โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ตุลา" ลูกช้างป่า มีแผลที่ปาก และถ่ายเหลว จนท.ตรวจพบเชื้อไวรัส EEHV type 4 ดูแลใกล้ชิด ตลอด 24 ชม.

สวพ.FM91

อัพเดต 30 ธ.ค. 2565 เวลา 20.28 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2565 เวลา 16.59 น.

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ทีมสัตวแพทย์ได้พบอาการของลูกช้างป่า(ตุลา) มีอาการเป็นรอยแผลที่ปลายลิ้นภายในช่องปาก และมีอาการขับถ่ายเป็นครีมเหลว จึงได้ทำการเก็บตัวอย่างเลือดและตัวอย่างรอยแผลของลิ้นของลูกช้างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

ต่อมาวันที่ 28 ธันวาคม 2565 รายงานสุขภาพของลูกช้างป่า ตั้งแต่เวลา 6.00 น. วันที่ 27 ธันวาคม 2565 จนถึงเวลา 6.00 น. วันที่ 28 ธันวาคม 2565 กินนมทั้งหมด 26 ครั้ง จำนวน 12.65 ลิตร นอนหลับต่อครั้งประมาณ 10 นาที - 2 ชั่วโมงครึ่ง การขับถ่ายถี่ ลักษณะเหลวใกล้เป็นน้ำโดยเฉพาะช่วงกลางคืน จึงประสานสัตวแพทย์จากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่2 (กระบกคู่) เข้ามาช่วยดูอาการ ปรับสูตรการให้นมและเก็บอุจจาระส่งตรวจ แต่ยังร่าเริง ไม่มีอาการซึม อุณหภูมิร่างกายอยู่ที่ 36.3 - 37.0 องศาเซลเซียส ทำการเสริมวิตามินบีรวมและวิตามินซี ทำการปรับปริมาณน้ำชงนม

ทางทีมแพทย์ได้รับรายงานผลการตรวจเบื้องต้นจากการตรวจโรค EEHV ดังนี้

1. ในตัวอย่างเลือด ให้ผลปรากฎเป็นลบต่อเชื้อ EEHV

2. ส่วนในตัวอย่างจากรอยแผลของลิ้น ให้ผลปรากฏเป็นบวกต่อ เชื้อ EEHV type 4

ซึ่งในการนี้ ทางห้องปฎิบัติการจะทำการตรวจซ้ำเพื่อยืนยันผลจากตัวอย่างรอยแผลของลิ้นอีกครั้ง ในระหว่างการนี้ ทีมสัตวแพทย์จะดำเนินการเริ่มให้ยาต้านไวรัสเพื่อควบคุมเชื้อ เสริมวิตามินบำรุงร่างกาย และจะทำการดูแลอย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง และจะดำเนินการเก็บตัวอย่างทั้งเลือดและตัวอย่างสวอปในช่องปากและก้นส่งตรวจซ้ำอีกครั้งเพื่อติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 29 ธันวาคม 2565 สุขภาพโดยรวม "ตุลา" ดีขึ้นแล้ว หลังตรวจพบเชื้อ EEHV type 4 ทีมสัตวแพทย์ให้ยาต้านไวรัส พร้อมเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด

สัตวแพทย์เริ่มให้ยาต้านไวรัสแก่ "น้องตุลา" หลังจากทีมสัตวแพทย์ตรวจพบเชื้อ EEHV type 4 จากตัวอย่างที่เก็บจากแผลบริเวณลิ้นส่งตรวจ นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กล่าวว่า ตอนนี้น้องได้รับยาชนิดกินและเตรียมให้ยาชนิดฉีดซึ่งออกฤทธิ์ได้รวดเร็ว ตอนนี้อาการที่พบคือ น้องมีแผลที่ลิ้นและท้องเสีย ทั้งนี้สัตวแพทย์ได้เฝ้าระวังเชื้อ EEHV หรือเฮอร์ปีส์มาโดยตลอด แม้ตรวจไม่พบเชื้อในตอนแรก เพียงแต่สงสัยว่า อาจมีเชื้อแฝงอยู่ จากการตรวจล่าสุด ไม่พบเชื้อในเลือด เป็นสัญญาณดีที่ยังไม่ติดเชื้อในกระแสเลือด ทีมสัตวแพทย์ที่ดูแลวินิจฉัยได้รวดเร็วและรักษาโดยทันที

ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญต่อการไม่ให้ลูกช้างเกิดภาวะเครียดที่จะส่งผลให้ภูมิคุ้มกันตกมาโดยตลอดโดยวันนี้สัตวแพทย์ทำการปรับช่วงการให้นม เป็นกินนมทุก 2 ชั่วโมง ระหว่างนั้นให้กินเกลือแร่แทนและให้ยาขับลมชนิดน้ำ เพื่อช่วยลดอาการถ่ายเหลว และปรับสมดุลลำไส้นอนหลับต่อครั้งประมาณ 40 นาที - 2 ชั่วโมงครึ่ง การขับถ่ายมีความถี่น้อยลงแล้ว แต่ลักษณะยังเป็นครีมเหลวสีเทานมอยู่ เนื่องจากผลการตรวจโรค EEHV ให้ผลบวกต่อ EEHV type 4 จึงเริ่มทำการให้ยาต้านไวรัส และเสริมวิตามินซี แต่ยังไม่มีอาการซึม ไม่มีไข้ อุณหภูมิร่างกายอยู่ที่ 36.2-36.6 องศาเซลเซียส ห่มผ้า คลุมคอกกันลม และจุดไฟเพื่อเพิ่มความอบอุ่นตลอดทั้งคืนและช่วงเช้า ช่วงอากาศร้อนใช้การเปิดพัดลมช่วย ช่วงนี้งดเดินออกกำลังกาย และต้องดูแล สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

สำหรับเชื้อไวรัสชนิดนี้พบได้เฉพาะในช้าง ทั้งช้างเอเชีย (Elephas maximus) และช้างแอฟริกา (Loxodonta africana) ปัจจุบันพบว่าไวรัสมี 8 ชนิดย่อย ได้แก่ 1 1A 1B 2 3 4 5 และ 6 โดยช้างเอเชียจะพบชนิด 1 1A 1B 3, 4 และ 5 เชื้อ EEHV type 4 จะส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารด้วย ทำให้ช้างมีอาการท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด โรคนี้มีความรุนแรงมากในช้างอายุต่ำกว่า 15 ปี พบอัตราการตายสูงถึง 85% ทั้งนี้ทางห้องปฏิบัติการจะตรวจซ้ำเพื่อยืนยันผลจากตัวอย่างรอยแผลของลิ้นอีกครั้ง

เครดิต NuNa Silpa-archa , ประชาสัมพันธ์กรมอุทยานแห่งชาติฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...