โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 8 มกราคม 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 8 มกราคม 2569

>> นายกฯ ต้อนรับเด็กและเยาวชนดีเด่น ที่ทำเนียบรัฐบาล ให้โอวาท เนื่องในวันเด็กที่จะถึงนี้

09.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมต้อนรับเด็ก และเยาวชนดีเด่น ที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ เข้าเยี่ยมคารวะและให้โอวาท ว่า ในฐานะที่เป็นหัวหน้าส่วนราชการหัวหน้าส่วนราชการ ขอกล่าวคำว่ายินดีต้อนรับลูกหลานทุกคนสู่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งลูกหลานทุกคนก็มาที่นี่เพื่อมารับรางวัลกว่า 1,000 คน ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้ต้อนรับผู้คนเป็นจำนวนมากเช่นนี้ ตั้งแต่ทำงานมาในรัฐบาลนี้ จึงขอให้ทุกคนได้ซึมซับ และมองที่ทำงานในอนาคตของตัวเองเอาไว้

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การที่ทุกคนได้มาอยู่ในที่แห่งนี้ ขอให้ถือเป็นแรงบันดาลใจเผื่อจะได้ตั้งเข็ม ให้เกิดความมุ่งมั่น และพยายามที่จะทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์กับบ้านเมืองให้มากที่สุดในอนาคต และตนเองที่ตอนนี้ถือเป็นเด็กโข่งแล้ว เป็นผู้ที่ผ่านชีวิต แต่ก็ยังจำวันชื่นคืนสุขในตอนที่ยังเป็นเยาวชนได้ไม่รู้ลืม ถือเป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขที่สุด มีทั้งโอกาสและทำให้เราได้ทดลองว่าชีวิตจะเดินหน้าไปทางไหน ลูกหลานที่อายุขนาดนี้เป็นนักเรียนนักศึกษา เรายังสามารถที่จะลองผิดลองถูกได้ ตรงไหนผิดก็จำเป็นบทเรียน ส่วนตรงไหนถูกก็ทำให้ถูกมากยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ตนหวังว่าในวันเสาร์ 11 ม.ค. 69 ที่ตรงกับวันเด็กแห่งชาติ หลายคนจะได้มีโอกาสไปในสถานที่ราชการ การรวมถึงสถานที่ด้านความมั่นคงเพื่อดูยุทโธปกรณ์ อาวุธ ดูเรื่องความรู้เทคโนโลยี ด้านการพัฒนาสังคมต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจ

>> หนุ่มวัย 34 ปี ถูกสาวแฟนเก่าลวงไปพบ ก่อนถูกแฟนใหม่แทงสาหัส

09.30 น. ศูนย์กู้ชีพสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุชายถูกอาวุธมีดแทงบาดเจ็บสาหัส ภายในหมู่บ้านพรจิรา ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

ที่เกิดเหตุพบ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี มีบาดแผลถูกแทงที่ลำคอ ยาวประมาณ 2 นิ้ว อาการสาหัส นอนขอความช่วยเหลืออยู่หลังรถตู้ทึบ เจ้าหน้าที่กู้ภัยบางปูให้การช่วยเหลือก่อนนำส่งโรงพยาบาลสมุทรปราการ

เพื่อนร่วมงานให้ข้อมูลว่า ผู้บาดเจ็บโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ แจ้งว่าถูกแทงที่บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังถูกแฟนเก่านัดให้ไปพบ ก่อนจะเจอแฟนใหม่และถูกทำร้ายด้วยมีด หลังเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บใช้เสื้ออุดแผลและขับรถกลับมาสมุทรปราการ จนมีผู้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

>> ผู้ว่าฯ สุโขทัย พร้อมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัย และคณะ เยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุรถตู้รับส่งนักเรียนชนท้ายรถบรรทุกที่อำเภอบ้านด่านลานหอย

