โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำไม Bitcoin ร่วงหลุดแสน? ทั้ง ๆ ที่ปี 2025 ทรงเหมือนจะดี

Thairath Money

อัพเดต 19 พ.ย. 2568 เวลา 04.55 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2568 เวลา 04.44 น.
ภาพไฮไลต์

เมื่อวันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อบิตคอยน์ (Bitcoin) มูลค่าร่วงลงต่ำกว่า 90,000 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นการลดลงต่อเนื่องในช่วงเดือนที่ผ่านมา จากมูลค่าสูงสุดที่เคยทำไว้ที่ 126,198 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมปีนี้ และร่วงหลุด 100,000 ดอลลาร์สหรัฐไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

การที่มูลค่าบิตคอยน์ลดลงต่อเนื่องในช่วงเดือนที่ผ่านมานี้ ส่งผลให้กำไรที่เคยสะสมตั้งแต่ต้นปี 2025 ถูกลบหายไปหมด

ครั้งล่าสุดที่เกิดเหตุการณ์ราคาร่วงจนแดงทั้งกระดานแบบนี้คือเดือนเมษายน ที่ราคาดิ่งลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 74,400 ดอลลาร์สหรัฐ เพราะการประกาศแผนเก็บภาษีการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกปั่นป่วน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าวันนี้ (19 พฤศจิกายน 2025) ตามเวลาประเทศไทย ราคาบิตคอยน์ก็กลับขึ้นมาสู่ระดับ 92,000 แล้ว ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap

ทำไมบิตคอยน์ถึงร่วงหลุดแสน?

การปรับตัวลงของมูลค่าบิตคอยน์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลาง “แรงต้านทางเศรษฐกิจ” หลายด้าน ทั้งความไม่แน่นอนของนโยบายดอกเบี้ยสหรัฐ และความกังวลเกี่ยวกับตลาดสินทรัพย์เสี่ยงที่เริ่มดูมีมูลค่าสูงเกินจริง

นักลงทุนยังได้มีการคาดการณ์ใหม่ด้วยว่า “ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจไม่ลดดอกเบี้ยเดือนธันวาคม” อย่างที่เคยคาดไว้ โดยตอนนี้ความเป็นไปได้อยู่ต่ำกว่า 50% ส่งผลให้นักลงทุนไม่อยากเสี่ยง และทำให้บิตคอยน์โดนเทขายหนักกว่าเดิม

อีกหนึ่งแรงกดดันสำคัญคือ “การเทขายจากฝั่ง ETF” ทำให้เงินไหลออกและบีบให้กองทุนคริปโตฯ หลายรายต้องขายสินทรัพย์เพื่อปรับพอร์ต โดยเฉพาะบริษัทที่ถือบิตคอยน์จำนวนมาก อย่างเช่น Strategy ของ Michael Saylor ที่เริ่มถูกกดดันหนัก เพราะราคาหลุดระดับที่บริษัทเคยเข้าซื้อสะสม

และเฉพาะในเดือนพฤศจิกายน ETF บิตคอยน์แบบ Spot ทั้ง 12 กองทุน มีเงินไหลออกแล้วรวมกว่า 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากเคยเป็นแรงซื้อหลักจนดันราคาขึ้นในช่วงที่ทรัมป์ชนะเลือกตั้งเมื่อปลายปีที่แล้ว

นอกจากนี้ ตลาดคริปโตฯ โดยรวมยังไม่ฟื้นหลังจากการร่วงหนักตั้งแต่ช่วงตุลาคม ที่ “ตลาดคริปโตฯ มีการล้างพอร์ตกว่า 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ” และทำให้มูลค่าตลาดหายไปกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกัน รายย่อยที่เคยชอบช้อนตอนแดงก็เริ่มหายหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มเหรียญ Altcoins

ฝั่งตลาดออปชันก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน โดย “นักเทรดหันมาซื้อประกันขาลงหนักขึ้น” และมีดีมานด์สูงที่สัญญา Put ระดับราคา 85,000 และ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ บ่งบอกชัดเจนว่าอีกหลายคนยังมองว่าบิตคอยน์อาจยังลงต่อได้อีก

ยิ่งไปกว่านั้น การอ่อนตัวลงของบิตคอยน์เกิดขึ้นควบคู่กับ “กระแสเทขายหุ้นเทคฯ ที่เกี่ยวข้องกับ AI” ตลอดเดือนนี้ ซึ่งด้านดัชนีหุ้นเทคฯ อย่าง Nasdaq 100 ก็อ่อนตัวลง ร่วงไปแล้ว 4.5% ในเดือนนี้ และดูเหมือนจะเดินตามตลาดคริปโตฯ ไป เพราะนักลงทุนรายใหญ่จำนวนมากถือทั้งหุ้นเทคฯ และคริปโตฯ ควบคู่กัน

อย่างไรก็ตาม มีนักวิเคราะห์บางรายชี้ว่า นี่คือจังหวะล้างเลเวอเรจเพื่อรันรอบใหม่*** โดย Willem Schroé ซีอีโอของ Botanix Labs มองอีกมุมหนึ่งว่า นี่คือกระบวนการสำคัญที่ทำให้ตลาดพร้อมสำหรับรอบกระทิงครั้งใหม่

“การที่บิตคอยน์หลุด 90,000 ชั่วคราว ไม่ได้เปลี่ยนภาพใหญ่ของตลาดเลย ทุกวัฏจักรของบิตคอยน์จะมีการร่วง 20-30% เพื่อล้างเลเวอเรจออกไป และประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าช่วงแบบนี้แหละคือฐานสำคัญสำหรับรอบขาขึ้นครั้งถัดไป” Willem Schroé กล่าว

***อธิบายคำพูดของ Willem Schroé ก็คือว่า การล้างเลเวอเรจ เป็นการที่ตลาดสลัดคนที่กู้เงินมาเทรดออกไปจากระบบก่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการที่ราคาสินทรัพย์ตกลงแรง ๆ จนคนที่ยืมเงินมาเทรดถูกบังคับปิดสถานะ หรือพูดง่าย ๆ ว่าถูกล้างพอร์ต พอคนกลุ่มนี้หายไป ตลาดจะกลับมานิ่ง เบาขึ้น ลดความเสี่ยงจากการถูกบังคับขาย และพร้อมสำหรับการขึ้นรอบใหม่ได้ง่ายขึ้น

ที่มา: CNBC, Bloomberg [1][2]

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไม Bitcoin ร่วงหลุดแสน? ทั้ง ๆ ที่ปี 2025 ทรงเหมือนจะดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...