โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พรรคใหญ่แข่งนโยบายเศรษฐกิจ "แจกเงิน-ล้างหนี้" ดันจีดีพีพุ่ง 5%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ธ.ค. 2568 เวลา 00.55 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 23.45 น.

ปัจจัยชี้ขาดชัยชนะเลือกตั้ง 2569 ทุกพรรคแข่งนโยบายเศรษฐกิจ ตั้งเป้าอัตรา GDP ขยายตัวพุ่ง 3-5% ภูมิใจไทย ต่อยอดแจกเพิ่มทุกมาตรการ ปัดฝุ่น barter trade สินค้าเกษตรแลกเครื่องบิน เพื่อไทยท้าชิงด้วยคีย์เวิร์ด “มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี” ดันมาตรการประกันกำไรสินค้าเกษตร พรรคประชาชน มาครบ “อวสานเงินใต้โต๊ะ-โกงวงแตก” ปชป.มุ่งลดหนี้ กล้าธรรม แก้ที่ดินทำกิน

เข้าสู่ช่วง 40 วันสุดท้าย ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนวันดีเดย์เปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมืองต่างทยอยเปิดแคมเปญ-นโยบาย หาเสียงเพื่อชิงคะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 64.9 ล้านคน พรรคการเมืองพรรคหลัก ทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน ยังคงหาเสียงด้วยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะหน้าด้วยการแจก-แก้หนี้ครัวเรือน-แก้หนี้เกษตรกร ขณะเดียวกัน เป้าหมายของแต่ละพรรคยังแข่งกันตั้งเป้า “จีดีพี” ของประเทศ 3-5%

ภูมิใจไทย ชูเศรษฐกิจ Ten+

พรรคภูมิใจไทย ในฐานะที่ถูกมองว่าเป็นพรรคตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะกลับมาตั้งรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย สโลแกนหาเสียงเลือกตั้ง “พูดแล้วทำพลัส” วางตัว เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กลับมาเป็นรองนายกฯและ รมว.คลัง คุมเศรษฐกิจ คู่กับ “ศุภจี สุธรรมพันธ์” เป็นรองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ คุมการค้า-อุตสาหกรรม

นโยบายเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ประกาศโดย “เอกนิติ” ตั้งเป้าหมายถ้าพรรคภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาล จะสร้าง Growth ของจีดีพี 3% พลัส เศรษฐกิจ 10 พลัส ประกอบด้วย 1.เติมชีวิตให้คนตัวเล็กแก้ปัญหาเศรษฐกิจ 13 ล้านราย ด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพลัส คนละครึ่งพลัส พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส ค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย (200 หน่วยแรก) ปิดหนี้ไว ไปต่อได้

2.แมดอินไทยแลนด์ SMEs พลัส เติมทุนให้ ค้ำประกันไว สู้ได้ทุกที่ ผู้สูงวัยพลัส ทักษะดี มีงาน มีเงิน มีคนดูแล 3.ลงทุนพลัส เพิ่มการลงทุน รัฐร่วมทุน กระตุ้นโตยาว 4.ผลิตได้ ขายออก พลัส ผลิตของที่ใช่ ขายของที่คนชอบ ตอบโจทย์ทุกคน 5.Trade พลัส ค้าขายฉลาด อัพเกรดการผลิต 6.เศรษฐกิจสีเขียว พลัส เพราะรักษ์โลกคือทางรอด และเป็นทางรวย อย่างยั่งยืน

7.ดิจิทัล AI พลัส AI ถึงมือ งานถึงตัว เงินถึงบ้าน 8.การศึกษาเท่าเทียม พลัส เรียนฟรีมีจริง มีงานเรียนฟรีทุกที่ทุกเวลา 9.สูงวัยพลัส ทักษะดี มีงาน มีเงิน มีคนดูแล 10.ไทยแลนด์ พลัส รัฐฉับไว เศรษฐกิจใหม่ คนไทยแฮปปี้

ชู Barter Trade แลกเครื่องบิน

ศุภจีกล่าวว่า ประเทศไทยต้องชูให้เกษตรกรมีความมั่นคงทางด้านรายได้ เรื่องแรกคือเรื่องการส่งออก พิจารณาว่าไทยซื้ออะไรจากใครบ้าง อาทิ ซื้อเครื่องบินกริพเพน, เรือฟริเกต และเครื่องบินพาณิชย์ แทนที่จะซื้อด้วยเงินสดอย่างเดียวต้องเจรจา วางนโยบายว่าต้องไม่ซื้อด้วยเงินสดเท่านั้น โดยขอแลกแบบมีเงื่อนไข ซึ่งจะทำให้ฐานของราคาสินค้าการเกษตรสูงขึ้น เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

