ไซเบอร์รวบขบวนการสแกมเมอร์ 2 เครือข่ายใหญ่ ถอนเงินเหยื่อซื้อทองอำพรางเส้นเงินส่งบอสจีน
ตำรวจไซเบอร์ แถลงปฏิบัติการรวบ 5 ขบวนการสแกมเมอร์ ตัดวงจรสองเครือข่ายใหญ่ มีทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรข่มขู่หลอกลวงนักศึกษาโอนเงิน กว่า 2 ล้านบาท ถอนเงินเหยื่อซื้อทองอำพรางเส้นเงินส่งบอสจีน และหลอกให้เข้าร่วมกิจกรรมแลกรับส่วนลดซื้อต้นมะกอกโอลีฟ สูญเงินกว่า 6 ล้านบาท
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 พ.ย.69 ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี2 (บก.สอท.2) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. มอบหมายให้ พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองจเรฯ ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ที่ปรึกษา บช.สอท. พ.ต.อ.ขจร อบทอง รอง ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.มนต์ชัย บุญเลิศ ผกก.2 บก.สอท.2 พ.ต.อ.วิศรุตม์ จันทร์สุวรรณ ผกก.1 บก.สอท.2 ร่วมกันแถลงปฏิบัติการรวบ 5 ขบวนการสแกมเมอร์ ตัดวงจรสองเครือข่ายใหญ่
พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบช.สอท. กล่าวว่า ในปฏิบัติการแรก สืบเนื่องจากเมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พ.ต.อ.มนต์ชัย บุญเลิศ ผกก.2 บก.สอท.2 นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน กก.2 บก.สอท.2 นำกำลังเปิดปฏิบัติการ “จับเงาเหนือบัญชีม้า” จนสามารถจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 8 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น โทรศัพท์มือถือ จำนวน 8 เครื่อง, บัตร ATM จำนวน 22 ใบ และสมุดบัญชีธนาคารอีกจำนวนหนึ่ง หลังพบร่วมขบวนการควบคุมบัญชีม้าหน้าใหม่ ตระเวนถอนเงินสดหน้าเคาน์เตอร์ธนาคารแล้วนำเงินสดมามอบให้ผู้ทำหน้าที่คุมบัญชีม้า ก่อนฝากเงินสดเข้าตู้รับฝากเงินเพื่ออำพรางแหล่งที่มา โดยพบว่ามีการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการใหญ่ ตั้งแต่ผู้สั่งการผู้ควบคุมเจ้าของบัญชีม้า ผู้รับและนำเงินไปฝากต่อ ตลอดจนการจัดคนขับรถรับส่ง และคอยสังเกตการณ์ตามจุดนัดหมาย เช่น ธนาคาร ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และอื่นๆ ในพื้นที่หลายจังหวัด โดยมียอดเงินโอนเข้าบัญชีตั้งแต่บัญชีละ 100,000 – 1,000,000 บาทต่อวัน
ต่อมา ได้ทำการสืบสวนขยายผลกรณีดังกล่าวกระทั่งพบการเชื่อมโยงไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกกลุ่มหนึ่ง ที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือรายหนึ่ง และตำรวจ สภ.เมืองระนอง หลอกลวงว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ก่อนโทรข่มขู่หลอกลวงเหยื่อนักศึกษาให้โอนเงิน รวมความเสียหายจำนวนกว่า 2 ล้านบาท
ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ามีกลุ่มผู้ควบคุมบัญชีม้า ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมม้ากดเงินในเครือข่ายนี้ และสั่งการให้บัญชีม้าไปสแกนโอนเงินเพื่อซื้อทองคำ จากนั้นกลุ่มผู้ควบคุมบัญชีม้าได้นำทองคำไปขายให้กับร้านหลอมทองแห่งหนึ่ง ย่าน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อนำเงินสดที่ได้มาไปโอนแปลงสภาพเป็นทรัพย์สินแล้วแปลงกลับเป็นเงินสดอีกครั้ง ก่อนส่งต่อไปยังปลายทางให้กับกลุ่มบอสชาวจีนซึ่งเป็นผู้รับผลประโยชน์ เพื่อให้ยากต่อการติดตามเส้นทางการเงิน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องรวม 2 ราย และออกหมายค้นเป้าหมาย