10.30 น. ณ โรงพยาบาลบ้านด่านลานหอย อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยนางฐิติพร ศิริโกศล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัย หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากกรณีรถตู้รับส่งนักเรียนชนท้ายรถบรรทุก ที่อำเภอบ้านด่านลานหอย
จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยและคณะ เดินทางไปที่โรงพยาบาลสุโขทัย เพื่อเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีนายแพทย์สุนทร อินทพิบูลย์ และคณะให้การต้อนรับ

โดยเมื่อเวลา 07.25 น. ได้เกิดเหตุรถตู้รับส่งนักเรียน โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน สุโขทัย ลักษณะชนท้ายรถบรรทุก ป้ายทะเบียน พิษณุโลก บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 12 เส้นทางตาก - สุโขทัย ในฝั่งขาเข้าจังหวัดสุโขทัย พื้นที่ หมู่ที่ 1 ตำบลหนองหญ้าปล้อง อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย

เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมจำนวน 15 ราย โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 รายที่ถูกนำตัวส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลดังกล่าว

>> หน่วยเฉพาะกิจพระเจ้าตาก-กำลังผาเมือง ปะทะขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาไอซ์ 245 กิโลกรัม

11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีเมื่อ 7 มกราคม 2569 กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จัดกำลังพล 1 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการกองร้อยเคลื่อนที่เร็วกองกำลังผาเมือง ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ และได้ปะทะกับกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด บริเวณ บ้านเวียงหอม หมู่ 4 ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ผลการปะทะ ฝ่ายเราปลอดภัย จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) บรรจุอยู่ภายในกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง จำนวน 10 กระสอบๆ ละ 25 กิโลกรัม จำนวน 9 กระสอบ และกระสอบละ 20 กิโลกรัม จำนวน 1 กระสอบ รวมน้ำหนักประมาณ 245 กิโลกรัม

พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก สุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เดินทางไปตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางส่ง สถานีตำรวจภูธรแม่สาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

>> สตช. ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา เปิดสถิติ "เด็กหาย" พุ่งสูงขึ้น พบถูกหลอกเข้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์

11.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการแถลงสถานการณ์ “เด็กหาย” และการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ มูลนิธิกระจกเงา

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ในปี 2568 พบว่ามีคดีค้ามนุษย์รวมทั้งสิ้น 279 คดี, จับกุมผู้ต้องหา 366 ราย และสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายได้ 317 ราย โดยเมื่อจำแนกรูปแบบการกระทำความผิด พบว่าส่วนใหญ่เป็นคดีแสวงหาประโยชน์ทางเพศ จำนวน 246 คดี รองลงมาคือคดีบังคับใช้แรงงาน จำนวน 33 คดี ซึ่งในจำนวนนี้เป็นคดีล่วงละเมิดแรงงานเด็ก 15 คดี และพบว่ามีผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในกลุ่มเด็กและเยาวชน จำนวน 213 ราย โดยเฉพาะคดีค้ามนุษย์ผ่านช่องทางออนไลน์ มีจำนวนถึง 170 คดี คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของคดีทั้งหมด

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยกระดับเดินหน้าปราบปรามการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบอย่างจริงจัง มุ่งเน้นคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก การบังคับทางเพศ (Sextortion) ตลอดจนการกระทำความผิดผ่านช่องทางออนไลน์ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ป้องกันไม่ให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ

จากข้อมูลการรับแจ้งความคนหายจากระบบ CIR ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ 5 ปี ย้อนหลัง (2564 - 2568) พบแนวโน้มที่สูงขึ้น ล่าสุดปี 2568 มีจำนวน 219 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2566 เท่าตัว และเพิ่มขึ้นจากปี 2564 – 2565 เกือบ 4 เท่าตัว ตัวเลขที่ไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ปัญหาคนหายที่ทวีความรุนแรงขึ้น และเป็นประเด็นทางสังคมที่ต้องได้รับการเฝ้าระวังและแก้ไขอย่างเร่งด่วน