พท. มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี

ด้านพรรคเพื่อไทยเสนอนโยบายเศรษฐกิจ ผ่านการประกาศของ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯ ว่า “ตั้ง GPS ของประเทศให้แม่นยําชัดเจน เพื่อภายใน 4 ปี เศรษฐกิจไทยเติบโตไม่น้อยกว่า 5% จะตั้งเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมลํ้าในสังคม ให้คนไทยมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี” เดินหน้าหวยเกษียณ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย บ้านเพื่อคนไทย ยกเศรษฐกิจใต้ดินขึ้นบนดิน ดึงเศรษฐกิจนอกระบบสู่ในระบบ เพิ่มการจ้างงานที่ถูกกฎหมาย

นโยบายด้านการเกษตร ซึ่งเป็นฐานเสียงหลัก ชูการประกันกําไรสินค้าเกษตร 30% พร้อมกับนโยบายพักหนี้ และตั้งเป้าราคาสินค้าเกษตรหลัก เช่น ข้าวหอมมะลิ 15,000 บาท/ตัน ข้าวเปลือก 10,000 บาท/ตัน ยางพารา 70 บาท/กก. ข้าวโพด 7.25 บาท/กก. มันสําปะหลัง 2.50 บาท/กก.

ควบคู่กับการแก้หนี้นอกระบบ ด้วยการให้สินเชื่อรายละ 50,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำ, แก้หนี้ NPL หากคนที่เป็นหนี้เสียไม่เกิน 200,000 บาท จ่ายเพียง 10% หรือ 20,000 บาท ปิดหนี้ได้ทันที ล้างหนี้วัยเกษียณ ปลดหนี้เสียของผู้สูงวัย ไม่เกิน 100,000 บาท ภายใน 3 เดือน ลูกหนี้ชั้นดี ผ่อนดี 1 ปีฟรี 1 งวด

ปชน.แจกคนละครึ่ง หวยใบเสร็จ

ด้านพรรคประชาชน ชูสโลแกน “ไทยไม่เทา-ไทยเท่ากัน-ไทยทันโลก” มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน คือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, วีระยุทธ์ กาญจน์ชูฉัตร และนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล มีนโยบายสำคัญเพื่อส่งเสริมธุรกิจ SMEs และกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งแรก เติมเงินคนละครึ่ง 1,000 บาท 12 ล้านคน สำหรับซื้อสินค้า/บริการ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการ หวยใบเสร็จ SMEs

ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้า/บริการจาก SMEs ผ่านแอป “เป๋าตัง” (หรือแอปธนาคารอื่นที่ร่วมโครงการ) ทุก ๆ ยอดซื้อสะสม 500 บาท จะได้รับหวยใบเสร็จ SMEs 1 ใบ (สะสมจากหลากหลายร้านค้า SMEs ได้) เลือกเลขสามตัวและลุ้นรางวัลได้ทุกครึ่งเดือน ไม่เกิน 20 ใบต่อเดือนในเฟสแรก โดยวงเงินรางวัลหวยใบเสร็จ SMEs 1,000 ล้านบาท/เดือน นอกจากนี้ มีโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs วงเงิน 50,000 ล้านบาท

ขณะที่นโยบายแก้หนี้เกษตร อาทิ ยกหนี้ให้เกษตรกร อายุ 70 ปี ที่ชำระดี ส่วนใครจ่ายยังไม่เกินต้น ลดหนี้ให้ 50% ขณะที่เกษตรกรชำระหนี้ดี มีรางวัล คืนดอกเบี้ย 10% ในกรณีที่กู้ลงทุนเพิ่มดอกเบี้ยถูกลง สูงสุด 2%

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดตัวนโยบายหาเสียงระบุว่า นโยบาย 100 วันแรก จะกวาดล้างทุนเทาและบัญชีม้าอย่างเข้มข้น พร้อมเติมเงินเข้าระบบผ่าน “คนละครึ่ง” 1,000 บาท ให้ประชาชน 12 ล้านคน เพื่อกระตุ้นยอดขายให้กลุ่ม SMEs

ส่วนแผนงบประมาณปีแรก จะเน้นสวัสดิการถ้วนหน้า เช่น เงินอุดหนุนเด็กเล็กและเบี้ยผู้สูงอายุที่จะเพิ่มขึ้นตามลำดับ รวมถึงมาตรการลดค่าครองชีพด้วยค่ารถไฟฟ้าเริ่มต้น 8 บาท และช่วยค่าเช่าบ้านให้ประชาชน 1.5 ล้านครัวเรือน สำหรับเมกะโปรเจ็กต์จะมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับท้องถิ่น ทั้งระบบน้ำประปา รถเมล์ไฟฟ้า และการกำจัดขยะ

“พรรคตั้งเป้าอัดฉีดเงินให้ท้องถิ่นเพิ่ม 2 แสนล้านบาท ภายใน 4 ปี เพื่อกระจายความมั่งคั่งสู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ในระยะยาว 1 สมัย พรรคจะปั้นอุตสาหกรรมใหม่ เช่น เครื่องมือแพทย์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ รวม 6.5 แสนล้านบาท”

