‘ชาติพันธุ์ ภาคใต้’ ได้สมาชิกสภาคุ้มครองฯ เรียบร้อย พร้อมเดินหน้าเชื่อมเสียงชุมชนถึงรัฐ
ชาติพันธุ์ “มอแกลน–มอแกน–อูรักลาโว้ย-มานิ” คัดตัวแทนนั่งสมาชิกสภาคุ้มครองฯ พร้อมชู 4 ข้อเสนอร่วม หวังกลไกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย ผลักดันการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ สู่การคุ้มครอง ส่งเสริมวิถีชีวิตให้เกิดขึ้นจริง พร้อมเดินหน้าการพัฒนาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตัวแแทนกลุ่มชาติพันธุ์ 4 กลุ่ม ในพื้นที่ภาคใต้ ประกอบด้วย มอแกลน, มอแกน, อูรักลาโว้ย และ มานิ รวม 63 ชุมชน มอบหมายให้ มูลนิธิชุมชนไท เป็นองค์กรหลักในการจัดกระบวนการ คัดเลือกตัวแทนสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์
โดยแบ่งกลุ่มแต่ละชาติพันธุ์ และใช้วิธีการเลือกตั้งแบบเปิดเผย ตัวแทน 1 ชุมชน มี 1 เสียง พร้อมทั้งรับรองยืนยันผลด้วยการยกมือแบบฉันทมติ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นภาตใต้ เช่น ดำรง ฉิมทับ นายอำเภอตะกั่วป่า, วัฒนธรรมจังหวัด และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพังงา, ภูเก็ต, สตูล ร่วมสังเกตการณ์
สำหรับกลุ่มชาติพันธุ์มอแกลน ได้ตัวแทนสมาชิกสภาคุ้มครองฯ ตามสัดส่วนประชากร 4 คน และตัวสำรองอีก 4 คน ประกอบด้วย
ว่าที่สมาชิกสภาคุ้มครองฯ ที่ได้รับคัดเลือก ได้แก่
วิทวัส เทพสง จ.พังงา
อรรถพร วารี จ.พังงา
ฐิตารัตน์ นาวารรักษ์ จ.พังงา
ดวงจิตต์ ปราบสมุทร จ.ภูเก็ต
ตัวสำรอง ประกอบด้วย
กานดา นะทะเล จ.พังงา
ประทีป นาวารักษ์ จ.พังงา
วายุ เกิดเจริญ จ.พังงา
ธัญพร อุดม
กลุ่มชาติพันธุ์มอแกน ได้ตัวแทนสมาชิกสภาคุ้มครองฯ ตามสัดส่วนประชากร 3 คน และตัวสำรอง 3 คน
ว่าที่สมาชิกสภาคุ้มครองฯ ที่ได้รับคัดเลือก ได้แก่
ตะวัน กล้าทะเล เกาะสุรินทร์ จ.พังงา
จินตรา ประมงกิจ เกาะช้าง จ.ระนอง
ติมะ ทะเลลึก เกาะช้าง จ.ระนอง
ตัวสำรอง ประกอบด้วย
ปิยากร คงจันทร์ บ้านชัยพัฒน์ จ.พังงา
อังคณา ทะเลลึก เกาะพยาม จ.ระนอง
เดี่ยว ประมงกิจ เกาะช้าง จ.ระนอง
กลุ่มชาติพันธุ์อูรักลาโว้ย ได้ตัวแทนสมาชิกสภาคุ้มครองฯ ตามสัดส่วนประชากร 4 คน และตัวสำรอง 4 คน
ว่าที่สมาชิกสภาคุ้มครองฯ ที่ได้รับคัดเลือก ได้แก่
แสงโสม หาญทะเล เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล
โอ่น ช้างน้ำ ชุมชนในไร่ จ.กระบี่
ปิ่นมณี หาญทะเล เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล
ภานุพงศ์ ประโมงกิจ ชุมชนราไวย์ จ.ภูเก็ต
ตัวสำรอง ประกอบด้วย
พรสุดา ประโมงกิจ ชุมชนปูเลาบรีบรี จ.กระบี่
สลวย หาญทะเล เกาะอาดัง จ.สตูล
อารยา หลีกั้ง เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล
วิฑูรย์ ประโมงกิจ ชุมชนแหลมตุ๊กแก จ.ภูเก็ต
กลุ่มชาติพันธุ์มานิ ได้ตัวแทนสมาชิกสภาคุ้มครองฯ ตามสัดส่วนประชากร 3 คน และตัวสำรอง 2 คน
ว่าที่สมาชิกสภาคุ้มครองฯ ที่ได้รับคัดเลือก ได้แก่
ต้ม รักษ์ป่าบอน จ.พัทลุง
วุด ศรีปะเหลียน จ.ตรัง
บิว ศรีธารโต จ.สตูล
ตัวสำรอง ประกอบด้วย
ปอ ศรีมะนัง จ.สตูล
เมย์ รักษ์ป่าบอน จ.พัทลุง
ชู 4 ข้อเสนอร่วม สู่การคุ้มครอง-ส่งเสริมวิถีชีวิตให้เกิดขึ้นจริง
