โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดไส้ใน ‘TTR’ ต้นทุนแฝงบนอีคอมเมิร์ซ ช่วยร้านค้าเห็นต้นทุนจริงก่อนขายในแพลตฟอร์ม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เปิดกติกากฎหมาย DPS ฉบับใหม่ พร้อมประกาศ คู่มือการดูแลเพื่อให้ผู้ประกอบการทราบอัตราส่วนแบ่งรวมของบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้าก่อนการเข้าร่วมแคมเปญหรือบริการเสริม หรือ Total Take Rate: TTR เพื่อเป็นแนวทางให้แพลตฟอร์ม e-Marketplace เปิดเผยต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องรับภาระอย่างครบถ้วนและเข้าใจง่าย ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมแคมเปญ โปรแกรมส่งเสริมการขาย หรือบริการเสริมต่างๆ

หัวใจของ TTR คือการเปลี่ยนจากการมองค่าธรรมเนียมแบบ“แยกรายการ” มาเป็นการมอง“ต้นทุนรวม” ของการขายสินค้า เพราะในโลก e-Commerce ร้านค้าไม่ได้จ่ายเพียงค่าคอมมิชชันจากการขาย แต่ยังอาจมีค่าใช้จ่ายอีกหลายชั้นที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการขาย

ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA ระบุว่า การเติบโตของ e-Marketplace ทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างและรวดเร็วขึ้น แต่ในทางปฏิบัติ ต้นทุนการขายผ่านแพลตฟอร์มอาจประกอบด้วย ค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน ค่าใช้ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ค่าเข้าร่วมแคมเปญ คูปองหรือส่วนลดที่ร้านค้าต้องรับผิดชอบ ค่าโฆษณา ค่า Affiliate และค่าใช้จ่ายจากบริการเสริมอื่นๆ

ปัญหาคือค่าใช้จ่ายแต่ละรายการอาจมีชื่อ อัตรา และฐานการคำนวณแตกต่างกัน ทำให้ร้านค้าเห็นต้นทุนเป็นส่วน ๆ แต่ไม่จำเป็นว่าจะเห็นภาพเดียวกันว่า เมื่อรวมทุกค่าใช้จ่ายแล้ว สินค้าหนึ่งรายการต้องเสียต้นทุนให้แพลตฟอร์มจริงเท่าไร และท้ายที่สุดร้านค้าจะเหลือเงินกลับมาเท่าไร

เปิด 3 ชั้นของ TTR ก่อนร้านค้ากด “เข้าร่วม”

คู่มือ ETDA แบ่งการคำนวณ TTR ออกเป็น 3 ส่วน เพื่อให้ร้านค้าสามารถมองเห็นต้นทุนในแต่ละสถานการณ์ได้ชัดเจนขึ้น

Baseline TTR คืออัตราส่วนแบ่งรวมในสถานการณ์พื้นฐาน คำนวณจากค่าธรรมเนียมที่จำเป็นต่อการทำให้คำสั่งซื้อเกิดขึ้นและสำเร็จตามปกติ เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน และค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐาน โดยยังไม่รวมค่าใช้จ่ายจากแคมเปญหรือบริการเสริม

Scenario TTR คืออัตราส่วนแบ่งรวมเมื่อจำลองสถานการณ์ที่ร้านค้ากำลังพิจารณา เช่น การเข้าร่วมแคมเปญหรือใช้บริการเสริม โดยนำต้นทุนพื้นฐานมารวมกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ส่วนลดเพิ่มเติม ค่าเข้าร่วมแคมเปญ ค่าโฆษณา ค่า Affiliate หรือค่าธรรมเนียมโปรแกรมพิเศษ

Incremental TTR คือผลต่างระหว่าง Scenario TTR กับ Baseline TTR เพื่อให้เห็นโดยตรงว่า การตัดสินใจเข้าร่วมแคมเปญหรือใช้บริการเสริมทำให้ต้นทุนรวมเปลี่ยนแปลงไปเท่าใด

ดังนั้น หากอธิบายแบบสั้นที่สุด Baseline คือขายตามปกติเสียเท่าไร, Scenario คือถ้าเข้าร่วมแคมเปญจะเสียเท่าไร และ Incremental คือการเข้าร่วมทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นเท่าไร

ตัวอย่าง 1,000 บาท เหลือจริงไม่ถึง 800 ตัวอย่างของ TTR สามารถเห็นภาพได้จากสินค้าที่มีราคาตั้งต้น 1,000 บาท หากผู้ประกอบการรับผิดชอบส่วนลด 100 บาท ราคาสินค้าสุทธิจึงเหลือ 900 บาท

เมื่อมีค่าธรรมเนียมพื้นฐานรวม 12.96% จะคิดเป็น Baseline TTR 116.63 บาท ทำให้ร้านค้ามียอดรับสุทธิประมาณ 783.37 บาท

แต่หากร้านค้าเข้าร่วมแคมเปญและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก 108 บาท ต้นทุนรวมจะเพิ่มขึ้น ทำให้ Scenario TTR เพิ่มเป็น 24.96% หรือเพิ่มขึ้น 12% จากสถานการณ์พื้นฐาน

ผลคือยอดรับสุทธิจะลดจากประมาณ 783.37 บาท เหลือ 675.37 บาท

ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่า การตัดสินใจเข้าร่วมแคมเปญไม่ได้มีแค่คำถามว่า “ช่วยเพิ่มยอดขายหรือไม่” แต่ยังมีคำถามด้านต้นทุนว่า ยอดขายที่เพิ่มขึ้นนั้นแลกกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเท่าไร และรายได้สุทธิที่เหลืออยู่คุ้มค่าหรือไม่

