โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เร่งปลดล็อกทำธุรกิจสะดวก ดันกฎหมายกลาง ลดขั้นตอนขนส่งสินค้าผ่านแดน

เดลินิวส์

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รัฐบาลเร่งปลดล็อกเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกิจ ดันร่างกฎหมายกลาง นำผ่านสินค้าฉบับเดียว ลดขั้นตอนเปิดตู้ตรวจ ลดเวลาขนส่งสินค้าผ่านแดน

วันที่ 23 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ กล่าวระหว่างเปิดการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการอำนวยความสะดวกด้านธุรกิจ ครั้งที่ 2 ว่าที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการฯ ได้เร่งเดินหน้าพิจารณาแก้ไขปรับปรุงกฎหมายและข้อบังคับที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจตามข้อเสนอของภาคเอกชน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้แก่ภาคเอกชนและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

โดยกฎหมายที่มีการปรับปรุงและมีความคืบหน้าการแก้ไขกฎหมายสำคัญที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในระบบกลางเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะการผลักดันร่างกฎหมายกลาง (Omnibus Law) เรื่องการนำผ่านสินค้าฉบับเดียว เพื่อปรับนิยามการนำผ่านให้ตรงตามกฎหมายศุลกากร ซึ่งจะช่วยขจัดความสับสน ลดขั้นตอนการเปิดตู้ตรวจสินค้า และลดระยะเวลาการขนส่งสินค้าผ่านแดน และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่ง (Logistics Hub) ทั้งระบบรางและทางเรืออย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งกฎหมายนี้จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัด และระเบียบราชการที่ล่าช้า โดยสามารถสนับสนุนการลงทุนและการค้าของภาคเอกชนได้ทันที

นอกจากนี้ยังได้แก้ไขกฎกระทรวงปรับเปลี่ยนมาตรฐานความสูงของตู้คอนเทนเนอร์ประเภท High Cube เป็น 4.5 เมตร สำหรับตู้ขนาด 40 ฟุต ตามมาตรฐานสากล เพื่อให้การขนส่งสินค้าต่อเนื่องทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนตู้

นายปกรณ์ กล่าวว่า นอกจากกฎหมายระดับพระราชบัญญัติแล้ว ยังมีการปรับปรุงกฎระเบียบระดับกรมและกฎกระทรวงอีกหลายฉบับ อาทิ การแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมสนับสนุน ตามข้อ 17 (2) การแก้ไขประกาศกรมประมงและกรมปศุสัตว์เกี่ยวกับการอนุญาตนำเข้า ส่งออก และนำผ่านสัตว์น้ำและซากสัตว์ เพื่ออำนวยความสะดวกการค้าสินค้าเกษตร ตลอดจนการแก้ไขประกาศกรมสรรพสามิตเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การนำรถยนต์ออกจากโรงงานหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนไปทดสอบประสิทธิภาพ และการปรับปรุงแนวทางการกำหนดราคารถยนต์สำเร็จรูป ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาจุดสกัด (Pain Point) สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

ทั้งนี้ ในการทำงานได้มีการตั้งมาตรฐานและตัวชี้วัดในการเกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจ ที่ถือเป็นมาตรฐานใหม่ หรือ “Benchmark” ที่ดึงภาคเอกชนร่วมประเมินผลทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจากการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย โดยข้อมูลจากสภาหอการค้าไทยระบุว่าการปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายในชุดแรกนี้ เฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำผ่านสินค้า จะสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศได้ไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาทต่อปี

"คณะอนุกรรมการฯ จึงกำหนดเกณฑ์มาตรฐานให้องค์กรภาคเอกชน เช่น สภาอุตสาหกรรมฯ สมาคมธนาคารไทย หรือสภาตลาดทุน ที่จะเสนอเรื่องแก้ไขกฎหมายในอนาคต ต้องจัดทำตัวเลขประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจประกอบการพิจารณาด้วย โดยการปรับปรุงกฎหมายที่มีความคืบหน้าจะเสนอต่อที่ประชุม กรอ.ชุดใหญ่ที่นายกฯ เป็นประธาน และจะเสนอ ครม. พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...