‘พระราชินีนักบิน’ สู่การทูตยุคใหม่ ภาพลักษณ์ผู้นำสตรีไทยที่แข็งแกร่งทันสมัยในสายตาชาวโลก
16 ตุลาคม 2569 - นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง "Soft Power และการทูตสมัยใหม่" มีเนื้อหาดังนี้ ประเด็นสำคัญที่คนทั่วไปอาจคิดไม่ถึงคือ การทรงขับเครื่องบินด้วยพระองค์เอง เป็น Soft Power และการทูตสมัยใหม่
ภาพที่ประตูเครื่องบินเปิดออกหลังจากที่ทั้งสองพระองค์ทรงนำเครื่องลงจอดด้วยพระองค์เอง (เช่น เมื่อคราวเสด็จฯ เยือนภูฏาน หรือการเสด็จฯ เยือนต่างประเทศ รวมทั้งล่าสุดที่สมเด็จพระราชินีเสด็จญี่ปุ่น) สร้างความประทับใจและความชื่นชมให้กับผู้นำต่างประเทศ สื่อมวลชนสากล และประชาชนของประเทศเจ้าภาพเสมอ
พระปรีชาสามารถด้านการบินไม่ใช่เรื่องของการแสดงออกเพื่อความเท่ แต่คือภาษาสากลที่เชื่อมโยงกับนานาประเทศ โดยเฉพาะในแวดวงการบินพลเรือนและกองทัพอากาศทั่วโลก การที่ประมุขและพระราชินีของไทยทรงมีความรู้ลึกซึ้งระดับครูการบินและนักบินขับไล่ ทำให้การเจริญสัมพันธไมตรีกับผู้นำทางทหารและองค์กรการบินระดับโลกมีมิติที่ลึกซึ้งและได้รับความเคารพในฐานะ "มืออาชีพ"
นอกจากนี้ยังถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเท่าเทียมและศักยภาพสตรีไทยยุคใหม่
ในระดับสากล อุตสาหกรรมการบินและนักบินเครื่องบินรบยังคงเป็นพื้นที่ที่มีสัดส่วนผู้หญิงน้อยมาก การที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเป็นทั้งนักบินพาณิชย์เครื่อง Boeing 737 และทรงบินเดี่ยว (Solo Flight) เครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงอย่าง JAS 39 Gripen ได้สำเร็จ เป็นภาพสะท้อนที่ทรงพลังมากต่อสายตาชาวโลกเกี่ยวกับบทบาทและศักยภาพของสตรีไทยยุคใหม่ที่มีความสามารถทัดเทียมมาตรฐานสากล
เมื่อผสานกับบทบาท "ทูตส่งเสริมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งประเภทหญิงของสหพันธ์โลก (IIHF)" ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำสตรีที่แข็งแกร่งและทันสมัย และที่สำคัญคือ การสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชน
แก่นแท้ของ Soft Power คือการสร้างแรงดึงดูดและแรงบันดาลใจ ภาพของพระราชินีที่ทรงผ่านการฝึกฝนอย่างหนักตั้งแต่เครื่องใบพัด T-41D ในไทย ไปจนถึงเครื่องบินไอพ่นพาณิชย์และเครื่องบินรบ เป็นแรงบันดาลใจโดยตรงให้เยาวชนไทย โดยเฉพาะเยาวชนหญิง