มหาสมุทรเดือด! ร้อนที่สุด 9 ปีติดต่อกัน สัญญาณโลกร้อนถึงจุดอันตราย
ปี 2025 กลายเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เมื่อมหาสมุทรของโลกสะสมความร้อนได้มากที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลสมัยใหม่ และเป็นปีที่ 9 ติดต่อกันที่ปริมาณความร้อนในมหาสมุทรทำสถิติสูงสุดใหม่ ตอกย้ำว่าภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องในอนาคต แต่กำลังเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน
ผลการศึกษานานาชาติซึ่งเผยแพร่ในวารสาร Advances in Atmospheric Sciences จัดทำโดยนักวิทยาศาสตร์กว่า 50 คน จาก 31 สถาบันทั่วโลก ระบุว่า ปริมาณความร้อนสะสมในมหาสมุทร (Ocean Heat Content: OHC) ในปี 2025 สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา การวิเคราะห์อาศัยข้อมูลจากหลายแหล่งสำคัญ อาทิ สถาบันฟิสิกส์บรรยากาศแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์จีน โครงการ Copernicus Marine ของยุโรป หน่วยงาน NOAA/NCEI ของสหรัฐฯ และการวิเคราะห์ข้อมูลมหาสมุทรระดับโลก CIGAR-RT
นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า ความร้อนในมหาสมุทรเพิ่มขึ้นราว 23 เซตตาจูล ซึ่งเทียบเท่ากับพลังงานที่มนุษยชาติใช้จากน้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติรวมกันถึง 37 ปี นอกจากนี้ ประมาณ 16% ของพื้นผิวมหาสมุทรโลก มีค่าความร้อนสะสมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และราว 33% อยู่ในระดับร้อนที่สุด 3 อันดับแรกนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูล อย่างไรก็ตาม การอุ่นขึ้นของมหาสมุทรไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ พื้นที่ที่ร้อนขึ้นเด่นชัด ได้แก่ มหาสมุทรซีกโลกใต้ มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ขณะที่บางพื้นที่ เช่น แปซิฟิกแถบเส้นศูนย์สูตร มหาสมุทรอินเดียตะวันตก และแอตแลนติกเขตร้อน พบแนวโน้มเย็นลงเล็กน้อย อันเป็นผลจากการเปลี่ยนผ่านสู่สภาวะลานีญา
ด้านอุณหภูมิผิวน้ำทะเล ค่าเฉลี่ยทั่วโลกในปี 2025 สูงเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่มีการบันทึก สูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วงปี 1981–2010 ราว 0.5 องศาเซลเซียส แม้จะต่ำกว่าปี 2023 และ 2024 เล็กน้อย แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของเอลนีโญสู่ลานีญา ไม่ใช่สัญญาณว่าภาวะโลกร้อนชะลอตัวลง
รายงานยังเตือนว่า มหาสมุทรที่อุ่นขึ้นส่งผลกระทบรุนแรงหลายด้าน ทั้งการเพิ่มระดับน้ำทะเล การยืดระยะเวลาคลื่นความร้อน และการกระตุ้นสภาพอากาศสุดขั้ว ในปี 2025 โลกได้เห็นผลกระทบเหล่านี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมในเม็กซิโกและแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ ภัยแล้งในตะวันออกกลาง ความปั่นป่วนทางสภาพอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงพายุหมุนเขตร้อนที่รุนแรงขึ้นจากการระเหยของน้ำและฝนตกหนักเป็นพิเศษ
นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า แม้วิทยาศาสตร์จะก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ความไม่แน่นอนที่ใหญ่ที่สุดของวิกฤตภูมิอากาศ คือ การตัดสินใจของมนุษย์ มหาสมุทรซึ่งทำหน้าที่ดูดซับความร้อนมากกว่า 90% ของพลังงานส่วนเกินจากก๊าซเรือนกระจก กำลังส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังเร่งตัว และคำตอบของอนาคตจะขึ้นอยู่กับความสามารถของโลกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และปรับตัวให้เข้ากับโลกที่ร้อนและผันผวนมากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ปัญหาสิ่งแวดล้อม โจทย์ท้าทาย พรรคการเมืองไทย
- สภาพอากาศสุดขั้ว กำลังทำโลกปั่นป่วน ดร.สนธิชี้ อนาคตจะหนักกว่านี้
- มหาสมุทรร้อนทุบสถิติ ร้อนที่สุดในรอบ 1,000 ปี สัญญาณเตือนภัยพิบัติเริ่มแล้ว
- อาร์กติกกำลังเปลี่ยนไป เข้าสู่สภาพอากาศสุดขั้วยุคใหม่ พืชเสี่ยงล้มตาย สัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์
- โลกร้อนเล่นงาน “ป่าไม้” ต้นไม้โตช้า ดูดซับคาร์บอนลดลง