>> รวบผู้จัดการร้านค้าสุดแสบ ลักเงินนายจ้าง หนีเที่ยวกลางคืน

13.35 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายธี(นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ฐาน “ลักทรัพย์นายจ้าง ร่วมกันลักทรัพยนายจ้าง และลักทรัพย์นายจ้างในเวลากลางคืน” โดยจับกุม บริเวณริมถนน หน้าสถานีรถไฟแห่งหนึ่ง อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี

พฤติการณ์ทางคดี ตำรวจสอบสวนกลาง นำกำลังจับกุม ผู้ต้องหาซึ่งในขณะนั้นเป็นผู้จัดการร้านค้าปลีก-ส่ง อาศัยโอกาสยามวิกาลและตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องดูแลเงินรายได้ประจำวัน ก่อเหตุลักทรัพย์นายจ้างโดยไม่ยอมโอนเงินส่งสำนักงานใหญ่ตามกำหนด นำเงินที่ได้ไปใช้เที่ยวเตร่ดื่มสุราจนเมามาย ก่อนจะขับรถย้อนศรพุ่งชนรถบรรทุกสิบล้ออย่างจังจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลังรักษาตัวจนอาการดีขึ้น กลับพยายามปั้นเรื่องตบตาว่าเงินหายไประหว่างประสบอุบัติเหตุบ่ายเบี่ยงไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหาย และได้หลบหนีเพื่อเลี่ยงความผิดในขณะที่ตนเองยังบาดเจ็บอยู่ แต่สุดท้ายไม่รอด

เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจนถูกรวบตัวดำเนินคดีในข้อหา “ลักทรัพย์นายจ้างในเวลากลางคืน” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครนายก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> "ตลาดโรงเกลือ" ผู้ค้าเริ่มกลับมาทยอยเปิดร้าน หลังลงนามในข้อตกลงหยุดยิง สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง

14.53 น. บรรยากาศที่ตลาดโรงเกลือ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังพบว่ามีทั้งพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยและชาวกัมพูชา ทยอยกลับมาเปิดร้านจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ ในตลาด ภายหลังประเทศไทยและกัมพูชาลงนามในข้อตกลงหยุดยิง เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ส่งผลให้สถานการณ์โดยรวมคลี่คลายลง ทำให้ชาวกัมพูชาบางส่วน ที่มีฐานะทางการเงินพร้อม เดินทางเข้ามาประกอบอาชีพค้าขายในตลาดโรงเกลืออีกครั้ง

โดยชาวกัมพูชากลุ่มดังกล่าวเลือกเดินทางโดยสารเครื่องบิน มาลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง ก่อนเดินทางต่อเข้าสู่อำเภออรัญประเทศ เพื่อเปิดร้านค้าจำหน่ายสินค้าตามปกติ

ทั้งนี้ การกลับมาของพ่อค้าแม่ค้าทั้งสองประเทศ ส่งผลให้บรรยากาศการค้าขายในตลาดโรงเกลือเริ่มมีชีวิตชีวา และมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงหลังสถานการณ์คลี่คลาย

>> โจ๋ถูกยิงเจ็บ 2 ชาวบ้านโดนลูกหลงเจ็บอีก 1 ราย ใกล้แยกนิด้า ตร.เร่งสอบสวนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ

15.54 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุ ที่ถนนเสรีไทย ขาออก เลยแยกนิด้าเล็กน้อย บริเวณซอย 11 มีเหตุทะเลาะวิวาท ที่เกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บ รวม 2 ราย โดย 1 ใน 2 มีแผลถูกยิงที่บริเวณลำคอ หน่วยกู้ชีพนพรัตน ให้การช่วยเหลือ ส่งรพ.

ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งของถนน เป็นเส้นทางเสรีไทยขาเข้าไปบางกะปิ ก่อนถึงแยกนิด้า บริเวณหน้า ศูนย์บริการสาธารณสุข 50 บึงกุ่ม มีปชช.ถูกลูกหลงบาดเจ็บอีก 1 ราย โดยคนเจ็บถูกช่วยเหลือส่ง รพ.ไปแล้ว

ต่อมา พนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม รับแจ้งเหตุวัยรุ่นก่อเหตุยิงกัน ที่บริเวณแยกนิด้า ฝั่งขาเข้า แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.

จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ ฝ่ายสืบสวนไปที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บโดนยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด ไม่ทราบขนาด มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 3 ราย เป็นผู้หญิง อายุ 42 ปี ถูกกระสุนปีนลูกหลง บาดเจ็บบริเวณแขนด้ายซ้าย นำส่ง รพ.นพรัตน์, ชาย อายุ 18 ปี บาดเจ็บที่คอและหัว นำส่ง รพ.นพรัตน์ และ ชาย อายุ 17 ปี บาดเจ็บที่แขนขวา นำส่ง รพ.นพรัตน์

ผู้บาดเจ็บ ให้การว่า ตนกับเพื่อนขับรถ จยย.มาด้วยกัน 3 คัน ทั้งหมด 7 คน ขับรถมาจากมีนบุรีมุ่งหน้าแยกนิด้า พอถึงที่เกิดเหตุ มีกลุ่ม จยย.มาด้วยกัน 2 คัน ประมาณ 4 คน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่พวกของตนจนได้รับบาดเจ็บ แล้วมีประชาชนที่ขับรถเก๋งมาคู่กับตนได้รับบาดเจ็บ ส่วนผู้ก่อเหตุหลบหนีไป ได้มุ่งหน้าแยกบ้านม้า เจ้าหน้าที่จึงได้นำเพื่อนผู้บาดเจ็บมาทำการสอบสวนที่ สน.บึงกุ่ม เพื่อหาข้อมูลในการก่อเหตุต่อไป

>> รถรับส่งนักเรียนเสียหลักชนต้นไม้ คนขับติดในยานพาหนะ กู้ภัยช่วยนำตัวออกมาปฐมพยาบาล โชคดีที่รถยังเดินทางไปไม่ถึงโรงแรียน

16.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา เกิดอุบัติเหตุ รถรับส่งนักเรียนเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง ส่งผลให้คนขับติดอยู่ในซากรถ บริเวณถนนเชียงราย - นครสวรรค์ ในพื้นที่ตำบลแม่ปืม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีเขียว ป้ายทะเบียน พะเยา ซึ่งใช้เป็นรถรับส่งนักเรียน อยู่ในสภาพเสียหลักพุ่งออกนอกเส้นทาง พลิกตะแคงข้างและไถลชนอัดติดกับต้นไม้ข้างทาง สภาพด้านหน้ารถพังเสียหายยับเยิน ผู้ขับขี่ติดอยู่ภายในห้องโดยสาร เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์งัดซากรถ เพื่อนำตัวผู้บาดเจ็บออกมาได้อย่างปลอดภัย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และได้รับการปฐมพยาบาลจากเจ้าหน้าที่กู้ภัย ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดต่อไป

จากการสอบถามพยานผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า รถคันดังกล่าว อยู่ระหว่างเดินทางเข้าเมืองเพื่อไปรับนักเรียน แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถได้เกิดเสียหลัก พุ่งตกข้างทางและชนต้นไม้ ทำให้รถได้รับความเสียหายและคนขับได้รับบาดเจ็บดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สำหรับสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป

>> สกัดบุหรี่หนีภาษีล็อตใหญ่กว่า 400,000 มวน ลักลอบส่งผ่านรถบริษัทขนส่ง เตรียมกระจายขายทั่วภาคใต้

16.23 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดยตำรวจทางหลวง ร่วมกันตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศ จำนวนประมาณ 400,000 มวน โดยกล่าวหาว่า นำบุหรี่เข้ามาโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรและไม่เสียภาษี
หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการขนย้ายสิ่งผิดกฎหมาย โดยรถบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง ผ่านมายังพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จะผ่านมาบริเวณถนน ทล.41 กระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งถึงบริเวณ ทล.41 กม. 285-286 อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พบรถบรรทุกบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง ลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้งจากสายลับ จึงส่งสัณญาณให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ

