โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

[Full Review] GWM Tank 300 Diesel อัตราสิ้นเปลือง? ลุย 4x4 ได้แค่ไหน?

autoinfo.co.th

เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2568 เวลา 06.16 น.

เอสยูวียังคงเป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยม ไม่ว่ากระแสความนิยมของโลกยานยนต์จะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหนก็ตาม ในปัจจุบัน รถยนต์สไตล์ครอสส์โอเวอร์กำลังได้รับความสนใจมากๆ จากการใช้งานที่หลากหลาย และทันสมัย แต่ยังคงมีเอสยูวีสมัยใหม่ ลุยได้จริงจัง ผสมผสานการใช้งานที่ทันสมัยด้วย นี่คือหนึ่งในเอสยูวีที่กำลังได้รับความสนใจไม่น้อยในเวลานี้ เรามาทดสอบกันกับ GWM Tank 300 Diesel

ภายนอก : เส้นสายแบบตัวลุยยุคดั้งเดิม

ค่าย GWM หรือ Great Wall Motor (กเรท วอลล์ มอเตอร์) มีบแรนด์รถยนต์ในเครือ นั่นคือ Tank (แทงค์) ที่เน้นเอสยูวีสไตล์สมบุกสมบัน หนึ่งในนั้น คือ Tank 300 (แทงค์ 300) ตัวลุยที่มีเส้นสายผสมผสานเอสยูวีรุ่นคลาสสิคหลายรุ่น เห็นได้จากไฟหน้าทรงกลม ล้อมกรอบด้วยชุดกระจังหน้าที่มีโลโกขนาดใหญ่ของ Tank ฝากระโปรงหน้าทรงโค้งขนาดใหญ่ และโป่งซุ้มล้อขนาดใหญ่ชัดเจน ชวนให้นึกถึงรุ่น Wrangler (แรงเลอร์) ลักษณะของเสาเอทำมุมตั้งชัน ด้านข้างมีบันไดติดตั้งมาจากโรงงาน เส้นสายของส่วนประตูทั้ง 4 บานเน้นสันเหลี่ยม

หนึ่งในสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเอสยูวียุคดั้งเดิม คือ การมียางอะไหล่ติดตั้งด้านนอกบริเวณประตูบานท้าย (เราคิดว่าน่าจะมีฝาครอบยางสักนิด แม้จะสามารถหาซื้อเพิ่มเติมได้ไม่ยาก) ประตูบานท้ายแบบเปิดออกด้านข้างไปทางขวา (เหมาะกับบ้านเราที่มักจะจอดรถฝั่งซ้ายมือ) บานประตูมีความแข็งแรง ชอคอับไฮดรอลิคของประตูมีขนาดใหญ่ สามารถหมุนเพื่อลอคตำแหน่งได้ หากจอดในที่ลาดเอียง เราพบว่าประตูสามารถปิดได้ไม่ยากเย็น ไม่ต้องออกแรงมากเกินไป ขณะที่ล้อแมกมีขนาด 17 นิ้ว ยางของ Continental Cross Contact (คอนทิเนนทัล ครอสส์ คอนแทคท์) ขนาด 255/45 R17 ดอกยางค่อนข้างละเอียด คาดว่ายังคงเป็นยางที่เน้นการใช้งานทางเรียบ ผสมการลุยได้ดีในระดับหนึ่ง (ใครที่ชอบการลุยหนักๆ อาจต้องหันมาใช้ยางแบบ All Terrain แทน)

จุดที่น่าสนใจของ Tank 300 คือ กระแสการนำรถรุ่นนี้ไปตกแต่งรูปทรงให้มีความแตกต่างจากโฉมเดิม เราสังเกตว่าชิ้นส่วนต่างๆ เช่น โป่งซุ้มล้อ มีลักษณะแยกจากตัวถัง ทำให้เปลี่ยนชิ้นส่วนได้ไม่ยากเกินไป นอกจากนี้ ลักษณะเส้นสายที่เน้นสันเหลี่ยม สามารถตกแต่งตัวถังให้มีความแตกต่างอย่างหลากหลาย อีกทั้งการมีชุดตกแต่งจากประเทศจีนนำเข้ามาตรงรุ่น จึงทำให้เอสยูวีรุ่นนี้มีความหลากหลายตามรสนิยมของผู้ใช้งานได้มากกว่ารถประเภทเดียวกันรุ่นอื่นๆ

