โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด่วน! ศาล รธน. ชี้ชัด ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญย้ำไม่กระทบสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ด่วน! ศาล รธน. ชี้ชัด ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญย้ำไม่กระทบสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

วันที่ 28 ก.ย.เวลา 09.30 น. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน อ้างว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 22 เรื่อง ขอให้พิจารณาวินิจฉัย พร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่กำหนดให้บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความลับและมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และศาลกำหนดนัดอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 14.00น.

บรรยากาศบริเวณโถงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดราชการ มีการวางทีวีจอใหญ่ 2 เครื่อง สำหรับการถ่ายทอดสดภาพจากห้องพิจารณาคดี และแผงเหล็กเพื่อจัดโซนระหว่างผู้สื่อข่าวกับส่วนที่ลงทะเบียน สำหรับการรักษาความปลอดภัย มีเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น ไม่มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย

เวลา 13.00 น. ได้มีบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทยอยเดินทางมาลงทะเบียนเพื่อรับฟังการแถลงด้วยวาจาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญภายในห้องพิจารณาคดี โดยตัวแทนจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นำโดย นายสิริน ชาวเพ็ชรดี เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และทีมงานฝ่ายกฎหมาย รวมทั้งยังมีนสบดิเรก พรสีมา และนายภิญโญ บุญเรืองอดีตผู้สมัคร สว. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ขณะที่ ฝั่ง กกต. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ประธาน กกต. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต.

กระทั่งเวลา 14.00น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคดี ว่า จากข้อมูลเบื้องต้นรับฟังได้ว่าการใช้รหัสคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ไม่สามารถเชื่อมโยงไป สืบทราบ และตรวจสอบตัวตนของผู้ลงคะแนนเสียงได้ คงมีปัญหาที่ต้องพิจารณาเฉพาะในส่วนของการใช้รหัสแท่งบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่าการใช้แท่งบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง จัดทำขึ้นเพื่อมีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อเป็นเครื่องมือระบุ จำแนกบัตรแต่ละใบว่าบัตรนั้นอยู่ในชุดใด หรือได้รับการจัดสรรไปยังเขต หน่วยเลือกตั้งใด การระบุข้อมูลดังกล่าวเป็นการกำหนดบัตรเลือกตั้ง เพื่อควบคุมตรวจสอบ ความถูกต้องของกระบวนการบริหารเพื่อให้การเลือกตั้ง เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะไปทราบว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนให้พรรคการเมืองใด

ส่วนข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนพบว่า รหัสแท่งบาร์โค้ด สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ตั้งแต่หมายเลขบัตร ลำดับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เครื่องหมายลงคะแนนพรรคการเมืองที่เลือก ซึ่งอาจถือว่ามีผลกระทบกับการเลือกตั้งโดยลับของการลงคะแนน อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาถึงมาตรการ การจัดเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเป็นมาตรการเพื่อคุ้มครองเจตจำนงทางการเมืองของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแล้ว เห็นได้ว่า การบริหารจัดการบัตรเลือกตั้งนับตั้งแต่ขั้นตอน การจัดพิมพ์ การจัดสรร การขนส่ง การส่งมอบให้แก่หน่วยเลือกตั้ง การลงคะแนน การนับคะแนน และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ตลอดทั้งการเก็บรักษาหลังการลงคะแนนเป็นมาตรการป้องกันและควบคุมไม่ให้นำบัตรเลือกตั้งจากเขตหนึ่งไปใช้อีกเขตหนึ่ง การกำหนดรหัสหรือรหัสเฉพาะ ย่อมช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ว่าบัตรเลือกตั้งนั้นใช้ในการจัดสรรมาให้พื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ได้

เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องนำสืบ และพยานหลักฐานจากการไต่สวนยังไม่พบปรากฏข้อเท็จจริง หรือพยานหลักฐานเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า บุคคลใดหรือหน่วยงานใดนำบัตรเลือกตั้ง ไปเชื่อมโยงกันเพื่อสืบทราบผลการออกเสียงลงคะแนนจนทำให้สามารถทราบได้ว่า ผู้ร้องเรียนหรือประชาชนคนใดลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองใด ข้อกล่าวอ้างของผู้ร้องยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังว่า การกระทำของผู้ถูกร้อง ที่กำหนดให้มีรหัสบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ถือได้ว่าเป็นการทำลายหรือ ทำให้สาระสำคัญของหลักการการเลือกตั้งโดยลับ และเสรีภาพในการออกเสียงลงคะแนนของประชาชนเสียไป ไม่เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ไม่มีปัญหาความชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญอันเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียน หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา50(7) มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา85 วรรคหนึ่ง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...