โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สลด! ลูกคลั่งขาดยาปาดคอแม่ดับคาบ้าน ก่อนเชือดคอตัวเองหวังตายตาม

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 11 ม.ค. เวลา 04.17 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. เวลา 04.17 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(11 ม.ค. 69) คืบหน้ากรณีลูกชายทาสยาเสพติดคลั่งยา คว้ามีดปาดคอแม่บังเกิดเกล้าเสียชีวิตภายในบ้านพัก ก่อนใช้มีดเล่มเดียวกันเชือดคอตัวเองอาการสาหัส เพื่อนบ้านเผยชนวนเหตุเกิดจากแม่สั่งห้ามดื่มเบียร์จนสร้างความไม่พอใจ

เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านพักหลังหนึ่ง ซึ่งเปิดเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวและอยู่ใกล้กับร้านขายยา ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ที่เกิดเหตุพบประตูบ้านถูกปิดล็อกสนิทจากข้างใน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้คีมตัดเหล็กเพื่อพังประตูเข้าไปตรวจสอบ

ภายในบ้านพบร่างของ นางพัน (นามสมมติ) นอนเสียชีวิตจมกองเลือด มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณลำคอ ใกล้กันพบตัวผู้ก่อเหตุคือลูกชายของผู้ตาย มีบาดแผลถูกของมีคมบาดที่ลำคออาการสาหัส เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

จากการสอบถามหญิงเพื่อนบ้านที่ช่วยดูแลผู้ตาย เล่าด้วยความตกใจว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายของผู้ตายได้ไปซื้อปลาเผาและเบียร์ 2 ขวดมาดื่มบนชั้นสองของบ้าน ต่อมาได้ยินเสียงทะเลาะกันรุนแรง โดยแม่พันพยายามห้ามไม่ให้ลูกชายดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากลูกชายมีประวัติพัวพันยาเสพติดและเพิ่งมีอาการหงุดหงิดฟุ้งซ่านจากการไม่ได้เสพยามาประมาณ 3-4 วัน

“ได้ยินเสียงแม่พันร้องโวยวายและร้องโอ๊ย ๆ ด้วยความเจ็บปวด จึงรีบเรียกให้คนช่วยแจ้งตำรวจ ไม่คิดว่าลูกชายจะกล้าทำกับแม่ขนาดนี้ ที่ผ่านมาเคยเห็นแค่ทะเลาะกันเฉย ๆ” พยานระบุ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าผู้ก่อเหตุเกิดอาการคลุ้มคลั่งจากการขาดยาเสพติด (ลงแดง) ประกอบกับความมึนเมา จึงก่อเหตุสลดก่อนพยายามฆ่าตัวตายตามเพื่อหนีความผิด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้อายัดตัวผู้ก่อเหตุไว้ที่โรงพยาบาลเพื่อเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...