โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวพุทธสะเทือนใจ พระพุทธรูป สมัยอยุธยา ถูกโจรลอบตัดเศียร

อีจัน

อัพเดต 22 พ.ย. 2565 เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2565 เวลา 09.07 น. • อีจัน

22 พ.ย. 65 ที่จังหวัดราชบุรี มีรายงานว่า ที่ วัดใหญ่อ่างทอง นั้น วิหารอุโบสถหลังเก่าที่มีลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคาลดชั้น เครื่องไม้มุงกระเบื้อง ด้านข้างมีชายคาปีนกคลุม มีเสาปูนสี่เหลี่ยมรองรับโครงหลังคาโดยรอบ ที่หัวเสามีจารึกนามผู้บริจาคเงินสร้าง บริเวณหน้าบันประตูทางเข้ามีการเขียนข้อความไว้ว่า “ซ่อมแซม พ.ศ.2470” สภาพเก่าทรุดโทรม เผยให้เห็นผนังที่ผุพังจนเห็นอิฐเก่าโบราณ บางจุดมีตะไคร่น้ำเกาะอยู่บริเวณเสาด้านข้างหลายต้น หลังคาผุพังมีรอยโหว่เป็นรูหลายแห่ง

ส่วนด้านหลังมีรากต้นโพธิ์และต้นไทรเลื้อยเข้าไปภายในโบสถ์เก่า จนทำให้ผนังและหลังคาแตกร้าว

พระอธิการสมยศ ยโสธโร เจ้าอาวาสวัด ได้นำกุญแจมาเปิดประตูไม้สักโบราณ ให้ทีมข่าวเข้าไปดู ก็พบเห็นพระพุทธรูปโบราณเก่าแก่องค์ใหญ่ อายุหลายร้อยปี สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นศิลปะอยู่ในสมัยอยุธยาช่วงพุทธศตวรรษที่ 22 - 23 โดยเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ลักษณะสร้างด้วยเนื้อปูนปั้นลงรักปิดทองเก่าโบราณทั้งองค์ ประดิษฐานอยู่ด้านในจำนวน 2 องค์ และยังมีพระพุทธรูปเนื้อโลหะปางมารวิชัยที่อยู่ด้านหน้าอีก 1 องค์

ส่วนด้านข้างมีพระโมกคัลลา – พระสารีบุตร ล้มแตกหักเสียหายทั้ง 2 องค์ และยังพบพระพุทธรูปองค์กลางถูกขโมยเข้ามาตัดเศียรหายไป จนเป็นที่สะเทือนใจของผู้พบเห็น และชาวพุทธเป็นอย่างมาก

นายฐปณวัฒน์ พูนพิทักษ์สกุล เปิดเผยว่า จริง ๆ แล้วมาทราบกันทีหลังว่าพระพุทธรูปถูกตัดเศียรหายไป คาดว่าน่าจะโดนตัดมากว่า 10 ปีแล้ว เพราะเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันมาจำพรรษาอยู่ประมาณปี 2553 ซึ่งช่วงนั้นเศียรพระถูกตัดไปแล้ว หรือราว ๆ 12 – 15 ปี ล่วงมาแล้ว แม้รู้ว่าโดนตัดเศียรพระนานแล้วแต่ไม่มีงบประมาณในการบูรณะใหม่

ต่อมามีผู้ใจบุญมาพบเห็นจึงอยากมาร่วมทำบุญและมาติดต่อวัด เพื่อขออนุญาตต่อเศียรพระ ซึ่งหลวงพ่อก็อนุญาต เพราะถือเป็นสิ่งที่ดีให้คนมาสักการะบูชา แต่หากบูรณะใหม่แล้ว ก็ยังพบปัญหาหลังคาเก่ามีรอยรั่วอยู่ เกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อการบูรณะองค์พระ เพราะหากหลังคายังรั่วอยู่ก็จะทำให้องค์พระเสื่อมโทรมได้อีก จึงต้องอาศัยผู้ใจบุญในหมู่บ้านช่วยกัน เนื่องจากองค์พระเป็นศิลปะเก่าแก่

สำหรับโบสถ์นี้มีอายุไม่ต่ำกว่า 150 ปี สืบค้นจากคนที่มีอายุมากที่สุดในหมู่บ้านมีอายุ 90 ปีเศษ ไม่รู้ว่าโบสถ์หลังนี้สร้างมาตอนไหน เพราะเกิดมาก็เห็นอยู่แล้ว และได้รับการบูรณะใหม่เมื่อ พ.ศ. 2470 เป็นการซ่อมแซมครั้งที่ 1 และมีโบสถ์ใหม่ขึ้น ทำให้โบสถ์แห่งนี้ถูกปิดไว้เพราะเจอปัญหาเวลาฝนตกจะมีน้ำไหลเข้ามาด้วย เจ้าอาวาสองค์ก่อนจึงได้สร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้น ทำให้อุโบสถหลังนี้ถูกปิด และมาโดนตัดเศียรพระออกไปตอนไหนก็ไม่รู้ นายฐปณวัฒน์ กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...