เครื่องยนต์ : ดีเซล 184 แรงม้า ส่งกำลังต่อเนื่อง Z (ข้อมูลจากการทดสอบเพิ่มเติม : Tank 300 Diesel )

ขุมพลังของ Tank 300 รุ่นล่าสุด คือ ดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 130 กิโลวัตต์/184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 485 นิวทันเมตร/48.9 กก.ม. เป็นขุมพลังที่มาแทนที่แบบเบนซิน ไฮบริด ที่เคยเปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบพาร์ทไทม์ เราเปรียบเทียบสมรรถนะกับเอสยูวีสไตล์พีพีวี ที่ยังทำตลาดในปัจจุบัน นั่นคือ Mitsubishi Pajero Sport 2.4 Elite (มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท 2.4 เอลีท) เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 125 กิโลวัตต์/181 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. Tank 300 Diesel มีตัวเลขที่ 11.6 วินาที ขณะที่ Mitsubishi Pajero Sport คือ 11.0 วินาที ตัวถังที่ค่อนข้างหนา และใหญ่ของ TANK 300 แต่อัตราเร่งโดยรวมยังคงใกล้เคียงกับเอสยูวีของ MITSUBISHI ที่ตัวถังมีความได้เปรียบในเรื่องของความยาว ภายใต้กำลังสูงสุดที่ใกล้เคียงกัน

อัตราเร่งระยะ 0-1,000 ม. Tank 300 Diesel ทำเวลาได้ใน 33.3 วินาที (ที่ความเร็ว 157.0 กม./ชม.) ส่วน Mitsubishi Pajero Sport คือ 32.6 วินาที (ที่ความเร็ว 158.8 กม./ชม.) อัตราเร่งโดยรวมยังคงมีความใกล้เคียงกัน รวมถึงช่วงความเร็วปลาย Tank 300 ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ การส่งกำลังเน้นความต่อเนื่อง การเปลี่ยนจังหวะแต่ละช่วงเกียร์ไม่มีจังหวะสะดุดให้สัมผัส อัตราเร่งสามารถไต่ขึ้นมาจากแรงบิดที่ค่อนข้างสูงตามสไตล์เครื่องยนต์ดีเซล ไม่หวือหวา แต่เพียงพอกับการใช้งานทั่วไปได้สบาย

อัตราเร่งยืดหยุ่นที่ความเร็ว 60-100 และ 80-120 กม./ชม. Tank 300 ทำเวลาได้ที่ 6.2 และ 8.4 วินาที การเร่งแซงสามารถไต่ความเร็วได้ต่อเนื่อง อาศัยเพียงการกดคันเร่งสุดเท่านั้น (เอสยูวีรุ่นนี้ไม่มีแพดเดิล ชิฟท์ แต่สามารถบวก-ลบจังหวะจากคันเกียร์) เทียบกับคู่แข่งเอสยูวีอย่าง Mitsubishi Pajero Sport ทำเวลาที่ 5.8 และ 7.8 วินาที เรียกได้ว่านำหน้าอยู่เล็กน้อยแทบทุกช่วงความเร็ว แต่ไม่ห่างกันมากนัก

หัวข้อถัดมา คือ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. Tank 300 Diesel มีตัวเลขที่ 22.9/18.7/14.4 กม./ลิตร ในช่วงความเร็วต่ำ มีตัวเลขที่น่าพอใจพอสมควร ตัวเลขระดับดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการใช้ความเร็วต่ำ เครื่องยนต์มีความยืดหยุ่น ระบบเกียร์ที่ทดมาอย่างพอเหมาะ ทำให้มีการประหยัดเชื้อเพลิงที่ดี ส่วนช่วงความเร็ว 100 กม./ชม. อาจมีการสิ้นเปลืองขึ้นมาบ้าง แต่ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเอสยูวีเครื่องยนต์ดีเซลหลายรุ่น แน่นอนว่า ในแง่ของการขับทางไกลด้วยความเร็วคงที่ Tank 300 Diesel มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยรวมที่ดีกว่ารุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ไฮบริด และความจุถังน้ำมันถึง 78 ลิตร ทำให้ตัวลุยเครื่องยนต์ดีเซลสามารถแล่นได้ไกลมาก น่าจะถูกใจผู้ชอบเดินทางไกล หรือการขับไปในเส้นทางสมบุกสมบันในพื้นที่ห่างไกล เอสยูวีรุ่นนี้สามารถรองรับได้สบาย (Mitsubishi Pajero Sport ไม่ได้วัดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง)