โดยล่าสุด พ.ต.อ.มนต์ชัย บุญเลิศ ผกก.2 บก.สอท.2 พร้อมด้วย พ.ต.ท.เด่นดนัย วัฒนวิจิตรนนท์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.สอท.2, พ.ต.ท.เดชาธร สาระทัน สว.กก.2 บก.สอท.2, พ.ต.ท.หญิง นันทัชพร แถมพันธ์ สว.กก.2 บก.สอท.2, พ.ต.ต.อุดม ทวันเวทย์ สว.กก.2 บก.สอท.2 และ พ.ต.ต.ศรัณญ์ วิทยาธรลิขิต สว.(สอบสวน) กก.2 บก.สอท.2 นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 1176/2569 ค้นบ้านพักหลังหนึ่ง ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หมู่ 11 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เข้าจับกุมตัว น.ส.อภิวรรณ ศุกรภาส อายุ 33 ปี ชาว จ.เชียงราย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 1657/2569 ลงวันที่ 26 ต.ค.69 พร้อมตรวจยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม, บัตรกดเงินสด จำนวน 1 ใบ, สร้อยข้อมือทองคำ 1 เส้น
นอกจากนี้ชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมตัว นายธัญพิสิษฐ์ ยนต์สุข อายุ 47 ปี ชาว จ.ราชบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 1656/2569 ลงวันที่ 26 ต.ค.69 ได้ที่ห้องพักในอาคาร คอนโดมิเนียมย่านเมืองทองธานี ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมตรวจยึดของกลาง เป็นโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง เบื้องต้นทั้งสองให้การรับสารภาพ
จึงดำเนินคดีในความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในการที่กลุ่มคนร้ายร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ผู้สนับสนุนในการที่กลุ่มคนร้ายร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”, “ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใด ๆ เพื่อให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”, “ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”
พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. กล่าวต่อว่า ส่วนในปฏิบัติการที่ 2 ตำรวจชุดสืบสวน กก.1 บก.สอท.2 และกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.2 ร่วมกันจับกุมผู้เกี่ยวข้องในขบวนการแก๊งสแกมเมอร์หลอกให้เข้าร่วมกิจกรรมแลกรับส่วนลดซื้อต้นมะกอกโอลีฟ สูญเงินกว่า 6 ล้านบาท
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเป็นหญิง ชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบเพจเฟซบุ๊กชื่อบัญชี ”Supee Extic“ มีการโฆษณาจำหน่ายต้นมะกอกโอลีฟและต้นไม้นำเข้าจากต่างประเทศอีกหลายชนิด ด้วยความสนใจ จึงได้ติดต่อซื้อต้นมะกอกโอลีฟ ในราคา 11,710 บาท เมื่อชำระค่าสินค้าไปแล้ว คนร้ายได้ชักชวนให้ผู้เสียหายเข้าร่วมกิจกรรมแลกรับส่วนลด ทางผู้เสียหายมีความสนใจจึงโอนเงินร่วมกิจกรรม โดยช่วงแรกได้รับผลตอบแทนกลับมาจริง แต่เมื่อภายหลังโอนเงินจำนวนมากขึ้น กลับไม่สามารถถอนเงินออกได้ โดยคนร้ายอ้างว่าทำรายการถอนผิดพลาดทำให้ระบบล็อก ต้องโอนเงินเพื่อรีเซ็ตระบบ จึงจะสามารถถอนเงินได้ โดยทำรายการโอนไปทั้งหมด 16 ครั้ง รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 6,481,165.50 บาท จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ก่อนเข้าแจ้งความกับ ตร.สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อดำเนินคดีกับคนร้าย
ต่อมา พ.ต.อ.วิศรุตม์ จันทร์สุวรรณ ผกก.1 บก.สอท.2 และ พ.ต.อ.คุณาปะโยชน์ อารียรัตนะณธร ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.2 ได้ร่วมกันทำการสืบสวน พบว่าแผนประทุษกรรมของคนร้าย หลังเงินของผู้เสียหายถูกโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของกลุ่มคนร้ายแล้ว กลุ่มคนร้ายจะรีบเบิกถอนเงินสดที่ธนาคาร และบางส่วนยังได้นำเงินไปซื้อทองคำแท่งตามร้านทอง จากนั้นจะส่งมอบเงินสดหรือทองคำต่อไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่นเป็นทอดๆ เพื่ออำพรางแหล่งที่มาของเงิน โดยมีผู้ควบคุมคอยตามประกบผู้ที่ทำหน้าที่ม้าถอนเงินตลอดเวลา
จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดนนทบุรีออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องรวม 6 ราย ล่าสุดสามารถจับกุมได้แล้ว จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายทินกร มีเดช อายุ 38 ปี ทำหน้าที่ม้าถอนเงิน จับกุมได้ในพื้นที่ จ.นนทบุรี น.ส.ขัตติยา ธงทอง อายุ 35 ปี ทำหน้าที่รับเงินจากม้าถอนเงิน จับกุมได้ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ และน.ส.อรอุมา นามประสพ อายุ 31 ปี ทำหน้าที่ม้าถอนเงินและนำเงินไปแปลงเป็นทองคำ จับกุมได้ในพื้นที่ จ.นนทบุรี โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การยอมรับว่ามีทั้งทำหน้าที่เป็นเจ้าของบัญชีและคอยถอนเงินจากบัญชีที่รับโอนจากผู้เสียหาย ก่อนจะส่งมอบเงินสด หรือทองคำต่อให้แก่กลุ่มผู้ควบคุมเพื่อส่งต่อไปยังผู้รับผลประโยชน์
จึงดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเท็จโดยการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดอันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผบช.สอท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงปี พ.ศ.2568–2569 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้มีผลการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวม 7,413 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 7,584 คน ปราบปรามการพนันออนไลน์ จำนวน 1,799 ราย จับกุมผู้กระทำความผิดได้ 1,924 คน สามารถตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 3,273 ล้านบาท และคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายตามโครงการ Money Cash Back ไปแล้วกว่า 294 ล้านบาท
โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 1–30 ต.ค.69 มีผลการปราบปรามคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จำนวน 223 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด 216 คน ตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 16.43 ล้านบาท และปราบปรามคดีการพนันออนไลน์ จำนวน 89 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 89 คน ตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 32.19 ล้านบาท โดยพบเครือข่ายการพนันออนไลน์ที่มีเงินหมุนเวียนรวมประมาณกว่า 200 ล้านบาทต่อปี
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไซเบอร์รวบขบวนการสแกมเมอร์ 2 เครือข่ายใหญ่ ถอนเงินเหยื่อซื้อทองอำพรางเส้นเงินส่งบอสจีน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- แอดมินเพจ “Godd dam” ปิดปากเงียบ ปมเฟกนิวส์ค่าน้ำชา 7 ล้าน ตร.ไซเบอร์ เค้นสอบเครียด
- “ช่อ” สุดทึ่ง 12 ชั่วโมง ตำรวจรู้ตัวแอดมินเพจ “Godd dam” เปรียบคดีของประชาชนปีกว่ายังไม่คืบ
- “ชัยรัตน์” พบตำรวจไซเบอร์ ปฏิเสธไม่ใช่เจ้าของเพจ Godd Dam ศาลออกหมายจับ ผิด พ.ร.บ.คอมฯ
- อนุทิน ไล่ฟ้องดะเพจดัง-สส. แชร์เฟกนิวส์สินบน 7 ล้าน ตำรวจตามล่าแอดมิน "ชัยวัฒน์"
- รวบแก๊งตุ๋นอดีตพยาบาล อ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลาง หลอกโอนสูญกว่า 1.8 ล้าน
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath