‘อนุทิน’ประกาศเช็กบัญชีแค้นพวกฮั้วประมูล ลั่นทำสำเร็จตอบโจทย์ตัวเองขอแขวนนวม
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 1 ต.ค. ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Dinner Talk “Zero Corruption: From Polity to Action” โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วม
โดยนายกฯ กล่าวว่า การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐก็เช่นกัน เราต้องกำหนดคุณสมบัติให้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบทุกคนที่อยู่ในธุรกิจจะรู้สเปคอย่างนี้ออกมา ใครจะได้งานจะต้องไม่มีสิ่งเหล่านี้อีกต่อไป ตนเรียนตรงๆ ตนก็มาจากธุรกิจ วันนั้นตนประชุมที่กระทรวงมหาดไทย ตนบอกว่าทีโออาร์ไม่เคยมีปัญหา ตนอยู่กระทรวงมหาดไทย นายกฯเป็นมท.1 ไม่เคยมีเรื่องทีโออาร์ ไม่เคยมีเรื่องประมูลต่ำสุด ถูกเตะออก เพราะสะกดสระอา สระอิผิด หรือถ่ายรูปไม่ชัด เขียนตัวเลขไทยเป็นตัวเลขอารบิก หรือเขียนตัวเลขอารบิกเป็นตัวเลขไทยแล้วก็เอางานไปคนลำดับที่สองได้ ลำดับที่สามตามการวิ่ง ในยุคที่ตนเป็นมท.1 เรื่องนี้หายไปเลยไม่มีสเปค เปิดกว้างทำไมทำได้ ทั้งที่ตนยังไม่สั่งเต็มที่เลย เพราะเขารู้ว่าเพราะคนที่มากำกับดูแลกระทรวงนี้ซ้ายจับได้หรือจับได้หมด คาดการณ์ล่วงหน้าได้ ตนยังคิดว่าวันหนึ่ง ตนจะหยอกเย้าเขาว่าเขียนสเปคแบบนี้มารู้เลยบริษัทอะไรได้ ฉะนั้นตรงนี้คือสิ่งที่ถามว่าเราทำได้ไหม เห็นไหม ยังไม่ทันทำยังเกิดขึ้นได้ เราก็ต้องเอาคนที่รู้เรื่อง รู้ราวพวกนี้มากๆไปอยู่ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ วันนี้อย่างน้อยสิ่งเหล่านี้จะไม่มีวันรอดสายตาตน งานต่างๆตนบอกท่านเลยฝากบอกคนที่ไม่มาด้วย ถ้าท่านรู้สึกถูกวางสเปคถูกเรียกร้อง ถูกกันแกล้ง ถูกดึงเชง ท่านไม่ต้องร้องเรียนใครท่านร้องเรียนมาที่ตน ตนเอนจอยกับการใช้เวลาอ่านเรื่องการกลั่นแกล้ง การประมูลภาครัฐเพราะตนเคยโดนมา
“นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ตน วันนี้เรามาอยู่ในตำแหน่งที่เราเข้ามาแล้ว เราต้องเคลียร์เรื่องพวกนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ วันนั้นมาถึงแล้ว ผมแฮปปี้ตั้งแต่เป็นมท.1แล้ว ผมไม่เคยคิดว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี ผมเป็นมท.1 และรองนายกรัฐมนตรีคิดว่า ณ จุดนั้นสามารถทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการทุจริตคอรัปชันในภาครัฐ ยิ่งวันนี้มันเลยเป้าหมายที่คาดหมายไว้ วันนี้ผมมาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องยิ่งใช้สิ่งที่ตนมีอยู่ ขอบเขตอำนาจ ที่ผมถืออยู่กำจัดสิ่งที่คนไทยเกลียด นอกจากท่านเกลียดแล้ว ผมก็เกลียดด้วย ผมอาจจะหนักกว่าท่านหลายคนในที่นี้ เพราะเคยโดน เคยเป็นผู้ประสบเคราะห์กรรมมาด้วย ถูกถึงขนาดนักเลงหัวไม้เกือบถูกอุ้ม ถูกขู่ อายุยังไม่ถึง 30 