โพลล์ชี้คนกรุงเกินครึ่งยกปม “ไทย-กัมพูชา” ตัวแปรสำคัญเลือก ส.ส.
บ้านสมเด็จโพลล์ชี้ร้อยละ 53.5 ของคน กทม.ยกนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 8 ก.พ. 69 นี้ ประชาชนกว่าร้อยละ 62 มองความสัมพันธ์อยู่ในสภาวะตึงเครียด หลังเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนช่วงปลายปีที่ผ่านมา จี้รัฐบาลใหม่เร่งชูความชัดเจนด้านการรักษาอธิปไตยและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเป็นวาระเร่งด่วน
5 มกราคม 2569 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เปิดเผยผลสำรวจเชิงลึกเกี่ยวกับทัศนคติของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครต่อสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์ที่มีนัยสำคัญต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าประเด็นด้านความมั่นคงและอธิปไตยมีน้ำหนักต่อการตัดสินใจทางการเมืองของคนเมืองอย่างมีนัยสำคัญ
ผศ.ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นฯ ระบุว่า จากกลุ่มตัวอย่าง 1,145 ราย พบว่าประชาชนร้อยละ 62.5 มองภาพความสัมพันธ์ในปัจจุบันว่าอยู่ในสภาวะ "ขัดแย้ง" ขณะที่ร้อยละ 17.3 มองว่าเป็น "คู่ขัดแย้ง" ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์จริงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ความยาว 817 กิโลเมตร ที่เกิดการปะทะกันถึง 2 ระลอกในช่วงเดือนกรกฎาคมและธันวาคม 2568 แม้ปัจจุบันจะมีการลงนามหยุดยิง 16 ข้อผ่านกลไกคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) แล้วก็ตาม
ประเด็นที่ประชาชนจดจำและให้ความสำคัญมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ :
- กรณีพิพาทพื้นที่ทับซ้อน: ร้อยละ 37.4
- อาชญากรรมข้ามชาติ (แก๊งคอลเซ็นเตอร์): ร้อยละ 30.4
- เศรษฐกิจชายแดนและแรงงาน: ร้อยละ 15
นโยบายต่างประเทศ: บรรทัดฐานใหม่ในการเลือกตั้ง 69
ข้อมูลที่น่าสนใจในเชิงรัฐศาสตร์พบว่า ร้อยละ 53.5 ของผู้ตอบแบบสอบถามยืนยันว่า นโยบายการจัดการความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา "มีผลมาก" ต่อการตัดสินใจเลือก ส.ส. สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งไม่ได้มองเพียงนโยบายเศรษฐกิจปากท้องเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีทางอธิปไตยและความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่
ในด้านความคาดหวังต่อ "รัฐบาลใหม่" หลังการเลือกตั้ง ประชาชนระบุความต้องการเชิงนโยบายที่ชัดเจน ดังนี้ :
- ความมั่นคงระดับรัฐ: ร้อยละ 41.6 ต้องการให้มีนโยบายรักษาอธิปไตยและขจัดภัยคุกคามอย่างเด็ดขาด
- ความมั่นคงทางสังคม: ร้อยละ 31.1 จี้ให้เร่งแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานปฏิบัติการในประเทศเพื่อนบ้าน
- ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ: ร้อยละ 17.1 สนับสนุนการส่งเสริมการค้าชายแดนและการท่องเที่ยว
ความตึงเครียดบริเวณชายแดน 7 จังหวัด ตั้งแต่อุบลราชธานีไปจนถึงตราด ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางทหาร แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อดัชนีความเชื่อมั่นทางการค้าชายแดนและการลงทุนระหว่างประเทศ การที่ผลโพลล์ระบุว่าประชาชนติดตามข่าวสารเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด (ร้อยละ 86.3 ตามบ้างถึงตามตลอด) เป็นสัญญาณเตือนถึงพรรคการเมืองต่างๆ ว่าการนำเสนอนโยบายที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างการรักษาอธิปไตยและการรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจะเป็นจุดชี้ขาดสำคัญในการดึงคะแนนเสียงจากคนกรุงเทพฯ
"ผลการสำรวจสะท้อนว่าประชาชนคาดหวังความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยต้องการนโยบายที่สามารถสร้างความชัดเจนในประเด็นพื้นที่ทับซ้อน ควบคู่ไปกับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจระดับครัวเรือน" - ผศ.ดร. สิงห์ สิงห์ขจร
สำหรับการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ทิศทางของนโยบายไทย-กัมพูชา จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของชายแดน แต่คือการพิสูจน์วิสัยทัศน์ของรัฐบาลชุดต่อไปในการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติในเวทีระดับภูมิภาค