โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อดีตขรก.ร้องตรวจสอบสถานธรรมชาวจีนไต้หวัน หวั่นฟอกเงิน ทั้งปลูกฝังความเชื่อประหลาดทำครอบครัวแตกแยก

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2565 เวลา 04.15 น.

อดีต ขรก.และผู้เคยเข้าร่วมปฏิบัติธรรมที่สถานธรรมชาวจีนไต้หวัน ร้องตรวจสอบเส้นทางการเงินหวั่นเข้ามาฟอกเงิน ทั้งมีพฤติกรรมเผยแพร่ปลูกฝังความเชื่องมงาย ใครเข้าร่วมจะมีบัตรผ่านขึ้นสวรรค์ฉุดช่วยดวงวิญญาณบรรพชน 7 ชั้นลูกหลาน 9 ชั่วคน หลายคนหลงเชื่อทำครอบครัวแตกแยก

(14 ธ.ค.65) นายสมชาย (นามสมมติ) อดีตข้าราชการชาวจังหวัดบุรีรัมย์ และประชาชนที่เคยเข้าร่วมปฏิบัติธรรมยังสถานธรรมสายฟาอีแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีชาวจีนไต้หวันเป็นผู้ก่อเหตุและดูแล ได้ร้องเรียนให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจสอบพาสปอร์ตและจุดประสงค์ว่าเข้ามาในประเทศไทยเพื่ออะไร รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินของสถานธรรมดังกล่าว

เพราะอาจจะมีการก่อตั้งสถานธรรมเพื่อฟอกเงินจากการทำธุรกิจสีเทาหรือไม่ ทั้งยังมีพฤติกรรมเรียกรับเงินจากผู้ที่หลงเชื่อเข้าร่วมปฏิบัติธรรมหรือรับฟังธรรมะเดือนละหลายล้านบาท ทั้งสำคัญยังมีการปลูกฝังเผยแพร่ความเชื่อที่ผิดแปลกงมงายเหนือธรรมชาติ โดยจะมีเตี๋ยนฉวนซือซึ่งเป็นชาวจีนไต่หวันมาทำพิธีใช้นิ้วจิ้มลักษณะเป็นการเจิมระหว่างคิ้ว เพื่อเปิดจุดญาณทวาร

โดยอ้างว่าจะทำให้หลุดพ้นจากการเวียนไหว้ตายเกิดทั้งหมด ทั้งยังสามารถฉุดช่วยบรรพชน 7 ชั้นที่ล่วงแล้ว และดวงวิญญาณลูกหลาน 9 ชั่วอายุคนให้หลุดพ้นด้วย โดยทุกคนที่ผ่านการทำพิธีจะมีบัตรผ่านขึ้นสวรรค์ไม่ต้องตกนรกหมกไหม้

ทั้งยังบอกให้คนที่เข้าร่วมปฏิบัติธรรมว่า ถ้าครอบครัวไหนไม่เห็นด้วยสถานธรรมมีที่พักให้ มีอาหารให้กินไม่ต้องง้อครอบครัว จนทำให้หลายคนทั้งที่เป็นข้าราชการ และประชาชนทั่วไปหลงเชื่อเข้าร่วมสูญเสียเงินทอง และเกิดปัญหาแตกแยกหลายครอบครัว เพราะเขาจะโน้มน้าวให้เชื่อเฉพาะสิ่งที่เขาสอนห้ามเชื่ออย่างอื่นเด็ดขาด หากใครไม่ทำตามก็เอานรกสวรรค์มาขู่ให้กลัว ซึ่งต่างจากศาสนาพุทธที่สอนให้รักครอบครัว แต่ก็มีหลายคนที่เข้าไปสัมผัสแล้วรู้ว่าสิ่งที่เขาสอนไม่เป็นจริงจึงถอดตัว จากพฤติกรรมของชาวจีนไต้หวันกลุ่มดังกล่าวเกรงว่าจะมาหลอกให้คนไทย หลงเชื่องมงายในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง อีกทั้งอาจจะเปิดสถานธรรมบังหน้าเพื่อฟอกเงินหรือไม่ ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบด้วย เพราะทราบว่าปัจจุบันชาวจีนไต้หวันมีการก่อตั้งสถานธรรมในลักษณะดังกล่าวหลายจังหวัดภาคอีสาน ในส่วนจ.บุรีรัมย์ก็มี 2 แห่ง คือ อ.เมือง และ อ.นางรอง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...