ปี ไปไหนต้องมีคนดูแล 3-4 คน เพราะไปขัดใจคนที่สามารถจัดฮั้วได้ อยู่บ้านไม่ได้ นอนไม่ได้ถามว่าวันนี้ ผมอยู่ตรงนี้ผมเช็คบิลแน่นอน ผมไม่มีทางปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เพราะผมทราบว่าถ้าผมทำตรงนี้ได้ ผมไม่ต้องมีผลงานอื่น ทำให้ท่านเห็นว่าการทุจริตคอรัปชันมันลดน้อยหรือมันหาย ผมไม่กล้าพูดว่าให้มันหายไปเลย เราต้องเริ่มให้มันลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญก่อน แล้วสังคมความกดดันระบบมันก็จะทำให้การคอรัปชัน มันหายไปจากสารระบบของการทำงาน ของการจัดซื้อจัดจ้างของประเทศไทย เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขอให้ทุกท่านได้มีความมั่นใจ ผมมีบัญชีส่วนตัวอยู่ ผมพูดไปท่านอาจจะไม่เชื่อมันเป็นไปได้ยังไง ท่านดูก็แล้วกันพูดไปก็หาว่าคุย แต่ว่าเรื่องนี้ผมทำด้วยความอัดอั้นตันใจมานาน และวันนี้มันก็ถึงตรงนี้แล้ว ถ้าผมทำเรื่องนี้ได้ มันจะดีใจมากกว่าได้เป็นนายกฯนานๆ ทำเรื่องนี้ได้สำเร็จเผลอๆแขวนนวม พอแล้วคุ้มแล้วตอบโจทย์ตัวเองได้แล้ว ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำได้แล้วปีนี้ ผมมีเป้าหมายของผมและท่านก็มีความคาดหวัง แต่ผมก็จะทำในสิ่งที่ท่านคาดหวังให้มันเกิดขึ้น“ นายอนุทิน กล่าว
นายกฯ กล่าวด้วยว่า เรื่องนอมินี เรื่องจีนเทา ตนยอมหรือไม่ เรื่องทุจริตต่างๆ มีคนบอก กระทรวงมหาดไทยรายได้ดีอย่างหนึ่งคือวีซ่าให้คนอยู่ในประเทศให้สัญชาติ วันนี้ตนเซ็นเนรเทศคนออก ไม่เคยมี อย่างมากก็ดำเนินคดี พอพ้นคดีก็อยู่ต่อ แต่รัฐบาลชุดนี้ เชิญคนต่างชาติที่คิดร้าย มาทำการร้าย มาทำสิ่งผิดกฎหมายต่อประเทศไทย ออกนอกประเทศ ตัดวงจร ซึ่งเมื่อบ่ายวันเดียวกันนี้ เพิ่งเซ็นเพิกถอนสัญชาติอิสราเอล เพราะเขาทำผิดกฎหมายและเป็นคนไทยด้วย ยึดสัญชาติไทยและเนรเทศออกไป สิ่งเหล่านี้มันก็จะเริ่มเป็นหลักปฏิบัติ หลักประกัน และทำเป็นไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามเราก็ต้องยึดถือประโยชน์ของประเทศให้มากที่สุด
“เราเชื่อว่าถ้าตรงไหนแสงสว่างเพียงพอ เป็นโจรจริงโจรต้องกลัวคือตรงที่มีแสงสว่างเพียงพอ แล้วเปิดทุกอย่างให้มีแสงสว่าง เป็นแสงที่ส่องการทุจริตและไม่มีแรงเทียนไหนมันแรงเท่ากับหูตาของพี่น้องประชาชน ผมไม่ชอบเรื่องนี้ เป้าหมายทำให้มลายหายสิ้นไป ให้มันรู้ไปว่าประเทศนี้อาธรรมจะชนะธรรมะ ประเทศเราต้องมีความหวัง การมีความหวังคือการต้องการให้ความหวังของเรามันเป็นจริงอยู่ตลอดเวลาได้คือการป้องกัน การให้กำลังใจการเป็นกำแพงให้เขาได้พิงไม่มีกำแพงไหน มีความแข็งแกร่งเท่ากับประชาชนกับพวกท่าน ประชาชนเป็นกำแพงอยู่ข้างหลังเรา ผมรับรองเห็นช้างตัวเท่าลูกน้ำ ไม่ใช่เห็นช้างตัวเท่ามด และพร้อมที่จะดำเนินการเพื่อให้คนข้างหลังเราถูกใจสิ่งเหล่านี้อยากฝากให้ท่านให้โอกาสพวกเราในการทำความหวังของท่านให้เป็นความจริง” นายกฯ กล่าว.