น.ส.ศิริกัญญาเน้นย้ำว่า ไทยจะแข่งในระดับโลกไม่ได้หากไม่กวาดล้างการคอร์รัปชั่นให้สิ้นซาก จึงประกาศนโยบาย “อวสานเงินใต้โต๊ะ” ยกเลิกตั๋วและส่วยทุกรูปแบบ พร้อมใช้ระบบขอใบอนุญาตออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีกฎหมาย “คนโกงวงแตก” เพื่อจูงใจให้คนแฉการทุจริตโดยจะได้รับการลดหย่อนโทษเป็นกรณีพิเศษ

นอกจากนี้ ยังมี “Orange Megaprojects การลงทุนครั้งใหญ่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย” ใช้งบฯ 6.3 แสนล้านบาทใน 8 ปี แบ่งเป็นการจัดการน้ำเสีย 6 หมื่นล้านบาท น้ำประปาดื่มได้ 7.5 หมื่นล้านบาท ขนส่งสาธารณะ 3.7 หมื่นล้านบาท การจัดการขยะ 1.83 แสนล้านบาท โรงเรียน 5 หมื่นล้านบาท โรงพยาบาล 3 หมื่นล้านบาท และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ 1.92 แสนล้านบาท

ปชป.พาจีดีพีโต 5% ใน 4 ปี

ด้านพรรคประชาธิปัตย์ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ในฐานะหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ชูสโลแกน “ไทยหายจน” ตั้งเป้าพาจีดีพีประเทศโต 5% ภายใน 4 ปีว่า ลดหนี้สินของประชาชนจากเดิมที่มียอดหนี้ 80-90% ให้เหลือ 60%

สำหรับประเด็นค่าแรงขั้นต่ำ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า จะมีการทบทวนค่าแรงขั้นต่ำทุกปี และสำรวจค่าครองชีพของทุกจังหวัดว่าค่าครองชีพขั้นต่ำจะต้องมีเท่าไร ในกรณีที่ค่าครองชีพสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ แต่กรรมการไตรภาคีบอกว่ายังขึ้นไม่ได้ จะให้รัฐบาลชดเชยเพื่อให้สามารถครองชีพในจังหวัดนั้นได้ และให้มีระบบการรับรองทักษะ ขยายให้มากขึ้น ซึ่งจะเอาไปผูกกับค่าแรง เพิ่มขึ้นตามทักษะที่มี และจะเชื่อมโยงกับเรื่องเปิดโอกาสให้คนอัพสกิลได้

พรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้สโลแกน “ไทยหายจน” เบื้องต้นได้กำหนดนโยบายมุ่งเน้น 3 ด้านหลัก คือ 1.เศรษฐกิจและการเพิ่มรายได้ 2.ความมั่นคงและการต่อต้านมิจฉาชีพ (Scammer) 3.การเพิ่มบทบาทไทยในเวทีโลก

กล้าธรรม ชูธงแก้หนี้เกษตรกร

อีกพรรคที่ถูกโฟกัสบนเวทีการเมือง คือ พรรคกล้าธรรม ที่มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและ รมว.เกษตรฯ เป็นแคนดิเดตนายกฯ เน้น “ทำจริง มากกว่าพูด” ไม่ขายฝัน ชูนโยบายด้านการเกษตรเป็นหลัก อาทิ จัดสรรที่ดินทำกินให้เกษตรกร ยึดที่ดินผิดกฎหมาย ผลักดันการเปลี่ยนที่ดิน สปก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรให้ชาวบ้าน และยกระดับเป็นโฉนดครุฑแดง ทำสงครามสินค้าเถื่อน แก้ปัญหาการลอบนำเข้าสินค้า ชู “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” จัดหาตลาดรองรับสินค้าเกษตร รัฐบาลผลิตปุ๋ยขายราคาถูก สร้าง “ธนาคารเกษตรเพื่อประชาชน” ให้เกิดขึ้นได้จริง เปลี่ยนการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพิ่มเส้นทางไหลของน้ำ จัดทำแผนที่น้ำทุกจังหวัด

ด้านการศึกษา แก้ปัญหาหนี้สิน-ที่อยู่อาศัย พัฒนาคุณภาพชีวิตครู ยกระดับการศึกษา ระดับอาชีวศึกษา ให้ตรงกับตลาดแรงงาน เรียนแล้วนำไปทำงานเลี้ยงชีพได้จริง พัฒนาภาคการศึกษาด้วย AI ดูแลกลุ่มเปราะบาง ปรับเบี้ยเด็ก ผู้พิการ ผู้สูงอายุ แบบถ้วนหน้า ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมต่อความช่วยเหลือถึงบ้าน การท่องเที่ยว กระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรองให้กลายเป็นเมืองหลัก พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยยึดหลักภาคการเกษตร ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงเกษตร ศิลปวัฒนธรรม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พรรคใหญ่แข่งนโยบายเศรษฐกิจ “แจกเงิน-ล้างหนี้” ดันจีดีพีพุ่ง 5%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...