นี่คือข้อมูลที่ TTR ต้องการให้ร้านค้าเห็น ก่อนกดยืนยัน ไม่ใช่หลังจากเข้าร่วมไปแล้วจึงค่อยพบว่ามีค่าใช้จ่ายหลายรายการตามมา

ดัน “เครื่องคำนวณ TTR” ให้ร้านค้าเห็นต้นทุนก่อนตัดสินใจ

อีกข้อเสนอสำคัญของคู่มือคือให้แพลตฟอร์มจัดทำ เครื่องมือคำนวณ TTR ที่ร้านค้าสามารถใช้งานได้ง่ายและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเมื่อร้านค้าเลือกสินค้าที่ต้องการตรวจสอบ จากนั้นระบุราคาขาย ส่วนลด แคมเปญ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ระบบควรคำนวณให้เห็นว่า หากขายตามปกติจะมีค่าธรรมเนียมรวมเท่าไร และหากเข้าร่วมแคมเปญจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเท่าไร

นอกจากตัวเลข TTR แล้ว เครื่องมือควรช่วยแสดง ยอดรับสุทธิ กำไรขั้นต้น และจุดคุ้มทุน เพื่อให้ร้านค้าสามารถนำข้อมูลไปเปรียบเทียบทางเลือกต่างๆ ได้

ข้อมูลเหล่านี้ควรปรากฏในจุดที่ร้านค้าต้องตัดสินใจจริง ไม่ว่าจะเป็นหน้าตั้งราคาสินค้า หน้ารายละเอียดค่าธรรมเนียม และโดยเฉพาะ หน้าก่อนยืนยันเข้าร่วมแคมเปญหรือบริการเสริม

หลักสำคัญคือไม่ควรซ่อนต้นทุนไว้ในเงื่อนไขหรือลิงก์ที่เข้าถึงได้ยาก แต่ควรแสดงให้เห็นทั้ง จำนวนเงินบาทและอัตราร้อยละ อย่างชัดเจน รวมถึงเปิดให้ร้านค้าบันทึกหรือดาวน์โหลดผลการคำนวณไว้ตรวจสอบภายหลังได้

เปลี่ยนค่าธรรมเนียม ต้องเห็นผลกระทบล่วงหน้า

คู่มือ TTR ยังเสนอว่า หากแพลตฟอร์มมีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียม ฐานการคำนวณ วิธีเรียกเก็บ หรือเงื่อนไขที่ส่งผลต่อ TTR ควรแจ้งผู้ประกอบการล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 30 วัน

หลังคำสั่งซื้อสำเร็จ แพลตฟอร์มก็ควรเปิดให้ร้านค้าตรวจสอบค่าธรรมเนียมที่ถูกหักจริง เทียบกับ TTR ที่ประมาณการไว้ก่อนหน้า หากมีส่วนต่าง ควรอธิบายสาเหตุ เช่น การใช้คูปอง การคืนสินค้า การคืนเงิน หรือการเปลี่ยนแปลงสถานะร้านค้า

นอกจากนี้ ประวัติการคำนวณและข้อมูลค่าธรรมเนียมควรเข้าถึงได้ผ่านระบบของแพลตฟอร์ม ไม่น้อยกว่า 3 เดือน และสามารถบันทึกหรือดาวน์โหลดได้ รวมถึงควรมีข้อมูลสรุปรายปี เพื่อให้ผู้ประกอบการประเมินค่าใช้จ่ายจากการใช้แพลตฟอร์มในแต่ละปีได้

TTR ไม่ใช่เพดานค่าธรรมเนียม แต่คือ “กระจก” ส่องต้นทุน

สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ TTR ไม่ใช่การกำหนดเพดานค่าธรรมเนียม และไม่ได้หมายความว่า ETDA กำลังเข้ามากำหนดว่าแพลตฟอร์ม e-Marketplace สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้สูงสุดกี่เปอร์เซ็นต์

TTR ไม่ได้บอกว่าแพลตฟอร์ม “ควร” เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเท่าไร และไม่ได้กำหนดว่าแพลตฟอร์มต้องลดค่าธรรมเนียมลงมาอยู่ที่ระดับใด แต่เป็น เครื่องมือด้านความโปร่งใส ที่ทำให้ร้านค้าเห็นว่า ภายใต้โครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มกำหนดนั้น ต้นทุนรวมที่ร้านค้าต้องรับภาระจริงมีเท่าไร

จึงอาจมอง TTR เป็นเหมือน“กระจกส่องต้นทุน” มากกว่า “ไม้บรรทัดวัดเพดานค่าธรรมเนียม” เพราะหน้าที่หลักคือทำให้ต้นทุนที่กระจายอยู่หลายรายการถูกนำมาแสดงเป็นภาพรวมเดียวกัน และช่วยให้ร้านค้าเปรียบเทียบสถานการณ์ได้ก่อนตัดสินใจ

ดังนั้น เป้าหมายของ TTR จึงไม่ใช่การบอกว่า ค่าธรรมเนียมเท่าไรถึงจะเหมาะสม แต่คือการทำให้ผู้ประกอบการรู้ว่า ถ้าตัดสินใจเข้าร่วมแล้ว จะต้องจ่ายเท่าไร และสุดท้ายจะเหลือเงินเท่าไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...