โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“บิ๊กเต่า” ยื่นสำนวนคดี “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบน ป.ป.ช. กว่า 30 แฟ้ม คัดค้านกรรมการคุมไต่สวน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 05 ม.ค. เวลา 08.29 น.

“บิ๊กเต่า” ยื่นสำนวนคดี “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบน ป.ป.ช. กว่า 30 แฟ้ม คัดค้านกรรมการคุมไต่สวน พบพยานหลักฐานแน่น คลิปวิดีโอกว่า 10 รายการ บอกพรุ่งนี้จะได้เห็นพร้อมกัน

วันที่ 5 ม.ค. 69 ที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรณีถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการติดสินบนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยระบุว่า เตรียมนำสำนวนคดีไปยื่นต่อพนักงานสอบสวนอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งยื่นหนังสือคัดค้านเจ้าหน้าที่ไต่สวนภาครัฐ 1 ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรรมการ ป.ป.ช.รายหนึ่ง ไม่ให้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีดังกล่าว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า เหตุผลของการยื่นคัดค้านในครั้งนี้ เนื่องจากกรรมการ ป.ป.ช.รายดังกล่าว เป็นผู้ดูแลการไต่สวนในคดีเจ้าหน้าที่ภาครัฐ 1 ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับคดีอื่น ๆ อีกหลายคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสำนวนไปก่อนหน้านี้ และขณะนี้คดีเหล่านั้นยังมีความคืบหน้าไม่มากนัก จึงเห็นควรให้เกิดความชัดเจนและความเป็นธรรมในกระบวนการพิจารณาคดี โดยยืนยันว่าการคัดค้านเป็นไปตามสิทธิและขั้นตอนของกฎหมาย

สำหรับสำนวนคดีที่นำมายื่นในครั้งนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า มีเอกสารรวมกว่า 30 แฟ้ม ประกอบด้วยพยานหลักฐานจำนวนมาก ทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสาร รวมถึงพยานวัตถุและพยานดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลที่มีน้ำหนักต่อรูปคดี

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงผู้ที่ถูกกล่าวหาในสำนวนดังกล่าว พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า ในจำนวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 6 ราย แบ่งเป็นข้าราชการที่ยังรับราชการอยู่ 2 ราย อดีตข้าราชการ 1 ราย และประชาชนทั่วไป 2 ราย ส่วนรายละเอียดเชิงลึกของแต่ละบุคคลยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย

ในส่วนของพยานหลักฐานสำคัญ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า ได้มีการส่งมอบไฟล์คลิปวิดีโอให้พนักงานสอบสวนแล้ว รวมทั้งสิ้นมากกว่า 10 คลิป ซึ่งเป็นคลิปที่เกี่ยวข้องกับการพูดคุยและขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ ไปจนถึงกระบวนการดำเนินคดีในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดว่าเป็นคลิปการสนทนาระหว่างบุคคลใดกับใครนั้น ขอให้รอฟังพร้อมกันในการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติในวันถัดไป โดยยืนยันว่าจะมีการเปิดคลิปบางส่วนให้สื่อมวลชนและสาธารณชนได้รับทราบ เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยในสังคม

เมื่อถูกถามว่า คลิปวิดีโอที่เตรียมจะเปิดเผยนั้นจะสร้างความตกตะลึงหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “พรุ่งนี้ทุกคนจะได้เห็นพร้อมกัน”

สำหรับประเด็นการคัดค้านนั้น นอกจากกรรมการ ป.ป.ช.รายดังกล่าวแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.รายอื่นเข้าข่ายถูกคัดค้านด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า การคัดค้านครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวนในส่วนนี้เท่านั้น ส่วน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการคัดค้าน เนื่องจากเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดี

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงกรณีที่ “บิ๊กโจ๊ก” ออกมายืนยันว่าตนเองถูกใส่ร้าย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ตนขอให้กำลังใจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในการต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ที่ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ขอให้กำลังใจเช่นกัน ยืนยันว่าไม่มีความโกรธเคืองเป็นการส่วนตัว การดำเนินคดีทั้งหมดเกิดจากการที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และผู้ที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลและข้อเท็จจริงมาให้พนักงานสอบสวน จึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ไม่ได้มีการเริ่มต้นจากความขัดแย้งส่วนบุคคลแต่อย่างใด

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ย้ำว่า ไม่มีข้อตกลงหรือสัญญาใด ๆ ในการช่วยเหลือใครเป็นพิเศษ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างตรงไปตรงมาและเป็นไปตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ ซึ่งหลักฐานทั้งหมดมีน้ำหนักเพียงพอ ส่วนศาลจะพิจารณาอย่างไรนั้น เป็นดุลพินิจของศาล โดยพนักงานสอบสวนไม่ก้าวล่วง ขณะเดียวกันยังมีพยานหลายปากที่ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนคดีของบิ๊กโจ๊กจะสะดุดหรือติดอยู่ที่เดิมอีกหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า เจ้าหน้าที่จะพยายามขับเคลื่อนคดีให้เดินหน้าต่อไป แต่ขณะนี้ต้องรอความชัดเจนจาก ป.ป.ช. ว่าจะรับดำเนินการเองหรือจะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ หากส่งมาให้ตำรวจก็พร้อมรับดำเนินการทันที พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้จะไม่ล่าช้า

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังกล่าวถึงความร่วมมือระหว่างกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกับ ป.ป.ช. ในการปราบปรามการทุจริตเชิงรุกว่า ที่ผ่านมาทำงานร่วมกันอย่างตรงไปตรงมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของบุคคล ไม่ใช่องค์กร เชื่อว่ายังมีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จำนวนมากที่มีความน่าเคารพ มีเพียงบางรายเท่านั้นที่ทำให้ภาพลักษณ์องค์กรเสียหาย ซึ่งผู้ที่ถูกกล่าวหาก็ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองในกระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ ระบบการไต่สวนของ ป.ป.ช.ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน แตกต่างจากระบบกล่าวหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีกรอบเวลาการทำงานที่ชัดเจนและจำกัดมากกว่า หากคดีถูกส่งให้ตำรวจดำเนินการ ก็จะสามารถเร่งรัดกระบวนการได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย

เมื่อถามถึงคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “บิ๊กโจ๊ก” ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. ว่าจะมีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า โดยหลักแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ต้องการรื้อคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ และอยากให้ ป.ป.ช.เป็นผู้ดำเนินการเอง แต่หาก ป.ป.ช.เห็นสมควรส่งเรื่องให้ตำรวจก็ดำเนินการได้ และยังคงเชื่อมั่นว่า ป.ป.ช.จะดำเนินการด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวถึงผู้ที่ออกมาให้ข้อมูลว่า บุคคลเหล่านี้ไม่ได้มีเจตนาจะออกมาแฉ แต่ต้องการเปิดเผยความจริง หลังจากเคยถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกโยนความผิด และถูกรังแกจากการทำงานภายใต้ผู้บังคับบัญชาที่ไม่เป็นธรรม เมื่อถึงจุดที่ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป จึงตัดสินใจนำความจริงออกมาเปิดเผย ซึ่งความจริงเหล่านี้อาจช่วยคลี่คลายคดีคาราคาซังและแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในหลายคดีที่ยังคงค้างอยู่ได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...