โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประธานเฟดชี้ AI เปลี่ยนเศรษฐกิจโลกครั้งใหญ่ เตือนเส้นทางสู่ความมั่งคั่งยังผันผวนสูง

one31

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กล่าวในการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group Annual Meetings 2026) ในหัวข้อ “Managing Director’s Fireside Chat with Federal Reserve Chairman Kevin Warsh” ร่วมกับนางคริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการจัดการ IMF โดยแสดงมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก การลงทุนด้าน AI และทิศทางการดำเนินนโยบายการเงิน

นายเควิน วอร์ช ระบุว่า การมาถึงของเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI อาจเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกมากที่สุดในช่วงชีวิตของเขา โดยเชื่อว่า AI จะช่วยเพิ่มผลิตภาพ สร้างความมั่งคั่ง และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของ AI ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งหมด โดยในระยะแรก การลงทุนที่เพิ่มขึ้นกำลังผลักดันอุปสงค์ในระบบเศรษฐกิจ ขณะที่ผลดีจากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจะทยอยเกิดขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งอาจทำให้เส้นทางเปลี่ยนผ่านมีความผันผวน ทั้งจากความไม่แน่นอนของเทคโนโลยี โครงสร้างตลาด และคำถามว่าบริษัทใดจะสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้จริง

นอกจากนี้ยังมองว่า AI จะเปลี่ยนวิธีทำงานของธนาคารกลาง โดยช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลเงินเฟ้อและการจ้างงาน ซึ่งปัจจุบันยังมีข้อจำกัดจากความล่าช้าและความคลาดเคลื่อนในการจัดเก็บหรือวัดผลข้อมูล

ด้วยเหตุนี้ ธนาคารกลางจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบของ AI ทั้งด้านผลิตภาพ การจ้างงาน เงินเฟ้อ และเสถียรภาพทางการเงิน โดยเปิดเผยว่า ได้จัดตั้งคณะทำงานจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกเพื่อศึกษาเรื่องผลิตภาพและการจ้างงาน รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน เพื่อพัฒนาแนวทางรับมือกับเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลง

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจโลก นายเควิน วอร์ช ระบุว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจบางส่วนกำลังได้รับแรงหนุนจากการลงทุนและความคาดหวังต่อ AI โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ซึ่งมีการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก แตกต่างจากช่วงประมาณ 20 ปีก่อนที่นักเศรษฐศาสตร์กังวลเรื่องภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจในระยะยาว

พร้อมมองว่า การฟื้นตัวของการลงทุนไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากนโยบายที่เหมาะสม ทั้งนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการลงทุน ซึ่งสะท้อนว่าการกำหนดนโยบายมีส่วนสำคัญต่อแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ย้ำว่า ผู้กำหนดนโยบายยังต้องระมัดระวังต่อแรงกดดันด้านราคา โดยจากการหารือกับผู้กำหนดนโยบายการเงินในหลายประเทศ พบว่าปัญหาราคาเพิ่มขึ้นยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม แม้ผลกระทบจะแตกต่างกันไปในแต่ละเศรษฐกิจ

สำหรับธนาคารกลางสหรัฐฯ ยืนยันว่า การรักษาเสถียรภาพด้านราคายังคงเป็นภารกิจสำคัญ พร้อมระบุว่าเฟดได้ยุติการผ่อนคลายนโยบายการเงินไปแล้วในการประชุมเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ขณะที่การตัดสินใจด้านนโยบายในการประชุมครั้งต่อไปจะพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ได้รับ ทั้งผลผลิต การจ้างงาน และเงินเฟ้อ โดยไม่ต้องการส่งสัญญาณล่วงหน้าว่าจะตัดสินใจอย่างไรในการประชุมเดือนตุลาคมและธันวาคม

นายเควิน วอร์ช กล่าวด้วยว่า การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ย่อมมีความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อภาคเอกชนลงทุนจำนวนมากบนความคาดหวังต่อผลตอบแทนในอนาคต แต่โครงสร้างตลาดและการแข่งขันอาจไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้

ดังนั้นบทบาทของธนาคารกลางจึงไม่ใช่การพยายามขจัดความผันผวนตามปกติของตลาด แต่ต้องประเมินว่าความเสี่ยงด้านลบที่อาจเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง และมีส่วนใดที่ผู้กำหนดนโยบายสามารถดำเนินการเพื่อลดผลกระทบได้ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน การจ้างงาน และเสถียรภาพด้านราคา

“ธนาคารกลางต้องเปิดรับแนวคิดใหม่ ไม่ยึดติดกับวิธีการเดิมเพียงเพราะเคยใช้ได้ผลในอดีต พร้อมสนับสนุนให้ผู้เชี่ยวชาญศึกษาและทบทวนแนวทางการดำเนินนโยบาย เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว” นายเควิน วอร์ช กล่าว

เมื่อถูกถามถึงบทเรียนหลังเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดประมาณ 148 วัน นายเควิน วอร์ช กล่าวว่า ตนเองประทับใจกับบุคลากรที่มีความสามารถและความมุ่งมั่นภายในองค์กร พร้อมย้ำว่าความน่าเชื่อถือของสถาบันเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของนโยบายการเงิน

นอกจากนี้ยังระบุว่า บุคลากรประมาณ 75% ของเฟดไม่ได้ทำงานด้านนโยบายการเงินโดยตรง แต่ยังมีภารกิจสำคัญอื่น ๆ ทั้งการกำกับดูแลสถาบันการเงิน กฎระเบียบ ระบบการชำระเงิน และงานด้านผู้บริโภคและชุมชน ดังนั้น ประธานเฟดต้องให้ความสำคัญกับทุกส่วนขององค์กร ไม่ใช่มุ่งเน้นเฉพาะการกำหนดอัตราดอกเบี้ย

นายเควิน วอร์ช ยังกล่าวถึงอดีตประธานเฟดหลายคนที่สามารถนำองค์กรรับมือกับความท้าทายของแต่ละยุคสมัย โดยมองว่าโลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก จึงไม่สามารถนำวิธีการเดิมมาใช้ได้โดยไม่ตั้งคำถามว่ามีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่

ในช่วงท้ายนายเควิน วอร์ช แสดงความเชื่อมั่นว่า หากผู้กำหนดนโยบายเปิดรับแนวคิดใหม่และร่วมมือกันรับมือกับความเปลี่ยนแปลง เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาสำคัญนี้ไปสู่การเป็นเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง มีความยืดหยุ่น และมีผลิตภาพสูงขึ้น

พร้อมย้ำว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่จำเป็นต้องเป็นเกมที่ประเทศหนึ่งได้ประโยชน์แล้วอีกประเทศต้องเสียประโยชน์เสมอไป เพราะแนวทางที่ได้ผลในประเทศหนึ่งอาจเป็นบทเรียนให้ประเทศอื่นนำไปปรับใช้ได้เช่นกัน.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...