จากการตรวจสอบ พบคนขับชาย 1 รายให้การว่า ขับรถออกมาจาก บริษัทขนส่งแห่งหนึ่งในจังหวัดพัทลุง เพื่อนำสินค้าไปยังศูนย์กระจายสินค้าของบริษัทขนส่ง ในอำเภอทุ่งสง และเมื่อตรวจค้นในรถ พบกล่องพัสดุต้องสงสัยทั้งหมด จำนวน 82 กล่อง ทุกกล่องภายในบรรจุบุหรี่ต่างประเทศ จำนวนกว่า400,000มวน ซึ่งไม่ได้ผ่านพิธีการทางศุลกากรการนำเข้า จึงได้ทำการตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งสง เพื่อสืบสวนขยายผลเอาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> หนุ่มพิการ ผูกเปลนอนข้างบ้านถูกกำแพงบ้านล้มทับเสียชีวิต จ.พิษณุโลก

16.30 น สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตถูกกำแพงบ้านล้มทับ ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 10 บ้านแม่ระหัน ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ บริเวณด้านข้างของบ้าน พบร่างผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นชายไทย อายุ 43 ปี ถูกกำแพงบ้านล้มทับเสียชีวิตในขณะนอนหลับบนเปลหลังกลับมาจากหาปลา

บิดาของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ผู้เสียชีวิต เป็นลูกชายพิการขาขวาขาดจากอุบัติเหตุรถทับ และใส่ขาเทียม จึงประกอบอาชีพวางเบ็ดหาปลา กลับมาตอนเช้าประมาณ 7.00 น ได้ผูกเปลนอนข้างบ้าน โดยผู้เสียชีวิตนำเชือกไปผูกบริเวณหน้าต่างของบ้านและผูกกับต้นไม้เพื่อเป็นเปลสำหรับไว้นอน และตนเองก็ได้ออกไปทำงานข้างนอกกลับมาถึงบ้านตอน 16.00 น. ก็พบว่ากำแพงบ้านพังครับลูกชายเสียชีวิต สภาพบ้านมีรอยร้าวทั้งหลังเนื่องจากบ้านถูกน้ำท่วมทุกปี พร้อมโครงสร้างบ้านไม่มีเหล็กเส้นทำให้พังทลายลงมา

>> คุณลุงวัย 65 ปี ขับขี่ จยย.เบี่ยงรถออกมาไม่ทันดู ถูกเก๋งชนเข้าอย่างจัง ร่างกระเด็นไกล ก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

16.41 น. หน่วยกู้ชีพกู้ภัยเทศบาลตำบลเวียงตาล ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์กู้ชีพลำปาง ตรวจสอบอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส กลางถนนทางหลวงหมายเลข 11 บริเวณหน้าสวนป่าทุ่งเกวียน ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน กำแพงเพชร ในสภาพหน้ารถฝั่งผู้โดยสารพังยับเยิน ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง ป้ายทะเบียน ลำปาง ล้มคว่ำอยู่บริเวณข้างถนนในสภาพหน้ารถพังยับเยิน ใกล้กันพบร่างของพบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย อายุ 65 ปี ชาวบ้านสวนป่าทุ่งเกวียน นอนหมดสติอยู่กลางถนน มีบาดแผลแตกบริเวณหน้าผาก เลือดออกทางหูขวา และขาขวามีแผลฉีกขาดลักษณะผิดรูป เจ้าหน้าที่ได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ก่อนนำส่งต่อโดยการเปลี่ยนถ่ายไปยังกู้ชีพโรงพยาบาลห้างฉัตรอย่างเร่งด่วน และทราบว่าผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามคนขับรถเก๋งคันดังกล่าวเล่าว่า ตนขับรถมาจากจังหวัดเชียงใหม่ โดยเมื่อมาถึงที่เกิด รถจักรยานยนต์ของผู้ได้รับบาดเจ็บได้เบี่ยงออกมาตัดหน้ารถเก๋งของตน ทำให้ตนเบรคไม่ทัน และชนเข้าอย่างจังจนร่างผู้ได้รับบาดเจ็บกระเด็นไปไกล และรถจักรยานก็กระเด็นตกโพรงหญ้าข้างถนน คนละทิศทาง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป

