โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘สหรัฐ’ เผยขาดดุลปี 68 ต่ำสุดรอบ 3 ปี อานิสงส์รายได้ ‘ภาษีนำเข้า’ พุ่ง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บลูมเบิร์กรายงานว่ากระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขงบประมาณปีปฏิทิน 2568 พบยอดขาดดุลลดลงเหลือ 1.67 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการจัดเก็บภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์จากนโยบายของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์”

รายได้พุ่งแต่ ‘รายจ่าย’ ยังน่ากังวล

แม้ภาพรวมการขาดดุลจะดูดีขึ้น ทำให้อัตราส่วนการขาดดุลต่อ GDP ลดลงเหลือ 5.9% จาก 6.3% ในปีก่อนหน้า แต่ในรายละเอียดพบว่าสถานการณ์ทางการคลังยังมีความผันผวน

ในปีที่ผ่านมาสหรัฐสามารถเก็บภาษีนำเข้าได้สูงถึง 2.64 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 1.85 แสนล้านดอลลาร์

แต่ในขณะเดียวกัน ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รายได้ภาษีจากนิติบุคคลลดลงเหลือ 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลง 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากกฎหมายภาษีฉบับใหม่

พร้อมกันนี้ ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 รัฐบาลสหรัฐต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มขึ้น 15% คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 3.55 แสนล้านดอลลาร์

แม้ “สก็อตต์ เบสเซนต์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะยกย่องว่านี่คือความสำเร็จของนโยบายเศรษฐกิจของทรัมป์ แต่นักวิเคราะห์จาก JPMorgan Chase & Co. ให้ความเห็นที่ต่างออกไป โดยระบุว่าตัวเลขที่ลดลงส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับเปลี่ยนวิธีคำนวณทางบัญชีเกี่ยวกับ "เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา"

หากคำนวณตามมาตรฐานเดิม นักวิเคราะห์ประเมินว่ายอดขาดดุลที่แท้จริงอาจสูงถึง 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเกิน 6% ของ GDP อีกครั้ง

อย่างไรก็ดี มาตรการเก็บภาษีนำเข้าของทรัมป์กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ซึ่งอาจกระทบต่อรายได้หลักในอนาคต

รวมทั้งความเสี่ยงในระยะยาวที่อาจเกิดขึ้น โดยสำนักงานงบประมาณรัฐสภา (CBO) คาดการณ์ว่าร่างกฎหมาย One Big Beautiful Bill Act อาจทำให้ยอดขาดดุลสะสมเพิ่มขึ้นอีก 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2577

นอกจากนี้ รายจ่ายสวัสดิการ เช่นค่าใช้จ่ายด้านประกันสังคมและประกันสุขภาพ ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นรายจ่ายถาวรที่ยากจะควบคุม

อ้างอิง Bloombloog

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...