โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลฎีกา ยืนจำคุก ไผ่-ครูใหญ่ ผิดม.112 ชี้ชัดครอบคลุมกษัตริย์ทุกพระองค์ในราชวงศ์จักรี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 ต.ค. เวลา 06.18 น. • เผยแพร่ 01 ต.ค. เวลา 04.36 น.

ศาลฎีกา ยืนจำคุก ไผ่-ครูใหญ่ ผิดม.112 ชี้ชัดครอบคลุมกษัตริย์ทุกพระองค์ในราชวงศ์จักรี

วันที่ 1 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน ศาลจังหวัดภูเขียวนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีมาตรา 112 ของ “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และ “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ จากกรณีปราศรัยประเด็นปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในการชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียวและ สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 หลังเลื่อนมาแล้วสองครั้ง จากนัดเดิมวันที่ 23 ก.ย. และ 29 ก.ย. เหตุสถานการณ์น้ำท่วมทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของเรือนจำขัดข้อง

ในชั้นฎีกา “ไผ่” จตุภัทร์ ต่อสู้ว่ามาตรา 112 ต้องตีความโดยเคร่งครัด คุ้มครองเฉพาะกษัตริย์ที่ครองราชย์อยู่ และคำปราศรัยของตนหมายถึง “สถาบัน” ไม่ใช่ตัวบุคคล ขณะที่ “ครูใหญ่” อรรถพล สู้ว่า “กษัตริย์” คือชื่อตำแหน่งเหมือนผู้ใหญ่บ้าน และถ้อยคำ “ถ้าไม่ใช่กษัตริย์จะใช่ของใคร” หมายถึงบริษัทปูนซิเมนต์ไทย พร้อมขอให้รอการลงโทษ แต่ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 3 จำคุกไผ่ 2 ปี 12 เดือน และครูใหญ่ 2 ปี ปิดฉากคดีที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2564

เวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 5 ของศาล ทนายความพร้อมครอบครัวของจตุภัทร์เดินทางไปฟังคำพิพากษา ส่วนจตุภัทร์และอรรถพลเชื่อมต่อผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มายังห้องพิจารณา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดภูเขียวเปิดซองคำพิพากษา ก่อนอ่านโดยสรุปใจความได้ว่า

ในประเด็นว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 112 หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้มาตรา 112 จะไม่ได้บัญญัติถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ แต่สถาบันพระมหากษัตริย์ครอบคลุมทั้งพระมหากษัตริย์พระองค์ปัจจุบันและพระมหากษัตริย์ในอดีตทุกพระองค์แห่งราชวงศ์จักรี เพราะมีความหมายเชิงประวัติศาสตร์ ความผูกพันทางวัฒนธรรม และโครงสร้างทางกฎหมายที่สืบทอดกันมาไม่ขาดสาย ความเคารพที่ประชาชนมีต่อสถาบันในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งสะท้อนจากพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชทุกยุคสมัย

ศาลวินิจฉัยว่าถ้อยคำของจตุภัทร์เป็นการกล่าวหาว่า สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชและพระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบัน ไม่ทรงอยู่ในทศพิธราชธรรม ขัดต่อพระราชสถานะอันผู้ใดจะละเมิดมิได้ที่รัฐธรรมนูญรับรอง และทำให้พระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง

ส่วนข้ออ้างที่ว่ามาตรา 112 หมายถึงเฉพาะพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์อยู่ ศาลเห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์กับพระมหากษัตริย์ยึดโยงกัน และเป็นเรื่องความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ถ้อยคำของจตุภัทร์จึงสื่อถึงพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์

สำหรับถ้อยคำของอรรถพล ศาลเห็นว่าทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่าพระมหากษัตริย์ใช้อำนาจสั่งให้ระเบิดภูเขาเพื่อประโยชน์ของโรงงานปูนที่สระบุรี จึงไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลตามที่จำเลยอ้าง

ต่อข้ออ้างที่เปรียบเทียบตำแหน่งพระมหากษัตริย์กับตำแหน่งข้าราชการหรือผู้ใหญ่บ้าน ว่าหมายถึงตำแหน่งมิใช่ตัวบุคคล ศาลฎีกาเห็นว่าเปรียบเทียบกันไม่ได้ เพราะแตกต่างกันในทุกด้าน ทั้งในด้านที่มา ซึ่งการสืบราชสันตติวงศ์เป็นไปตามสายพระโลหิตในราชวงศ์จักรี ตามรัฐธรรมนูญและกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ. 2467 ขณะที่ข้าราชการเข้าสู่ตำแหน่งผ่านการสอบคัดเลือกหรือแต่งตั้ง และผู้ใหญ่บ้านมาจากการเลือกตั้งของราษฎร

ด้านอำนาจ พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมืองและทรงใช้อำนาจอธิปไตยผ่านคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และศาล ขณะที่ข้าราชการและผู้ใหญ่บ้านใช้อำนาจตามกฎหมายเฉพาะตำแหน่ง