>> EOD เร่งกู้กระสุนปืนใหญ่กัมพูชา หลังยิงมาตกลงพื้นที่บ้านหนองรี อ.เมืองตราด เมื่อครั้งปะทะรอบสอง

17.15 น. กองประดาน้ำและถอดทำลายอมภัณฑ์ (Diver & EOD) กองทัพเรือ ร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ กองทัพเรือ (TMAC) และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ตำรวจภูธรจังหวัดตราด เข้าปฏิบัติภารกิจเก็บกู้กระสุนปืนใหญ่ ภายในหมู่บ้านหนองรี ตำบลชำราก อำเภอเมืองตราด โดยเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้ในระยะ 300 เมตร ขณะที่ผู้นำชุมชนขอให้ชาวสวนยุติการทำสวนชั่วคราวในช่วงเวลาเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อความปลอดภัย

หลังจากการตรวจสอบ พบว่า หลุมระเบิดฝังอยู่ใต้ถนนคอนกรีต ความลึกประมาณ 3 เมตร ทำให้ทหารต้องใช้รถขุดเล็ก ในการขุดเพื่อเปิดหลุมระเบิด หลังจากใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง พบเพียงสะเก็ดระเบิดเท่านั้น เป็นกระสุนปืนใหญ่ขนาด 122 มิลลิเมตร ที่ยิงมาจากฝั่งกัมพูชา

จากนั้นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจุดที่ 2 ที่ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร พบหลุมระเบิดอยู่ข้างต้นทุเรียน จึงใช้รถแบคโฮเข้าทำการขุดลึกกว่า 3 เมตร พบสะเก็ดระเบิดกว่า 10 ชิ้น โดยมี 3 ชิ้นสามารถประกอบเข้าด้วยกัน ก่อนจะใช้อุปกรณ์วัดเส้นผ่านศูนย์กลาง และพบว่าเป็นกระสุนปืนใหญ่ขนาด 122 มิลลิเมตร อย่างไรก็ตามการดำเนินการในครั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความปลอดภัยและมั่นใจให้กับประชาชนในการใช้พื้นที่ว่ามีความปลอดภัย

>> ตม.รวบ “จีน–ญี่ปุ่น” แก๊งสแกมเมอร์หนีคดีซุกไทย หลอกเหยื่อเพื่อนร่วมชาติ

17.39 น. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พร้อมผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง แถลงผลจับกุมผู้ต้องหาขบวนการสแกมเมอร์ 2 คดี โดยคดีแรกจับกุม นายซอ (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฉ้อโกง หลอกชาวจีนลงทุนผ่านบริษัทบังหน้า (Shell Company) สร้างความเสียหายกว่า 1.1 ล้านหยวน ใช้อาคารในเมืองแมนซิ่ว ประเทศเมียนมา เป็นฐานปฏิบัติการ ก่อนหลบหนีมาซุกตัวในไทยและนำเงินไปซื้อทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจยึดรถยนต์หรูและตรวจสอบบ้านพักมูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท เพื่อประสาน ปปง. ดำเนินการตามกฎหมาย

อีกคดี ตำรวจตรวจสอบคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งหลังได้รับร้องเรียน พบชายชาวญี่ปุ่น อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หลอกเหยื่อร่วมชาติลงทุนซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน มีผู้เสียหายจำนวนมาก ความเสียหายเฉลี่ยรายละ 5 แสน–1 ล้านเยน ก่อนหลบหนีเข้าประเทศไทย เบื้องต้นตำรวจคนเข้าเมืองได้เพิกถอนวีซ่าผู้ต้องหาทั้งสองราย เพื่อดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

