โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

DSI ขยายผลปมนอมินีภูเก็ต ‘สส.สมชาติ’ หอบหลักฐานแจงเส้นทางเงิน ยันบริษัทรับเป็นแค่ที่ปรึกษากฎหมาย

THE STANDARD

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
DSI ขยายผลปมนอมินีภูเก็ต ‘สส.สมชาติ’ หอบหลักฐานแจงเส้นทางเงิน ยันบริษัทรับเป็นแค่ที่ปรึกษากฎหมาย

วันนี้ (2 ตุลาคม) ความคืบหน้ากรณี กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบขบวนการนอมินีถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดแทนชาวต่างชาติในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ล่าสุด คณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง ได้เปิดเผยถึงผลการเข้าให้ปากคำของ สมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ที่เดินทางเข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวได้นำพยานเอกสารเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ใจในการประกอบธุรกิจ

จากการสอบปากคำ สมชาติยอมรับว่าตนเองเป็นเจ้าของสำนักงานกฎหมายที่ถูกกล่าวถึงจริง แต่ชี้แจงว่าบทบาทหลักของบริษัทคือการให้บริการเป็น ‘ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย’ ไม่ได้มีพฤติการณ์เป็นนอมินีตามที่ถูกตั้งข้อสังเกต พร้อมกันนี้ได้ให้ความร่วมมือในการส่งมอบข้อมูลสำคัญ ทั้งงบการเงินและแหล่งที่มาของเงินทุน เพื่อให้พนักงานสืบสวนนำไปประกอบการพิจารณา โดยสมชาติยังระบุว่า หาก DSI ต้องการพยานหลักฐานหรือเอกสารประเด็นใดเพิ่มเติม ตนก็พร้อมประสานงานและนำเข้าชี้แจงทันที

ขณะนี้ DSI อยู่ระหว่างการประมวลข้อมูลทั้งหมด ทั้งคำให้การของพยานปากอื่นและเอกสารหลักฐาน เพื่อพิจารณาว่าจะเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษรับเรื่องนี้เป็น ‘คดีพิเศษ’ หรือไม่ โดยหัวใจสำคัญของการสืบสวนคือการตรวจสอบว่า มีบุคคลหรือนิติบุคคลใดมีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน หรือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นการถือหุ้นและการเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ว่าเป็นการจัดตั้งบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจจริง หรือมุ่งเน้นเพียงการถือครองอสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูงร่วมกับชาวต่างชาติ

รายงานข่าวจากภายใน DSI ระบุเพิ่มเติมว่า การสอบสวนครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเป้าเพียงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นการขยายผลภาพรวมในจังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจสอบเครือข่ายสำนักงานกฎหมายและสำนักงานบัญชีที่มีพฤติการณ์รับจ้างจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทนอมินีให้คนต่างด้าว โดยใช้ชื่อลูกจ้างหรือคนไทยถือหุ้นแทน ซึ่งที่ผ่านมา DSI เคยลงพื้นที่ตรวจสอบและพบว่ามี เกือบ 100 บริษัทที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยว และบริการ ซึ่งครอบครองทรัพย์สินมูลค่าสูงหลายสิบล้านบาท

ทั้งนี้ พนักงานสืบสวนยังพุ่งเป้าไปที่ช่องโหว่ในการทำธุรกรรม โดยพบว่าขบวนการเหล่านี้มักใช้วิธี เปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นทางทะเบียน เพื่อโอนกรรมสิทธิ์หรือขายอสังหาริมทรัพย์ แทนการทำธุรกรรมโอนกรรมสิทธิ์ผ่านสำนักงานที่ดินตามปกติ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีและค่าธรรมเนียมมหาศาล ดีเอสไอจึงเตรียมเดินหน้าตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการที่คนไทยเข้าไปมีส่วนร่วมเป็นกรรมการหรือถือหุ้นในบริษัทเอกชนเหล่านี้ เพื่อทลายขบวนการที่สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...