ภายหลังแบ่งกลุ่มระดมปัญหาและข้อเสนอในการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ได้ร่วมกันอ่านคำแถลงร่วมของผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ภาคใต้ “มอแกลน–มอแกน–อูรักลาโว้ย-มานิ” เพื่อไปนำเสนอต่อสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2569
โดยมีสาระสำคัญ ว่า ผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ภาคใต้ ขอร่วมกันสะท้อนเสียงของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ เพื่อให้การคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตเกิดขึ้นจริง และนำไปสู่การพัฒนาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของแต่ละกลุ่ม
กลุ่มชาติพันธุ์ภาคใต้มีความหลากหลายและมีวิถีชีวิตผูกพันกับ ผืนดิน ทะเล ป่า แหล่งอาหาร วัฒนธรรม และชุมชน แต่ปัจจุบันหลายชุมชนยังเผชิญปัญหาที่กระทบต่อการดำรงชีวิตและการสืบทอดวิถีชีวิตของคนรุ่นต่อไป
1. ปัญหาสำคัญที่พวกเรากำลังเผชิญ ประกอบด้วย 6 ประเด็นสำคัญ
ที่ดินและที่อยู่อาศัย หลายชุมชนยังมีปัญหาสิทธิในที่ดิน ที่อยู่อาศัย และเอกสารสิทธิ ทำให้เกิดความไม่มั่นคงในการดำรงชีวิต
พื้นที่ทำกินและพื้นที่ตามวิถีชีวิต การเข้าถึงพื้นที่ทำกิน พื้นที่ทะเล ป่า แหล่งอาหาร และพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตยังมีข้อจำกัด
การเข้าถึงบริการของรัฐ บางชุมชนยังมีข้อจำกัดเรื่องบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนเรือ การศึกษา สุขภาพ สาธารณูปโภค และบริการพื้นฐานต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล
เศรษฐกิจ อาชีพ และทุน ชุมชนต้องการโอกาสในการประกอบอาชีพ เข้าถึงทุน และพัฒนาเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของตนเอง
การศึกษาและการสืบทอดวัฒนธรรม เด็กและเยาวชนต้องมีโอกาสเรียนรู้ทั้งการศึกษาในระบบและความรู้จากชุมชน รวมถึงภาษา ภูมิปัญญา ประเพณี และวัฒนธรรม
สุขภาพและความมั่นคงทางอาหาร ชุมชนมีข้อจำกัดด้านระบบสุขภาพที่เข้าถึงได้ และสามารถรักษาฐานอาหารและทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
2. สิ่งที่จะขับเคลื่อนผ่านสภาฯ เพื่อให้เกิดการ “คุ้มครอง”กลุ่มชาติพันธุ์ในภาคใต้
คุ้มครองสิทธิในที่ดินและที่อยู่อาศัย โดยให้เร่งแก้ไขปัญหาที่ดิน ที่อยู่อาศัย และเอกสารสิทธิของชุมชน โดยคำนึงถึงประวัติการอยู่อาศัยและวิถีชีวิตของแต่ละกลุ่ม
คุ้มครองพื้นที่ทำกินและพื้นที่ตามวิถีชีวิต โดยให้ชุมชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทำกิน ทะเล ป่า แหล่งน้ำ และแหล่งอาหารอย่างเหมาะสมและยั่งยืน
คุ้มครองพื้นที่และวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ให้พื้นที่สำคัญทางวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ และภูมิปัญญาได้รับการยอมรับและคุ้มครอง
คุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงบริการของรัฐ ทุกคนควรเข้าถึงบัตรประชาชน ที่อยู่อาศัย การศึกษา สุขภาพ น้ำ ไฟฟ้า ถนน และบริการพื้นฐานอย่างเหมาะสม
คุ้มครองสิทธิในการมีส่วนร่วม ให้กลุ่มชาติพันธุ์มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและการตัดสินใจในเรื่องที่กระทบต่อชีวิตและชุมชนของตนเอง
