โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฮอร์มุซจุด ‘สงครามแย่งเรือ’ อิรักซื้อเพิ่ม ชาติอ่าวแห่สะสมกองเรือ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ช่องแคบฮอร์มุซ” กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของอิรัก เมื่อสงครามทำให้การส่งน้ำมันออกจากอ่าวเปอร์เซียทั้งเสี่ยง และแพงขึ้น จนแบกแดดต้องเร่งแก้เกมด้วยการ “เช่าเรือบรรทุกน้ำมันเพิ่ม” พร้อมเดินหน้าสร้างกองเรือของตัวเอง หวังลดการพึ่งพาเรือจากภายนอก และรักษาเส้นเลือดใหญ่ของรายได้ประเทศ ท่ามกลางค่าระวางที่พุ่งขึ้นในระดับแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

แหล่งข่าวระบุกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า บริษัทIraqi Oil Tankers Co. (IOTC) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของอิรัก เตรียมเช่าเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 2 ลำในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ประกอบด้วยเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มาก (VLCC) อย่างน้อย 1 ลำ และเรือขนาด Suezmax ที่เล็กกว่าอีก 1 ลำ พร้อมเตรียมเปิดประมูลเช่าเรือเพิ่มเติม หลังการประมูลก่อนหน้านี้ถูกยกเลิก เนื่องจากไม่ได้รับข้อเสนอที่เหมาะสม

ความเคลื่อนไหวดังกล่าว สะท้อนการปรับยุทธศาสตร์ส่งออกน้ำมันของอิรัก หลังสงครามทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความเสี่ยงสูง โดยอิรัก “เสียเปรียบ” ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นในอ่าวเปอร์เซีย เนื่องจาก “ไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันเป็นของตัวเอง” ทำให้ต้องเสนอส่วนลดน้ำมันดิบในระดับสูงเพื่อจูงใจลูกค้าให้ยอมรับความเสี่ยงในการส่งเรือเข้ามารับน้ำมัน

อาลี ไกส์ อับดุล จับบาร์ ผู้อำนวยการ IOTC ระบุว่า บริษัทเพิ่งบรรทุกน้ำมันลงเรือ VLCC เพื่อเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ “เป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ”

ก่อนหน้านี้ บริษัทต่างๆ ในอิรักได้ซื้อเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่มากอย่างน้อย 2 ลำ โดยหนึ่งในนั้นมีราคาประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6,700 ล้านบาท จากข้อตกลงที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ทราบเรื่อง

หากตัวเลขดังกล่าวได้รับการยืนยัน ราคานี้จะถือเป็นราคาสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์สำหรับเรือประเภทนี้ เมื่ออ้างอิงข้อมูลของ Clarkson Research Services Ltd ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของนายหน้าซื้อขายเรือรายใหญ่ที่สุดของโลก

นอกจากนี้ บาซิม โมฮัมเหม็ด คูแดร์ รัฐมนตรีน้ำมันอิรักเปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังจัดหาเงินทุนเพื่อซื้อเรือให้รัฐวิสาหกิจ IOTC เป็นของตัวเอง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการส่งออกและเพิ่มผลตอบแทนทางการเงิน

ทั้งนี้ “อิรัก” ไม่ใช่ประเทศเดียวที่เร่งเพิ่มกองเรือ โดย “คูเวต” ก็กำลังมองหาการซื้อเรือเพิ่มเติม ขณะที่ “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” ใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ซื้อเรือ และ “ซาอุดีอาระเบีย” มีกองเรือขนาดใหญ่อยู่แล้ว ทำให้ทั้งสองประเทศมีความยืดหยุ่นในการส่งออกมากกว่าเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย

ความต้องการเรือที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับจำนวนเรือที่สามารถเดินทางผ่านฮอร์มุซได้อย่างจำกัด ส่งผลให้ตลาดเรือบรรทุกน้ำมันร้อนแรงอย่างมาก โดยรายได้รายวันของเรือในเส้นทางมาตรฐานซาอุดีอาระเบีย-จีน ทะยาน “แตะ 1.29 ล้านดอลลาร์” เทียบกับค่าเฉลี่ยเดิมที่ไม่ถึง 30,000 ดอลลาร์ต่อวันในช่วงปี 2564-2568 ตามข้อมูลของ Baltic Exchange ในกรุงลอนดอน

สำหรับเรือที่อิรักเช่ามาจนถึงสิ้นปี จะทำหน้าที่ขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนถ่ายน้ำมันไปยังเรือลำอื่นนอกช่องแคบ ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลายแห่งในอ่าวเปอร์เซียกำลังใช้เพื่อลดความเสี่ยง และรักษาการส่งออกไปยังตลาดโลก

อ้างอิง: bloomberg

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...