โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โพลล์ชี้คนกรุงเกินครึ่งยกปม “ไทย-กัมพูชา” ตัวแปรสำคัญเลือก ส.ส.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ม.ค. เวลา 13.56 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. เวลา 06.56 น.

บ้านสมเด็จโพลล์ชี้ร้อยละ 53.5 ของคน กทม.ยกนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 8 ก.พ. 69 นี้ ประชาชนกว่าร้อยละ 62 มองความสัมพันธ์อยู่ในสภาวะตึงเครียด หลังเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนช่วงปลายปีที่ผ่านมา จี้รัฐบาลใหม่เร่งชูความชัดเจนด้านการรักษาอธิปไตยและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเป็นวาระเร่งด่วน

5 มกราคม 2569 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เปิดเผยผลสำรวจเชิงลึกเกี่ยวกับทัศนคติของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครต่อสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์ที่มีนัยสำคัญต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าประเด็นด้านความมั่นคงและอธิปไตยมีน้ำหนักต่อการตัดสินใจทางการเมืองของคนเมืองอย่างมีนัยสำคัญ

ผศ.ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นฯ ระบุว่า จากกลุ่มตัวอย่าง 1,145 ราย พบว่าประชาชนร้อยละ 62.5 มองภาพความสัมพันธ์ในปัจจุบันว่าอยู่ในสภาวะ "ขัดแย้ง" ขณะที่ร้อยละ 17.3 มองว่าเป็น "คู่ขัดแย้ง" ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์จริงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ความยาว 817 กิโลเมตร ที่เกิดการปะทะกันถึง 2 ระลอกในช่วงเดือนกรกฎาคมและธันวาคม 2568 แม้ปัจจุบันจะมีการลงนามหยุดยิง 16 ข้อผ่านกลไกคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) แล้วก็ตาม

ประเด็นที่ประชาชนจดจำและให้ความสำคัญมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ :

  • กรณีพิพาทพื้นที่ทับซ้อน: ร้อยละ 37.4
  • อาชญากรรมข้ามชาติ (แก๊งคอลเซ็นเตอร์): ร้อยละ 30.4
  • เศรษฐกิจชายแดนและแรงงาน: ร้อยละ 15

นโยบายต่างประเทศ: บรรทัดฐานใหม่ในการเลือกตั้ง 69

ข้อมูลที่น่าสนใจในเชิงรัฐศาสตร์พบว่า ร้อยละ 53.5 ของผู้ตอบแบบสอบถามยืนยันว่า นโยบายการจัดการความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา "มีผลมาก" ต่อการตัดสินใจเลือก ส.ส. สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งไม่ได้มองเพียงนโยบายเศรษฐกิจปากท้องเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีทางอธิปไตยและความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่

ในด้านความคาดหวังต่อ "รัฐบาลใหม่" หลังการเลือกตั้ง ประชาชนระบุความต้องการเชิงนโยบายที่ชัดเจน ดังนี้ :

  • ความมั่นคงระดับรัฐ: ร้อยละ 41.6 ต้องการให้มีนโยบายรักษาอธิปไตยและขจัดภัยคุกคามอย่างเด็ดขาด
  • ความมั่นคงทางสังคม: ร้อยละ 31.1 จี้ให้เร่งแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานปฏิบัติการในประเทศเพื่อนบ้าน
  • ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ: ร้อยละ 17.1 สนับสนุนการส่งเสริมการค้าชายแดนและการท่องเที่ยว

ความตึงเครียดบริเวณชายแดน 7 จังหวัด ตั้งแต่อุบลราชธานีไปจนถึงตราด ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางทหาร แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อดัชนีความเชื่อมั่นทางการค้าชายแดนและการลงทุนระหว่างประเทศ การที่ผลโพลล์ระบุว่าประชาชนติดตามข่าวสารเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด (ร้อยละ 86.3 ตามบ้างถึงตามตลอด) เป็นสัญญาณเตือนถึงพรรคการเมืองต่างๆ ว่าการนำเสนอนโยบายที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างการรักษาอธิปไตยและการรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจะเป็นจุดชี้ขาดสำคัญในการดึงคะแนนเสียงจากคนกรุงเทพฯ

"ผลการสำรวจสะท้อนว่าประชาชนคาดหวังความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยต้องการนโยบายที่สามารถสร้างความชัดเจนในประเด็นพื้นที่ทับซ้อน ควบคู่ไปกับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจระดับครัวเรือน" - ผศ.ดร. สิงห์ สิงห์ขจร

สำหรับการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ทิศทางของนโยบายไทย-กัมพูชา จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของชายแดน แต่คือการพิสูจน์วิสัยทัศน์ของรัฐบาลชุดต่อไปในการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติในเวทีระดับภูมิภาค

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...