>> ไฟไหม้รถขนฟาง เสียหายวอดทั้งคัน ริมถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้

20.27 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาย้อย ได้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้รถขนฟาง บริเวณถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ กม.ที่ 141+600 ม.5 ต.ทับคาง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี

ในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะคอก ทะเบียน กทม. มีลูกพ่วงด้านหลังบรรทุกฟางอัดก้อนมาเต็มคันรถ ประมาณ600 ก้อน เป็นรถที่เดินทางมาจากสุพรรณบุรี กำลังจะไปส่งฟางที่ จ.ประจวบฯ คนขับปลอดภัยดี ขณะนี้ควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว ไฟไหม้รถเสียหมดทั้งคัน

>> เปิดปฏิบัติการ Thailand–Korea Breaking Chains ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีใต้

20.39 น. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปอท. และตำรวจสาธารณรัฐเกาหลี เปิดปฏิบัติการ “Thailand–Korea Breaking Chains” จับกุมผู้ต้องหาชาวจีน 2 ราย ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ โดยหนึ่งในนั้นคือ นายฮอ (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับสากล Interpol Red Notice ฐานล่อลวงส่งคนไปต่างประเทศและบังคับขู่เข็ญ ตามกฎหมายเกาหลีใต้ หลังหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี ก่อนถูกจับกุมและส่งตัวให้พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนส่งผู้ร้ายข้ามแดน

จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ ใช้วิธีชักชวนเหยื่อไปทำงานในสแกมเซ็นเตอร์ ยึดพาสปอร์ต บังคับใช้แรงงาน และเกี่ยวข้องกับเหตุทำร้ายนักศึกษาชาวเกาหลีใต้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันยังจับกุม นายฉอ (นามสมมุติ) ชาวจีน อีก 1 ราย ในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หลังตรวจพบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย โดยตำรวจย้ำเตือนประชาชนให้ระวังการชักชวนลงทุนผลตอบแทนสูง และหากพบกลุ่มชาวต่างชาติมีพฤติกรรมน่าสงสัยเข้าข่ายคอลเซ็นเตอร์ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

21.56 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.5 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 357 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

>> รถกระบะเสียหลักชนขอบทางแล้วพลิกหงายท้อง กลางถนนพหลโยธิน คนขับเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

23.10 น. รับแจ้งจาก อาสาสมัครหน่วยกู้ภัย พุทไธ วังน้อย มีอุบัติเหตุรถกระบะพลิกคว่ำ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนพหลโยธิน ฝั่งขาเข้า กทม. ช่วงหลัก กม.ที่ 64 บริเวณใกล้เคียงคลังสินค้าโลตัส วังน้อย ในพื้นที่ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ เชฟโลเล็ต สีดำ ป้ายทะเบียน พระนครศรีอยุธยา ลักษณะพลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้า ตรวจสอบ พบว่ามีผู้เสียชีวิต ชาย 1 ราย ทางอาสาสมัครดำเนินการนำร่างออกมาจากยานพาหะน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้อย พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบให้นำร่างส่งชันสูตรที่ รพ.วังน้อย

>> ไฟไหม้บนอาคาร ย่านเยาวราชซอย 1 เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง เร่งระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิง

23.44 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเยาวราช 1 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้นครึ่ง ประกอบกิจการ ผลิตและจัดจำหน่ายลูกล้อรถเข็น ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 2 เพลิงลุกไหม้เสียหายชั้นที่ 2, 3 และชั้นที่ 4 เสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ192 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากชั้นต้นเพลิงเสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสวนมะลิ

>> เพลิงไหม้รถบรรทุกขนาดใหญ่ ใกล้แยกบางนา

01.34 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ใกล้เคียงแยกบางนา ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ 18 ล้อ สีขาว ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้ช่วงล้อหลังบริเวณเบรค ไม่ลุกลาม เสียหายเฉพาะยางรถ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากระบบเบรคขัดข้องทำให้เกิดความร้อนสะสม ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางนา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...