โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทส. สั่งเอาผิดเด็ดขาด ลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมปนขยะชุมชนชลบุรี ผงะพบสารโลหะหนักอื้อ เร่งสืบหาต้นตอ

THE STANDARD

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ทส. สั่งเอาผิดเด็ดขาด ลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมปนขยะชุมชนชลบุรี ผงะพบสารโลหะหนักอื้อ เร่งสืบหาต้นตอ

วันนี้(29 ตุลาคม) สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด กรณีพบการลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมปะปนกับขยะชุมชนในพื้นที่ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

ด้าน สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ชุดเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษในภาคตะวันออก ร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 (สคพ.13 ชลบุรี) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณซอยหนองไม้แก่น 17 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา พบพื้นที่กว่า 7 ไร่จากทั้งหมด 10 ไร่ มีการทิ้งและฝังกลบขยะชุมชนร่วมกับเศษวัสดุจากโรงงานจำนวนมาก อาทิ เศษเปลือกสายไฟ เศษพลาสติก ถุงบิ๊กแบ็กบรรจุเศษวัสดุ และพบร่องรอยการเผาไหม้

จากการตรวจวิเคราะห์เบื้องต้นด้วยเครื่อง X-ray Fluorescence (XRF) จำนวน 4 จุด พบสารโลหะหนักในปริมาณสูง ได้แก่ พลวง (Sb) สูงสุด 720,000 ppm, แคดเมียม (Cd) 190,000 ppm และตะกั่ว (Pb) 360 ppm ซึ่งเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 หมวดของเสียเคมีวัตถุ (Chemical Wastes) ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม แม้การตรวจวัดคุณภาพอากาศเบื้องต้นจะไม่พบสารอินทรีย์ระเหยง่าย แต่เจ้าหน้าที่ยังคงได้กลิ่นสารเคมีรุนแรงในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว

ล่าสุด สคพ.13 ชลบุรี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ แล้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน กฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานเทศบาลเมืองหนองปรือให้ใช้กฎหมายสาธารณสุขเข้ามาควบคุมพื้นที่และเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายวัตถุต้องสงสัย

ขณะเดียวกันในวันนี้ (29 ตุลาคม) สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีจะลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเพื่อนำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด โดยกรมควบคุมมลพิษยืนยันว่าจะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งสืบหาต้นตอของผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างจริงจัง และปกป้องผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...