ภายใน : ทันสมัยราวกับครอสส์โอเวอร์

ภายใต้เส้นสายที่มีรูปแบบย้อนยุค แต่ภายในห้องโดยสารของ Tank 300 กลับมีความทันสมัยเกินคาด เห็นได้จากจอแสดงผลขนาดใหญ่ มีความคมชัด รองรับการใช้งานแบบสัมผัส (รวมถึงการสั่งงานด้วยเสียง) คันเกียร์มีรูปทรงล้ำสมัย (เป็นแบบผลักขึ้น-ลง ไม่ใช่แบบราง) ปุ่มสำหรับใช้งานระบบขับเคลื่อน รวมถึงโหมดการขับขี่จะอยู่ใกล้กับคอนโซลเกียร์ พวงมาลัยทรงกลมรูปทรงหนา พร้อมโลโกขนาดใหญ่ของ Tank จอแผงหน้าปัดแบบดิจิทอล สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้หลากหลาย รวมถึงการแสดงผลสำหรับการลุยทางสมบุกสมบัน เราคิดว่าการออกแบบห้องโดยสารที่เน้นการใช้งานแบบดิจิทอล น่าจะถูกใจผู้ที่ชอบการใช้งานรถยนต์ยุคปัจจุบัน ตามปกติแล้วมักจะพบในรถยนต์ประเภทครอสส์โอเวอร์ แต่สำหรับ Tank 300 ภายใต้รูปทรงแบบ “เรทโร” แต่ห้องโดยสารมีความทันสมัยเกินคาดอย่างน่าพอใจ เพิ่มความหลากหลายได้อีกด้วย

การเป็นเอสยูวีทรงสูงช่วยให้ทัศนวิสัยของผู้ขับมีความปลอดโปร่ง แม้ส่วนของเสาเอจะมีองศาที่ค่อนข้างตั้งชัน (แต่ต้านลมเล็กน้อย เมื่อแล่นที่ความเร็วสูง) แต่การมองเห็นด้านหน้า และด้านข้าง ยังคงมีทัศนวิสัยที่ดี นอกจากนี้ การเป็นเอสยูวีทรงเหลี่ยม ทำให้มีระยะเหนือศีรษะที่เหลือเฟือ ให้ความรู้สึกที่ปลอดโปร่ง และยังมีออพชันอย่างหลังคาซันรูฟ (สำหรับผู้โดยสารด้านหน้า) มาให้อีกด้วย ตัวเบาะค่อนข้างหนา นั่งได้สบาย กระชับสรีระมากเกินไป ขณะที่เบาะด้านหลังมีความกว้างขวางที่มากพอเช่นกัน ระยะช่วงขามีค่อนข้างมาก (แต่อาจไม่มากเท่าเอสยูวีสไตล์พีพีวี) เบาะนั่งจำนวน 2 แถว 5 ตำแหน่ง เหมาะสำหรับผู้โดยสารประมาณ 3-4 คน เบาะแถวที่ 2 สามารถพับเก็บได้ โดยต้องยกส่วนรองนั่งขึ้นมาก่อนจึงจะพับพนักพิงหลักลงมาได้ ที่เก็บสัมภาระท้ายมีความจุค่อนข้างมาก ส่วนพื้นรองมีแผ่นปูมาให้อีกชั้น มีข้อดี คือ สามารถทำความสะอาดได้ง่าย หากต้องขนสัมภาระจากการลุยทางสมบุกสมบัน