3. สิ่งที่จะขับเคลื่อนผ่านสภาฯ เพื่อให้เกิดการ “ส่งเสริม” กลุ่มชาติพันธุ์ในภาคใต้ คือ
ส่งเสริมการจัดการตนเองของชุมชน สนับสนุนให้ชุมชนมีข้อมูล มีแผน และมีกลไกในการจัดการปัญหาและพัฒนาชุมชนของตนเอง
ส่งเสริมอาชีพและเศรษฐกิจตามวิถีชีวิต สนับสนุนอาชีพ การเกษตร ประมง งานหัตถกรรม การท่องเที่ยว และกิจกรรมเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับทุนและวัฒนธรรมของแต่ละกลุ่ม
ส่งเสริมการเข้าถึงทุน ให้ชุมชนและองค์กรของกลุ่มชาติพันธุ์สามารถเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย อาชีพ การศึกษา วัฒนธรรม และคุณภาพชีวิต
ส่งเสริมการศึกษาและการสืบทอดวัฒนธรรม สนับสนุนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต ภาษา ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมของแต่ละกลุ่ม
ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพเชิงรุกสนับสนุนการจัดการฐานอาหาร ทรัพยากรธรรมชาติ และระบบสุขภาพที่เหมาะสมกับพื้นที่และวิถีชีวิต
ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนชาติพันธุ์ ให้ชุมชนเป็นผู้มีส่วนร่วมในการจัดการและได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยว โดยไม่ทำลายทรัพยากรและวัฒนธรรม
4 ข้อเสนอร่วมของผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ภาคใต้
โดยขอให้สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมเสียงของชุมชนกับหน่วยงานรัฐ และผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยมีข้อเสนอสำคัญ 4 ประการ
มีข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นฐานในการวางแผนและแก้ไขปัญหา
มีแผนพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์ภาคใต้ ที่เกิดจากข้อมูล ปัญหา และความต้องการของชุมชน
มีงบประมาณและกลไกสนับสนุนการทำงานของชุมชน เพื่อให้การคุ้มครองและส่งเสริมเกิดขึ้นในพื้นที่จริง
ให้รัฐทำงาน “ร่วมกับชุมชน” ไม่ใช่เพียง “ทำให้ชุมชน” เพราะคนในชุมชนรู้จักพื้นที่ วิถีชีวิต และปัญหาของตนเองดีที่สุด
“เราขอให้การคุ้มครอง ทำให้พวกเราสามารถดำรงอยู่ได้ การส่งเสริม ทำให้พวกเราสามารถพัฒนาและเติบโตได้ และการมีส่วนร่วม ทำให้พวกเราสามารถกำหนดอนาคตของชุมชนของตนเองได้ พวกเราจึงขอให้เสียงของกลุ่มชาติพันธุ์ภาคใต้ ทั้ง มอแกลน มอแกน มานิ และอูรักลาโว้ย ได้รับการรับฟัง และนำไปสู่การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมต่อไป”
แถลงการณ์ ระบุ
ทั้งนี้ในวันที่ 29 กันยายนนี้ คือกำหนดการ เปิดประชุมสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพื่อคัดเลือกประธานสภาฯ รองประธานสภาฯ ฝ่ายเลขาฯ และ ผู้แทน 9 คน เข้าไปเป็นคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ หรือ บอร์ดชาติ ซึ่งจะทำให้คณะกรรมการชุดดังกล่าวครบองค์ประชุม เพื่อพิจารณาขับเคลื่อนข้อเสนอและแนวนโยบายในการแก้ไขปัญหา ทั้งมิติการส่งเสริม และการคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง : เปิดสัดส่วนตัวแทน ‘ชาติพันธุ์’ สู่ ประวัติศาสตร์ จัดตั้ง ‘สภาคุ้มครองฯ’ ครั้งแรกของไทย
ขอบคุณภาพประกอบจาก : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)