เปิดแผนรุก! บีบกัมพูชาชดใช้หนี้สงครามแบบไร้ตัวกลาง “จ่ายด้วยเงิน หรือแลกด้วยดินแดน!
อ.อุ๋ย เปิดแผนรุก ‘ทวิภาคี’ บีบกัมพูชาชดใช้หนี้สงครามแบบไร้ตัวกลาง
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า อ.ประพฤติ ฉัตรประภาชัย (อาจารย์อุ๋ย)
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ
น.บ. (ธรรมศาสตร์),เนติบัณฑิตไทย,LLM. (Cornell), M.L.I. (Wisconsin-Madison), ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (ให้เปล่า) ศึกษาวิจัยที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย Kyushu ประเทศญี่ปุ่น, อดีตที่ปรึกษา สนง. คกก. กฤษฎีกา ด้านกฎหมายอาเซียน
ในวันที่กระสุนนัดสุดท้ายสงบลงชั่วคราว แต่ความสูญเสียของพี่น้องชาวไทยยังไม่ได้รับการเยียวยา ซึ่งโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลคือการเรียก“ค่าปฏิกรรมสงคราม” หรือค่าเสียหาย โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันในปี 2568 ที่ความตึงเครียดชายแดนปะทุขึ้นอีกครั้ง ซึ่งหากเราต้องการจบเรื่องนี้แบบ “ทวิภาคี” (Bilateral) โดยไม่ต้องเดินขึ้นศาลโลก (ICJ) ให้เสียเวลาเป็นสิบปี เราจะใช้วกลไกใดบีบให้อีกฝ่ายจ่าย?
1. ฐานกฎหมาย: “ความรับผิดของรัฐ” ที่ไม่ต้องง้อมือที่สาม
ตามหลักกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศว่าด้วยความรับผิดของรัฐ (ARSIWA) รัฐที่กระทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น การละเมิดข้อตกลงตาม MOU 2543 โดยการนำพลเรือนมาเป็น “โล่มนุษย์” การใช้กับระเบิด การยิงใส่เป้าหมายพลเรือน ฯลฯ รัฐนั้นมีหน้าที่ต้องชดใช้เยียวยา (Reparation) ซึ่งไทยสามารถยื่นข้อเรียกร้องผ่านคณะกรรมการร่วมด้านเทคนิค (JTC) หรือคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) โดยตรง เพื่อเรียกค่าเสียหายจากผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและชีวิตประชาชน
2. ยุทธศาสตร์ “แลกหนี้” ด้วยดินแดน/ทรัพยากร: ขุมทรัพย์ OCA คือเป้าหมายแรก!
หากกัมพูชาอ้างว่าไม่มีเงินจ่าย (ซึ่งเป็นไปได้สูง) ไทยต้องเดินเกม “Land-for-Debt Swap” หรือการเปลี่ยนหนี้เป็นสิทธิเหนือดินแดน/ทรัพยากร โดยจุดที่ไทยควรยื่นข้อเสนอเป็นอันดับแรกคือ:
• พื้นที่พิพาททางทะเล (OCA): พื้นที่กว่า 26,000 ตร.กม. นี้มีมูลค่าก๊าซธรรมชาติกว่า 10 ล้านล้านบาท (ข้อมูลปี 2568) ไทยควรยื่นเงื่อนไขให้กัมพูชา “สละสิทธิการอ้างสิทธิ์” (Renunciation of Claim) ในพื้นที่ส่วนแบ่งที่กัมพูชาเคยจะได้ เพื่อแลกกับการล้างหนี้ทั้งหมด
• ผลลัพธ์: วิธีนี้จะทำให้ไทยได้สิทธิ์ในการขุดพลังงานมาใช้เอง 100% ช่วยลดค่าไฟให้คนไทยได้ทันที ซึ่งมูลค่านี้มหาศาลกว่าเงินสดที่กัมพูชาจะหามาจ่ายได้หลายเท่าตัว
3. ปรับเส้นเขตแดนบก: ปิดแผลพระวิหาร
อีกจุดคือพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. รอบปราสาทพระวิหาร ไทยควรใช้โอกาสนี้เจรจาให้กัมพูชายอมรับเส้นเขตแดนตามแนวสันปันน้ำ/สันผา ที่ไทยอ้างอิง เพื่อแลกกับการไม่เรียกเก็บค่าเสียหายจากการสู้รบในอดีต เป็นการปิดช่องว่างทางกฎหมายที่คาราคาซังมานาน รวมทั้งเรียกร้องให้คืนตัวปราสาทมาด้วย
บทสรุป:
เมื่อกฎหมายและกําลังรบที่เหนือกว่า นําไปสู่อำนาจบนโต๊ะเจรจา และการเรียกค่าปฏิกรรมในรูปแบบทวิภาคีก็เป็นสิทธิของไทย เป็นการใช้ความผิดของฝ่ายตรงข้ามมาเปลี่ยนเป็นอธิปไตยเหนือทรัพยากร กล่าวคือ“ถ้าไม่มีเงินจ่าย ก็เอาขุมทรัพย์พลังงานมาแลก! “ผมขอเสนอเป็นทางออกหนึ่งที่สำหรับความมั่นคงของชาติในยามที่ประเทศไทยกําลังถือไพ่เหนือกว่าในตอนนี้
ด้วยความปรารถนาดี
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS