ้น และการให้อภัยนั้นจะถือเป็นผลประโยชน์ของผู้ที่ทำให้เราต้องเจ็บปวด ซึ่งเป็นการทรยศต่อความรู้สึกของตัวเอง
.
.
การให้อภัยไม่ใช่การลบความเจ็บปวดให้หายไป แต่เป็นการ ‘ปลดปล่อย’ ตัวเองให้เป็นอิสระ
.
การให้อภัยไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้น หรือเป็นการปล่อยให้ผู้อื่นเข้ามาทำร้ายความรู้สึกของเราได้อีก แต่การให้อภัยคือการปลดปล่อยตัวเองออกจากอดีตอันเจ็บปวด และเป็นการรักษาสิทธิ์ที่มีต่อความรู้สึกของตัวเราได้อย่างแท้จริง
.
นอกจากการให้อภัยจะส่งผลดีต่อภาวะทางอารมณ์และจิตใจแล้ว ยังถือเป็นการฟื้นฟูการทำงานของร่างกายจากระดับความเครียด การบีบตัวของหัวใจ และความดันโลหิตที่ลดลง กระบวนการเหล่านี้จะช่วยรักษาบาดแผลที่เกิดจากความโกรธแค้นได้
.
.
เรียนรู้ที่จะให้อภัยและก้าวต่อไปด้วยความสุข ด้วยหลักการ “REACH”
.
นักจิตวิทยาคลินิก เอเวอเร็ตต์ เวิร์ธธิงตัน ได้เสนอหลักการ “REACH” การเรียนรู้ที่จะให้อภัย และปล่อยให้หัวใจเป็นอิสระ มาลองทำไปพร้อมกันเลย
.
[ ] R : RECALL
ในขั้นแรก ให้เรากำหนดลมหายใจเข้าออกลึกๆ รับรู้ถึงความคงที่ของความรู้สึกตัวเอง และลอง ‘ทวนความทรงจำ’ ที่ฝังลึกอยู่ภายในจิตใจด้วยความเป็นกลาง เพื่อให้เชื่อมต่อกับอารมณ์และความเจ็บปวดเหล่านั้นโดยไม่เป็นการโจมตีจิตใจของตัวเอง
.
[ ] E : EMPATHISE
ให้เราตระหนักถึงสาเหตุแห่งความเจ็บปวด และพิจารณาประสบการณ์ทั้งจากมุมมองของตัวเราเองและผู้อื่นด้วย ‘ความเข้าอกเข้าใจ’ เพื่อให้เรามองเห็นบทเรียนที่ได้รับจากเรื่องราวเหล่านั้น และสามารถหลุดพ้นออกจากความเจ็บปวดได้
.
[ ] A : ALTRUISTIC
เมื่อปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากอดีตแล้ว ความโกรธแค้นในจิตใจของเราจะผ่อนคลายลง และความรู้สึก ‘เห็นแก่ผู้อื่น’ จะค่อยๆ เข้ามาแทนที่ และไม่จำเป็นต้องรีบร้อนในขั้นตอนนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะสามารถให้อภัยผู้อื่นได้โดยปราศจากความเสียใจ หากยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ยาก ให้เริ่มต้นจากการนึกถึงเหตุการณ์ที่คุณเป็นฝ่ายผิด และได้รับการให้อภัยจากการที่ผู้อื่นเห็นแก่ความรู้สึกของคุณเช่นกัน
.
[ ] C : COMMITMENT
ไม่ใช่แค่การเข้าใจถึงเหตุผล แต่เราต้องมี ‘ความมุ่งมั่น’ ที่จะให้อภัยด้วย เพราะความมุ่งมั่นจะช่วยให้เราถ่ายทอดการให้อภัยออกมาเป็นคำพูดและการกระทำ เมื่อเราแสดงความรู้สึกออกไปได้อย่างชัดเจนแล้ว ร่างกายและจิตใจของเราก็จะสามารถยอมรับการให้อภัยนั้นได้อย่างแท้จริง
.
[ ] H : HOLDING
สุดท้ายนี้ ‘การยึดมั่น’ ต่อการให้อภัยนั้น คือการยึดมั่นในการตัดสินใจอันกล้าหาญของตัวเอง สิ่งนี้จะช่วยปกป้องจิตใจจากความทรงจำอันเจ็บปวดที่อาจหลงเหลืออยู่ได้ และขอให้จำไว้เสมอว่า เพื่อให้ชีวิตเดินต่อไปข้างหน้า เราจำเป็นต้องปล่อยวางอดีต
.
.
เราพร้อมที่จะให้อภัยแล้ว
.
เมื่อความโกรธแค้นหมดไป หัวใจก็จะเบาลง เมื่อเรายอมรับการให้อภัย ก็เท่ากับว่าเราสามารถนำอำนาจแห่งการควบคุมชีวิตของตัวเองกลับคืนมาได้แล้ว และเราพร้อมที่จะต้อนรับสิ่งดีๆ ในช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์
.
.
อ้างอิง
- The Power Of Forgiveness And How Happy People Manage To Unleash It : Paloma Cantero-Gomez, Forbes : https://bit.ly/3VY7FzO
- How to forgive someone who has hurt you (Step-by-step guide) : Patricia Young, Lifehack : https://bit.ly/2QrPv8b
.
#selfdevelopment
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...