ด้านวาระ พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งตลอดรัชกาล ขณะที่ข้าราชการและผู้ใหญ่บ้านมีวาระตามกฎหมายและอาจถูกถอดถอนได้

และด้านความรับผิด ผู้ใดจะฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ทางอาญาหรือทางแพ่งไม่ได้ โดยความรับผิดชอบทางการเมืองเป็นของรัฐบาล ขณะที่ข้าราชการและผู้ใหญ่บ้านต้องรับผิดทั้งทางวินัย ทางแพ่ง และทางอาญา

ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ภาค 3 ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่อรรถพลขอให้รอการลงโทษ ศาลเห็นว่าจำเลยกระทำความผิดต่อหน้าสาธารณชน โดยมีเจตนาให้บุคคลทั่วไปรับรู้ เป็นการลดพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ และทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าพระมหากษัตริย์ไม่ทรงอยู่ในทศพิธราชธรรม จึงไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ พิพากษายืน จำคุกจตุภัทร์ 2 ปี 12 เดือน และอรรถพล 2 ปี

สำหรับข้อหาอื่น ๆ ที่ทั้งสองคนเผชิญ ได้แก่ มาตรา 116 (2) (3), การฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น คดียุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ยกฟ้องข้อหาเหล่านี้แล้ว

หลังการอ่านคำพิพากษาจบลง มารดาของจตุภัทร์ในฐานะนายประกันได้หารือกับศาลถึงคำร้องขอถอนประกันและส่งตัวจำเลยที่ยื่นไว้ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 2569 เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมเป็นเหตุสุดวิสัย เจ้าหน้าที่ศาลตอบว่าได้หารือกับหัวหน้าศาลแล้ว จะให้นับตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. ซึ่งเป็นวันที่ยื่นคำร้องเข้าไป

ส่วนเรื่องถอดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ศาลแจ้งว่าในวันจันทร์และวันอังคารที่ผ่านมาเกิดน้ำท่วมที่ศาลอาญาและเรือนจำ ทำให้เรือนจำไม่สามารถนำตัวจำเลยออกมาดำเนินการตามขั้นตอนได้ เมื่อน้ำลดจึงจะนำตัวจำเลยไปดำเนินการ ส่วนจะเป็นช่วงใดต้องประสานกับเรือนจำอีกครั้ง

ฝ่ายจำเลยจึงขอให้ศาลประสานความคืบหน้าผ่านมารดา เพื่อให้ครอบครัวประสานกับทนายความที่กรุงเทพฯ ซึ่งดูแลคดีอยู่ รวมถึงเรื่องการฝากซื้ออาหารและของใช้

จากการพูดคุยผ่านวิดีโอ ทั้งไผ่และครูใหญ่ที่ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาแล้วกว่า 1 ปี สอบถามเรื่องหมายแจ้งโทษเด็ดขาด ผู้พิพากษาแจ้งว่าหมายน่าจะออกได้ทันที เพราะคดีถึงที่สุดในวันที่ศาลอ่านคำพิพากษา

ในช่วงท้าย แม่ถามไผ่ขอสอบถามถึงความเป็นอยู่ในเรือนจำช่วงน้ำท่วมที่กรุงเทพฯ ญาติหรือทนายจะเข้าเยี่ยมได้หรือไม่ ไผ่ตอบว่ายังไม่ทราบสถานการณ์แน่ชัด และเล่าว่าตอนนี้กินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพราะสั่งอาหารไปตามปกติแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเนื่องจากน้ำท่วม

ไผ่ยังฝากบอกว่า “ทำใจได้แล้ว” และขอให้แจ้งด้วยว่าต่อไปจะต้องไปที่ศาลไหน ก่อนแม่จะกล่าวลาว่า “ขอให้ปลอดภัยนะ รักษาร่างกาย รักษาสุขภาพนะ คิดถึงนะ” ขณะที่ไผ่บอกให้แม่ระวังน้ำท่วมเช่นกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ทำให้คดีมาตรา 112 จากการปราศรัยที่ภูเขียวถึงที่สุด หลังการต่อสู้ยาวนานกว่า 5 ปี ผ่านสามชั้นศาล และถือเป็นการวินิจฉัยในชั้นศาลสุดท้าย ทำให้ทั้งสองกลายเป็นผู้ต้องขังคดีถึงที่สุด

ขณะที่จตุภัทร์ยังมีคดีมาตรา 116 จากการชุมนุม #หมายที่ไหนม็อบที่นั่น ที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีกำหนดนัดฟังคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์มาเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมายัง คดีได้เลื่อนออกมา โดยที่คดีนี้ฝ่ายจำเลยยังได้ยื่นคำร้องขอยุติคดีตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข แต่ศาลยังไม่มีคำสั่งในเรื่องนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศาลฎีกา ยืนจำคุก ไผ่-ครูใหญ่ ผิดม.112 ชี้ชัดครอบคลุมกษัตริย์ทุกพระองค์ในราชวงศ์จักรี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...