โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บทบาทและความคาดหวังต่อองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.)

The Better

อัพเดต 30 พ.ย. 2568 เวลา 07.54 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2568 เวลา 07.53 น. • THE BETTER
องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) เตรียมฉลองครบรอบ 75 ปีในไทย ท่ามกลางความคาดหวังของชาวพุทธทั่วโลกให้ก้าวสู่บทบาทเชิงรุก สร้างปัญญา ขจัดอวิชชา และยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางวิปัสสนาระดับโลก

องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นหลักรวมใจและเป็นความหวังของพุทธศาสนิกชนทั่วโลกอย่างแท้จริง โดยมีจุดเริ่มต้นทางประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ณ กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา องค์กรนี้ถือกำเนิดขึ้นจากมติที่ประชุมของชาวพุทธทุกนิกายรวม 129 ท่านจาก 29 ประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเป็นศูนย์รวมความสามัคคีของบรรดาชาวพุทธนิกายต่าง ๆ

ตลอดระยะเวลา 75 ปีที่ผ่านมา พ.ส.ล. ได้เติบโตอย่างมั่นคงและเข้มแข็ง แม้จะมีอายุยาวนาน แต่องค์กรยังคงเปี่ยมด้วยพลังขับเคลื่อน และมีความกระฉับกระเฉงในการเดินหน้าสร้างความสามัคคีและสันติภาพให้แก่ชาวโลกอย่างต่อเนื่อง ผลงานล่าสุดได้สะท้อนบทบาทสำคัญทั้งในระดับโลกและระดับท้องถิ่น อาทิ การให้การสนับสนุนโครงการพระธรรมจาริกที่เสียสละเผยแผ่พุทธศาสนาแก่ชาวเขา ณ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี และในระดับสากล นายพัลลภ ไทยอารี ประธาน พ.ส.ล. ได้นำเสนอประเด็นสำคัญในเวทีผู้นำศาสนาทั่วโลก ณ ประเทศคาซัคสถาน ด้วยการบรรยายเรื่อง "Meditation: A Solution to the Global Crises" ซึ่งสร้างความประทับใจแก่หลายฝ่าย

ประเทศไทย: ศูนย์กลางถาวรของชาวพุทธโลก

การที่ชาวพุทธทั่วโลกจะมารวมตัวกันเพื่อจัดงานฉลองครบรอบ 75 ปี พร้อมกับการประชุมใหญ่ครั้งที่ 31 ในวันที่ 4-7 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ณ ประเทศไทยนั้น เป็นผลสืบเนื่องจากสำนักงานใหญ่ถาวรของ พ.ส.ล. ได้ถูกย้ายมาตั้งในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 ตามมติของการประชุมใหญ่ พ.ส.ล. ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยพิจารณาเห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมในทุกด้าน

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือสถานะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของประเทศ ผู้ทรงเป็นพุทธมามกะ และเอกอัครศาสนูปถัมภก ซึ่งเป็นสถานะอันพิเศษที่ประมุขของประเทศอื่นมิได้ประกาศพระองค์เช่นนี้ ทั้งนี้วัดวาอารามและคณะสงฆ์ในประเทศไทยต่างอยู่ภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ไม่โดยทางตรงก็โดยทางอ้อม ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่พุทธศาสนิกชนทั่วถึง

การที่ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ถาวรนี้ ได้รับการเทียบเคียงว่ามีความสำคัญในฐานะศูนย์รวมจิตใจชาวพุทธโลก เช่นเดียวกับการที่องค์การสหประชาชาติมีสำนักงานใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ทั้งยังนับเป็นเกียรติอย่างสูงแก่ประเทศไทย ที่ชาวพุทธไทยผู้มีชื่อเสียงได้รับเลือกให้เป็นประธานองค์กรนี้ติดต่อกันมาแล้วถึง 4 ท่าน จากประธานทั้งหมด 6 ท่าน ตลอด 75 ปี

ความคาดหวังในการขับเคลื่อนปัญญาและขจัดอวิชชา

อย่างไรก็ตาม ชาวพุทธมีความคาดหวังว่า องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลกสมควรมีบทบาทเชิงรุกในการให้ความรู้และเสริมสร้างปัญญา เพื่อร่วมแก้ปัญหาวิกฤตของพระพุทธศาสนาที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ปัญหาเหล่านี้มิใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นความท้าทายเรื้อรังที่เกิดจากทั้งศัตรูภายใน ภายนอก และอิทธิพลจากศาสนาอื่น

สิ่งที่ชาวพุทธคาดหวังคือการที่ พ.ส.ล. ในระดับโลก จะร่วมมือกับคณะสงฆ์และนิกายอื่นในการบ่มเพาะปัญญาเพื่อขับไล่ศัตรูตัวฉกาจที่แท้จริง คือ อวิชชา (ความไม่รู้แจ้ง) และ โมหะ (ความหลงผิด) ตามหลักคำสอน

การแก้ไขอวิชชา: อวิชชาเป็นรากฐานของการเวียนว่ายตายเกิดในมนุษย์ ซึ่งจะแก้ไขได้ด้วย วิชชา หรือ ปัญญา (การรู้จักขันธ์ 5 ตามความเป็นจริง) เพื่อนำไปสู่การดับทุกข์และนิพพานตามคติพุทธศาสนา ปัญญาหรือวิชชาจะเกิดขึ้นได้ผ่านการศึกษาและการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ด้วยเหตุนี้ จึงอยากเห็น พ.ส.ล. สนองพระดำริในสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) องค์ปัจจุบัน ที่ทรงมีพระประสงค์ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางวิปัสสนากรรมฐานของโลก

การแก้ไขโมหะ: โมหะเป็นปัญหาพื้นฐานในสังคมไทยและสังคมโลก โดยเฉพาะการลุ่มหลงในอบายมุข และการหลงเชื่อในอภินิหารหรือความศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ จนมิได้บูชาเฉพาะพระรัตนตรัยเท่านั้น แต่ยังบูชารูปเคารพหรือตัวแทนจากศาสนาอื่นที่อ้างว่าศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นโมหะที่ต้องได้รับการแก้ไขด้วยปัญญา พ.ส.ล. และคณะสงฆ์จึงควรร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้ เพื่อไม่ให้เป็นที่ครหาของศาสนิกอื่นต่อไป

จึงเป็นที่คาดหวังว่า ในการฉลองครบรอบ 75 ปี พ.ส.ล. และการประชุมใหญ่ครั้งที่ 31 ในวันที่ 4-7 ธันวาคม พ.ศ. 2568 นี้ ผู้นำองค์กรจะหยิบยกปัญหาเชิงแก่นสารเหล่านี้ขึ้นมาหารือ เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาเรื้อรังของชาวพุทธอย่างยั่งยืน แทนที่จะมุ่งความสนใจไปที่ประเด็นเทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่เพียงด้านเดียว

โดยสมาน สุดโต รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...