“บิ๊กเต่า” ยื่นสำนวนคดี “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบน ป.ป.ช. กว่า 30 แฟ้ม คัดค้านกรรมการคุมไต่สวน
“บิ๊กเต่า” ยื่นสำนวนคดี “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบน ป.ป.ช. กว่า 30 แฟ้ม คัดค้านกรรมการคุมไต่สวน พบพยานหลักฐานแน่น คลิปวิดีโอกว่า 10 รายการ บอกพรุ่งนี้จะได้เห็นพร้อมกัน
วันที่ 5 ม.ค. 69 ที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรณีถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการติดสินบนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยระบุว่า เตรียมนำสำนวนคดีไปยื่นต่อพนักงานสอบสวนอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งยื่นหนังสือคัดค้านเจ้าหน้าที่ไต่สวนภาครัฐ 1 ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรรมการ ป.ป.ช.รายหนึ่ง ไม่ให้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีดังกล่าว
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า เหตุผลของการยื่นคัดค้านในครั้งนี้ เนื่องจากกรรมการ ป.ป.ช.รายดังกล่าว เป็นผู้ดูแลการไต่สวนในคดีเจ้าหน้าที่ภาครัฐ 1 ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับคดีอื่น ๆ อีกหลายคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสำนวนไปก่อนหน้านี้ และขณะนี้คดีเหล่านั้นยังมีความคืบหน้าไม่มากนัก จึงเห็นควรให้เกิดความชัดเจนและความเป็นธรรมในกระบวนการพิจารณาคดี โดยยืนยันว่าการคัดค้านเป็นไปตามสิทธิและขั้นตอนของกฎหมาย
สำหรับสำนวนคดีที่นำมายื่นในครั้งนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า มีเอกสารรวมกว่า 30 แฟ้ม ประกอบด้วยพยานหลักฐานจำนวนมาก ทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสาร รวมถึงพยานวัตถุและพยานดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลที่มีน้ำหนักต่อรูปคดี
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงผู้ที่ถูกกล่าวหาในสำนวนดังกล่าว พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า ในจำนวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 6 ราย แบ่งเป็นข้าราชการที่ยังรับราชการอยู่ 2 ราย อดีตข้าราชการ 1 ราย และประชาชนทั่วไป 2 ราย ส่วนรายละเอียดเชิงลึกของแต่ละบุคคลยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย
ในส่วนของพยานหลักฐานสำคัญ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า ได้มีการส่งมอบไฟล์คลิปวิดีโอให้พนักงานสอบสวนแล้ว รวมทั้งสิ้นมากกว่า 10 คลิป ซึ่งเป็นคลิปที่เกี่ยวข้องกับการพูดคุยและขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ ไปจนถึงกระบวนการดำเนินคดีในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดว่าเป็นคลิปการสนทนาระหว่างบุคคลใดกับใครนั้น ขอให้รอฟังพร้อมกันในการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติในวันถัดไป โดยยืนยันว่าจะมีการเปิดคลิปบางส่วนให้สื่อมวลชนและสาธารณชนได้รับทราบ เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยในสังคม
เมื่อถูกถามว่า คลิปวิดีโอที่เตรียมจะเปิดเผยนั้นจะสร้างความตกตะลึงหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “พรุ่งนี้ทุกคนจะได้เห็นพร้อมกัน”
สำหรับประเด็นการคัดค้านนั้น นอกจากกรรมการ ป.ป.ช.รายดังกล่าวแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.รายอื่นเข้าข่ายถูกคัดค้านด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า การคัดค้านครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวนในส่วนนี้เท่านั้น ส่วน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการคัดค้าน เนื่องจากเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดี
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงกรณีที่ “บิ๊กโจ๊ก” ออกมายืนยันว่าตนเองถูกใส่ร้าย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ตนขอให้กำลังใจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในการต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ที่ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ขอให้กำลังใจเช่นกัน ยืนยันว่าไม่มีความโกรธเคืองเป็นการส่วนตัว การดำเนินคดีทั้งหมดเกิดจากการที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และผู้ที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลและข้อเท็จจริงมาให้พนักงานสอบสวน จึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ไม่ได้มีการเริ่มต้นจากความขัดแย้งส่วนบุคคลแต่อย่างใด
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ย้ำว่า ไม่มีข้อตกลงหรือสัญญาใด ๆ ในการช่วยเหลือใครเป็นพิเศษ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างตรงไปตรงมาและเป็นไปตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ ซึ่งหลักฐานทั้งหมดมีน้ำหนักเพียงพอ ส่วนศาลจะพิจารณาอย่างไรนั้น เป็นดุลพินิจของศาล โดยพนักงานสอบสวนไม่ก้าวล่วง ขณะเดียวกันยังมีพยานหลายปากที่ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วนคดีของบิ๊กโจ๊กจะสะดุดหรือติดอยู่ที่เดิมอีกหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า เจ้าหน้าที่จะพยายามขับเคลื่อนคดีให้เดินหน้าต่อไป แต่ขณะนี้ต้องรอความชัดเจนจาก ป.ป.ช. ว่าจะรับดำเนินการเองหรือจะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ หากส่งมาให้ตำรวจก็พร้อมรับดำเนินการทันที พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้จะไม่ล่าช้า
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังกล่าวถึงความร่วมมือระหว่างกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกับ ป.ป.ช. ในการปราบปรามการทุจริตเชิงรุกว่า ที่ผ่านมาทำงานร่วมกันอย่างตรงไปตรงมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของบุคคล ไม่ใช่องค์กร เชื่อว่ายังมีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จำนวนมากที่มีความน่าเคารพ มีเพียงบางรายเท่านั้นที่ทำให้ภาพลักษณ์องค์กรเสียหาย ซึ่งผู้ที่ถูกกล่าวหาก็ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองในกระบวนการยุติธรรม
ทั้งนี้ ระบบการไต่สวนของ ป.ป.ช.ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน แตกต่างจากระบบกล่าวหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีกรอบเวลาการทำงานที่ชัดเจนและจำกัดมากกว่า หากคดีถูกส่งให้ตำรวจดำเนินการ ก็จะสามารถเร่งรัดกระบวนการได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย
เมื่อถามถึงคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “บิ๊กโจ๊ก” ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. ว่าจะมีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า โดยหลักแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ต้องการรื้อคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ และอยากให้ ป.ป.ช.เป็นผู้ดำเนินการเอง แต่หาก ป.ป.ช.เห็นสมควรส่งเรื่องให้ตำรวจก็ดำเนินการได้ และยังคงเชื่อมั่นว่า ป.ป.ช.จะดำเนินการด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวถึงผู้ที่ออกมาให้ข้อมูลว่า บุคคลเหล่านี้ไม่ได้มีเจตนาจะออกมาแฉ แต่ต้องการเปิดเผยความจริง หลังจากเคยถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกโยนความผิด และถูกรังแกจากการทำงานภายใต้ผู้บังคับบัญชาที่ไม่เป็นธรรม เมื่อถึงจุดที่ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป จึงตัดสินใจนำความจริงออกมาเปิดเผย ซึ่งความจริงเหล่านี้อาจช่วยคลี่คลายคดีคาราคาซังและแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในหลายคดีที่ยังคงค้างอยู่ได้