เปิดเส้นทางน้ำเหนือสู่เจ้าพระยา ยันกทม.ยังไม่น่ากังวลจะท่วมซ้ำ
วันนี้ (30 ก.ย.2569) นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกกระทรวงเกษตรฯ อธิบายเส้นทางของน้ำเหนือ ก่อนจะมาถึงกรุงเทพและปริมณฑล ต้องผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ก่อน และก่อนหน้านี้เหนือเขื่อน พยายามหน่วงน้ำไว้อยู่แล้ว ส่วนท้ายน้ำพยายามผลักดัน และเร่งระบายน้ำออกสู่อ่าวไทย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เมืองหลวง
สิ่งที่อธิบายได้ว่า น้ำเหนือจะไม่มาซ้ำเติมคนกรุงและปริมณฑล คือปริมาณการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ยังไม่สูงเท่ากับปีที่แล้ว ปีที่แล้วสูงสุด 3,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ปีนี้คาดว่าสูงสุดจะอยู่ที่ 2,900 ลบ.ม.ต่อวินาที
ล่าสุดเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำอยู่ที่ 2,200 ลบ.ม.ต่อวินาที ตามเส้นทางไหลของน้ำจะผ่านสิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา บ้านเรือนริมน้ำอาจต้องเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งเตรียมความพร้อมยกของขึ้นที่สูง และติดตามประกาศจากกรมชลประทานและกรมอุตุนิยมวิทยา จะได้ทราบปริมาณฝนและการปล่อยระดับน้ำจะมีเพิ่มเติมหรือไม่
สำหรับน้ำที่จะมายังกทม.และปริมณฑล ประกอบไปด้วย น้ำเหนือ น้ำหนุน (น้ำทะเลที่จะหนุนให้ระดับน้ำสูงขึ้น) และน้ำท่า คือน้ำฝนที่จะตกลงมา จนถึงตอนนี้น้ำเหนือยังไม่ได้มีปริมาณมากไปกว่าปีที่แล้ว หรือเรียกว่าอยู่ในระดับที่รับมือได้
สอดคล้องกับข้อมูล จากนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ที่ระบุว่า สถานการณ์น้ำเหนือยังอยู่ในระดับที่ กทม. สามารถบริหารจัดการได้ แม้กรมชลประทานจะเพิ่มปริมาณการระบายน้ำลงมา แต่กทม.มีแนวคันกั้นน้ำและระบบป้องกันน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยารองรับ โดยระดับน้ำเจ้าพระยาประมาณ 2.10 เมตร ยังต่ำกว่าระดับที่ระบบป้องกันสามารถรองรับได้มากกว่า 3 เมตร จึงยังไม่กระทบต่อสถานการณ์โดยรวม
อ่านข่าว :
"สุริยะ" สั่งกรมชลฯ ช่วย กทม. เสริมเครื่องสูบ เร่งดึงน้ำออกชายทะเล-บางปะกง
ปภ.เตือนน้ำท่วม 5 อำเภอสุพรรณบุรี-อุทัยธานี แนะ ปชช.พื้นที่เสี่ยงอพยพ