โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เก็บภาษีขายหุ้น กระทบใคร เอฟเฟ็กต์หุ้นกลุ่มไหนบ้าง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ธ.ค. 2565 เวลา 07.04 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2565 เวลา 06.40 น.
Photo by Julio Cesar AGUILAR / AFP

หลังจากรัฐบาลไฟเขียวให้กระทรวงการคลัง เก็บภาษีขายหุ้น หรือ Financial Transaction Tax ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีการจัดเก็บตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2566 เป็นต้นไปนั้น ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา

บล.เอเซีย พลัส ชี้กระทบหุ้น 3 กลุ่ม

โดยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ประเมินว่า การที่รัฐจะเริ่มเก็บภาษีขายหุ้น ที่อัตรา 0.05% ช่วงไตรมาส 2-4 ปี 2566 นั้น ในแง่รายได้รัฐบาล อาจจะเก็บได้เพิ่มขึ้นประมาณ 6,500 ล้านบาท (อ้างอิงจากมูลค่าซื้อขายปี 2565F ต่อปี 14.4 ล้านล้านบาท)

อย่างไรก็ดี จะทำให้ความน่าสนใจในการลงทุนลดลง เนื่องจาก Transaction cost ที่สูงขึ้น อาจจะไม่สอดรับกับ Market Cap. ตลาดที่ใหญ่ขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นใหม่ ๆ ได้ และน่าจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันตลาดหุ้นโลกลดลง และมูลค่าการซื้อขายหดตัวลง อาจจะส่งผลให้การเรียกเก็บภาษีในระยะยาวมีโอกาสลดลง

ทั้งนี้ บล.เอเซีย พลัส ชี้ว่า มีหุ้น 3 กลุ่มที่จะได้รับผลกระทบ ได้แก่

  • หุ้นโบรกเกอร์ (Broker)
  • หุ้นขนาดเล็กที่ Valuation แพง มีการซื้อขายหนาแน่น
  • หุ้นที่มีสัดส่วนการใช้ Margin สูง

บล.กสิกรฯ คาดฉุดธุรกรรม “TFEX-DW”

ขณะที่ “สรพล วีระเมธีกุล” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย ระบุว่า ภาษีประเภทนี้ หลายประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีการจัดเก็บ แต่ประเทศที่กำลังพัฒนาจะไม่จัดเก็บ ซึ่งไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา

โดยผลกระทบจากการเก็บภาษีนี้ ส่วนแรกจะตกอยู่กับโบรกเกอร์ที่มีรายได้ค่าธรรมเนียมจาก TFEX (ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) กับ DW (ตราสารอนุพันธ์) โดยปัจจุบันโบรกเกอร์ 20-30 แห่ง จะคิดค่าธรรมเนียม หรือค่าคอมฯ แตกต่างกันไป โดยบางบริษัทเก็บประมาณ ล้านละ 600-700 บาท หรือบางบริษัทก็เก็บประมาณล้านละเกือบ 2,000 บาท แต่ค่าเฉลี่ยจะอยู่ประมาณล้านละ 1,100 บาท ซึ่งหากเก็บภาษีนี้เต็มที่ที่ 0.11% ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป ก็จะทำให้นักลงทุน เวลาขายหุ้นต้องจ่ายค่าคอมฯ เพิ่มเป็นล้านละ 2,200 บาท หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัว

อีกส่วนคือ จะทำให้ AI trading หรือกลุ่ม high-frequency trading เข้ามาเล่นในตลาดได้ยากขึ้น จากมูลค่าการซื้อขายของตลาดที่จะลดลง เนื่องจากภาษีจะลดแรงจูงใจในการเทรดของนักลงทุนประเภทนี้

“สรพล” กล่าวอีกว่า หุ้นขนาดกลางหรือขนาดเล็กบางตัว ที่มีแรงจูงใจในการทำราคา ที่ไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นพื้นฐาน อาจจะทำได้ยากขึ้น

“การเก็บภาษีนี้ มีการทำสถิติข้อมูลในหลาย ๆ ประเทศออกมาแล้ว ว่าไม่ได้ทำให้ตลาดหุ้นขึ้นหรือลง แต่จะส่งผลให้ความผันผวนของตลาดหุ้นลดลง ฉะนั้นธุรกรรม จะไปกระทบ TFEX กับ DW เยอะกว่า” นายสรพลกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...