ระบบรองรับ : หนึบบนทางเรียบ รับทางลุยสบาย

ระบบรองรับของ Tank 300 ทั้ง 4 ตำแหน่งเป็นแบบอิสระ มีข้อดีในเรื่องของการขับบนทางเรียบ มีความนุ่มนวล และมั่นคงในระดับที่เหมาะสม แม้ตัวถังเป็นการวางบนโครงสร้างแชสซีส์ (หรือ Body On Frame) ขณะขับขี่ไม่รู้สึกถึงความแข็งกระด้างแม้แต่น้อย แต่จะยังถึงขั้นรถยนต์สไตล์ครอสส์โอเวอร์แบบโมโนคอก แต่การตอบสนองของระบบรองรับถูกปรับแต่งมาได้ค่อนข้างลงตัว การใช้ความเร็วช่วง 100-120 กม./ชม. ตัวรถยังคงนิ่ง มีอาการโคลงเพียงเล็กน้อย เข้าโค้งได้ดี พวงมาลัยมีน้ำหนักค่อนข้างเบา แต่สามารถปรับตั้งจากจอแสดงผลหลัก (แม้ใช้โหมดสปอร์ท เรามีความรู้สึกว่าน้ำหนักของพวงมาลัยไม่ได้เพิ่มมากขึ้นเท่าใดนัก)

นอกจากนี้ เราได้ลองขับบนทางสมบุกสมบัน พบว่าตัวถังที่สูงของ Tank 300 และการมีมุมปะทะ-มุมจากที่เหลือเฟือ ทำให้การลุยทางสมบุกสมบันทำได้ยอดเยี่ยมสมกับการเป็นตัวลุยขนานแท้ (แน่นอนว่า ลุยดีกว่ารถยนต์สไตล์ครอสส์โอเวอร์อย่างชัดเจน) ระยะยืด/ยุบค่อนข้างมาก ผนวกกับการมีโหมดขับเคลื่อนสำหรับการลุยที่หลากหลาย และสามารถตอบสนองได้ดี ใช้งานได้จริง การเปลี่ยนโหมดทำได้ง่าย เพียงหมุนปุ่มใช้งานเท่านั้น (ในโหมด 4L ต้องเข้าเกียร์ N ก่อน) ในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลยังมีออพชันที่น่าสนใจ นั่นคือ ระบบ Tank Turn ที่เบรคล้อหลังด้านใน เสมือนเป็นจุดหมุนของตัวรถ ทำให้มีวงเลี้ยวที่แคบลงกว่าปกติเล็กน้อย ช่วยให้การเลี้ยวที่แคบทำได้ดีขึ้น

สรุป : ตัวลุยของแท้ ขับดี ใช้งานทันสมัย

Tank 300 จาก GWM จัดเป็นตัวลุยที่สร้างความแตกต่างได้อย่างน่าสนใจ จากการมีระบบต่างๆ ที่สามารถลุยได้จริงจัง พละกำลังของเครื่องยนต์ดีเซลที่มากพอสำหรับทางสมบุกสมบัน รวมถึงการใช้ความเร็วบนทางเรียบ แถมเรื่องการประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีพอเช่นกัน ภายใต้เส้นสายที่มีความคลาสสิคผสมอยู่ แต่การใช้งานภายในห้องโดยสารมีความครบครัน ทันสมัย ตามสไตล์รถยนต์ยุคปัจจุบัน รุ่นทอพ Ultra 4WD ที่เรานำมาทดสอบ มีความครบครันด้านออพชันอีกด้วย (แม้จะมีออพชันบางรายการถูกตัดออกไปจากรุ่นไฮบริด) ภายใต้กระแสของรถยนต์ไฟฟ้า หรือพลัก-อิน ไฮบริด จากประเทศจีน ค่าย GWM พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เครื่องยนต์ดีเซลก็มีความโดดเด่นได้เช่นกัน เป็นหนึ่งในตัวเลือกเอสยูวีสายแกร่งที่น่าสนใจมากๆ ในตอนนี้

ข้อมูลเพิ่มเติม : GWM Tank 300 Diesel

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...