Jeff Satur เซ็นสัญญา Universal Music SEA ปูทางสู่เวทีโลก เตรียมปล่อยอัลบั้มใหม่ปี 2027 พร้อมลุยสเตเดียมคอนเสิร์ตและเวิลด์ทัวร์
Universal Music Group ผนึกกำลัง “เจฟ ซาเตอร์” ศิลปินไทยที่มียอดสตรีมทั่วโลกกว่า 2,000 ล้านครั้ง เสริมทัพเครือข่ายระดับสากล ทั้งการพัฒนาผลงานเพลง การตลาด และเวิลด์ทัวร์ ตั้งเป้าขยายฐานแฟนเพลงสู่ตลาดโลก
Universal Music Southeast Asia (UM SEA) ภายใต้ Universal Music Group (UMG) บริษัทผู้นำระดับโลกด้านธุรกิจดนตรีและความบันเทิง ประกาศเซ็นสัญญากับ Jeff Satur (เจฟ ซาเตอร์) ศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ และนักแสดงชาวไทย เพื่อร่วมผลักดันผลงานและขยายฐานผู้ฟังสู่ตลาดนานาชาติ โดยเตรียมเปิดตัวสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 2 ในไตรมาส 2 ปี 2027 ตามด้วยคอนเสิร์ตเดี่ยวระดับสเตเดียมครั้งแรกในประเทศไทย และแผนเวิลด์ทัวร์ช่วงปลายปี 2027 ต่อเนื่องถึงปี 2028
ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานความสามารถและเอกลักษณ์ทางดนตรีของเจฟเข้ากับเครือข่ายธุรกิจดนตรีระดับโลกของ UMG ซึ่งจะเข้ามาสนับสนุนการทำงานอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาผลงานและทิศทางศิลปิน การตลาดและการสื่อสาร การขยายฐานผู้ฟัง การจัดเวิลด์ทัวร์ ไปจนถึงการสร้างโอกาสทางธุรกิจและการร่วมงานกับโปรดิวเซอร์และศิลปินระดับนานาชาติ
ยอดสตรีมทะลุ 2,000 ล้านครั้ง ปักหมุดศิลปินไทยในตลาดสากล
เจฟ ซาเตอร์ สั่งสมฐานแฟนเพลงจากประเทศไทยสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยผลงานที่ครอบคลุมทั้งการร้องเพลง แต่งเพลง และโปรดิวซ์ โดยมียอดสตรีมรวมทุกแพลตฟอร์มทั่วโลกมากกว่า 2,000 ล้านครั้ง จากผลงานเพลงที่เป็นที่รู้จัก อาทิ “ลืมไปแล้วว่าลืมยังไง (Fade)” “ซ่อน(ไม่)หา (Ghost)” “Dum Dum” “แค่เงา (Hide)” และ “Black Tie”
เพลง “ซ่อน(ไม่)หา (Ghost)” ได้รับการจัดอันดับเป็นเพลงไทยยอดนิยมอันดับ 1 ประจำปี 2024 จาก IFPI Thailand และเป็นเพลงไทยยอดเยี่ยมของ Spotify Thailand ในปีเดียวกัน ขณะที่ความสำเร็จบนเวทีคอนเสิร์ตสะท้อนผ่าน Red Giant Tour ในปี 2025 ซึ่งเดินสายแสดงในหลายประเทศและดินแดน ทั้งสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน บราซิล ชิลี เม็กซิโก และเปรู รวมถึงการแสดงที่อิมแพ็ค อารีน่า ประเทศไทย ซึ่งบัตรจำหน่ายหมดทั้งสองรอบ
ในปี 2026 เจฟยังสร้างอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ ด้วยการเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้ร่วมพูดคุยและแสดงดนตรีในงาน Global Spin Live ณ GRAMMY Museum นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา พร้อมปรากฏตัวในรายการ Good Day New York ทางสถานี WNYW FOX 5 ณ นครนิวยอร์ก สะท้อนการขยายตัวของผลงานและตัวตนทางดนตรีสู่ผู้ฟังนอกภูมิภาคเอเชีย
UMG เสริมเครือข่ายระดับโลก พร้อมต่อยอดศักยภาพศิลปินไทย
อดัม กราไนท์ (Adam Granite) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Universal Music Group ประจำภูมิภาคแอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชีย กล่าวว่า เจฟเป็นศิลปินที่โดดเด่นทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์และเสน่ห์ที่เข้าถึงผู้ฟังในระดับนานาชาติ สะท้อนศักยภาพของดนตรีไทยในปัจจุบัน โดยความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทางของ UMG ในการลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพ และสนับสนุนศิลปินให้เข้าถึงผู้ฟังทั่วโลก พร้อมร่วมกันสร้างความสำเร็จบนเวทีสากล
ด้านคาลวิน หว่อง (Calvin Wong) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Universal Music ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี และรองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า เจฟเป็นหนึ่งในศิลปินไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมผลงานที่น่าประทับใจและฐานแฟนเพลงที่เหนียวแน่นในหลายประเทศ โดย UMG มองเห็นโอกาสในการต่อยอดความสำเร็จผ่านเครือข่ายระดับโลก เพื่อขยายฐานผู้ฟังทั้งในเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ
ขณะที่เจฟ ซาเตอร์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญบนเส้นทางศิลปินคือการได้ร่วมงานกับพันธมิตรที่เข้าใจแนวคิดของตนเอง และสามารถช่วยเปลี่ยนไอเดียให้เกิดขึ้นจริงโดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางดนตรีไว้ พร้อมกล่าวถึงการเริ่มต้นบทใหม่กับ UM SEA ว่าเป็นโอกาสในการเชื่อมโยงผลงานกับผู้ฟังทั่วโลกผ่านภาษาสากลอย่างดนตรี
ขยายบทบาทจากดนตรีสู่ภาพยนตร์และแฟชั่นระดับโลก
นอกเหนือจากผลงานเพลง เจฟยังเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติจากบทบาท “คิม” ใน KinnPorsche The Series พร้อมแต่งและร้องเพลงประกอบซีรีส์ “แค่เธอ (Why Don’t You Stay)” ก่อนรับบท “ทองคำ” ในภาพยนตร์ วิมานหนาม (The Paradise of Thorns) และถ่ายทอดเรื่องราวผ่านเพลงประกอบ “เหมือนวิวาห์ (Rain Wedding)”
ผลงานดังกล่าวทำให้เจฟได้รับรางวัล Actor of the Year จาก GQ Men of the Year และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากงานประกาศรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 33 ขณะที่เพลงประกอบภาพยนตร์ได้รับรางวัลเพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีเดียวกัน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้คว้ารางวัลรวม 5 สาขา
ในอุตสาหกรรมแฟชั่น เจฟได้รับแต่งตั้งเป็น Brand Ambassador ของ Valentino และ Cartier พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมและแฟชั่นโชว์ระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ชาวไทยคนแรกของ Valentino ซึ่งช่วยขยายการรับรู้ของศิลปินไทยในแวดวงแฟชั่นระดับโลก
ล่าสุด เจฟเข้าร่วมชมแฟชั่นโชว์ Valentino Antibiblioteca Spring/Summer 2027 ในงาน Paris Fashion Week ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ โดยข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่า Valentino มีมูลค่าสื่อที่ได้รับ (Earned Media Value: EMV) รวม 27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอยู่ในอันดับ 7 ของแบรนด์ที่สร้างมูลค่า EMV สูงที่สุดในช่วงดังกล่าว
การเซ็นสัญญากับ Universal Music Southeast Asia จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของเจฟ ซาเตอร์ ในการต่อยอดผลงานจากศิลปินไทยที่มีฐานผู้ฟังระดับนานาชาติ สู่การวางแผนระยะยาวทั้งด้านดนตรี การแสดงสด และการสร้างเครือข่ายในอุตสาหกรรมบันเทิงโลก โดยมีอัลบั้มชุดใหม่ในปี 2027 คอนเสิร์ตระดับสเตเดียม และเวิลด์ทัวร์เป็นหมุดหมายสำคัญในเส้นทางต่อไป