“ตราสารแปลงสภาพสหรัฐ” พุ่งทุบสถิติ! ปี 2568 ระดมทุนทะลุ 1 แสนล้านดอลลาร์ แซงยุคโควิด
"ตราสารแปลงสภาพสหรัฐ" พุ่งทุบสถิติ! ปี 2568 ระดมทุนทะลุ 1 แสนล้านดอลลาร์ แซงสถิติยุคโควิด จากแรงหนุนของหุ้นที่ผันผวน-ธีมลงทุน AI และต้นทุนเงินกู้ที่ยังสูง
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 03.30 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กระแสดีลระดมทุนรอบใหม่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาได้ผลักดันตลาดตราสารหนี้แปลงสภาพ (convertible bonds) ของสหรัฐให้ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ในปีนี้ สูงกว่าช่วงคึกคักในยุคโควิด-19 แล้วด้วยซ้ำ
ข้อมูลที่รวบรวมโดยบลูมเบิร์กระบุว่า ยอดรวมจากการขายตราสารหนี้แปลงสภาพในสหรัฐปี 2568 อยู่ที่ 1.087 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่ายอด 1.056 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2563 และธนาคารต่าง ๆ คาดว่าจะมีดีลเพิ่มขึ้นอีกก่อนสิ้นปี
โดย 5 ปีก่อน บริษัทจำนวนมากนิยมออกตราสารหนี้แปลงสภาพในช่วงที่ราคาหุ้นถูกกดดันจากการล็อกดาวน์ยุคโควิด-19 เนื่องจากตราสารชนิดนี้ช่วยให้บริษัทเข้าถึงต้นทุนทางการเงินต่ำมาก โดยไม่ต้องเผชิญผลกระทบทันทีจากการไดลูชัน (dilution) ที่จะตามมาหากขายหุ้นเพิ่มทุน
แม้สภาพแวดล้อมในปัจจุบันที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของสหรัฐยังยืนเหนือ 4% จะต่างออกไป แต่ตลาดตราสารแปลงสภาพกลับยังคงดึงดูดนักลงทุนอย่างมาก ความผันผวนสูงของตลาดหุ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ช่วยเพิ่มมูลค่าทางทฤษฎีของออปชันหุ้นที่ฝังอยู่ในตราสาร ทำให้นักลงทุนยินดีซื้อพันธบัตรที่มีคูปองต่ำมาก แม้ต้องจ่าย conversion premium สูง
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม Bloom Energy Corp. ผู้ผลิตระบบเซลล์เชื้อเพลิง ซึ่งราคาหุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 4 เท่าในปีนี้ ได้ออกตราสารหนี้แปลงสภาพแบบ zero-coupon มูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ โดยมี conversion premium สูงถึง 52.5% ถือเป็นดีลแปลงสภาพรายใหญ่ที่สุดอันดับสามของสหรัฐในปีนี้
เจสัน วูด ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ J. Wood Capital Advisors ซึ่งให้คำปรึกษาด้านตราสารแปลงสภาพ ระบุว่าข้อเสนอของ Bloom ถือเป็นเงื่อนไขที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับดีลขนาดมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ บริษัทอื่นที่ออกตราสารแปลงสภาพระดับเดียวกันในปีนี้ ได้แก่ DoorDash Inc., GameStop Corp. และ Super Micro Computer Inc.
วูดกล่าวว่า “บริษัทที่เติบโตเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเทคหรือเฮลท์แคร์ แทบจะได้คูปองระดับศูนย์ทั้งหมด หากมองในแง่ส่วนต่างระหว่างต้นทุนออก convert กับต้นทุนออกตราสารหนี้ทั่วไป ส่วนต่างตอนนี้สูงที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น แต่เวลาบริษัทออกดีล ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับราคาหุ้นมากกว่าเรื่องอัตราดอกเบี้ยเสียอีก”
ขณะเดียวกันขนาดดีลก็กำลังใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ในส่วนงานที่ยังแข็งแรงที่สุดแห่งหนึ่งของธุรกิจวาณิชธนกิจ ตรงกันข้ามกับตลาด IPO แบบดั้งเดิมที่ยังคงอยู่ต่ำกว่าสถิติยุคโควิด
ทั้งนี้ปี 2568 มีธุรกรรมแปลงสภาพมากกว่า 40 ดีลที่ระดมทุนได้เกิน 1 พันล้านดอลลาร์ เอริค คอกลิน หัวหน้าทีม structured equity ของ Bank of America ระบุว่า “ตลาดตราสารแปลงสภาพได้ประโยชน์จากตลาดหุ้นที่ยังแข็งแกร่ง ตลาดเครดิตที่มีเสถียรภาพ และกระแสการลงทุนในธีมเติบโต เช่น ห่วงโซ่คุณค่า AI การเปลี่ยนผ่านพลังงาน และความมั่นคงระดับชาติ”
วูดระบุว่า การออกตราสารแปลงสภาพจะยังคงคึกคักไปจนถึงสิ้นปี แต่แนวโน้มดอกเบี้ยขาลงในปี 2569 อาจมีผลสองด้าน
เขากล่าวว่า “เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง แน่นอนว่าช่วยให้ต้นทุนออก convert ดีขึ้นในเชิงตัวเลข แต่ส่วนต่างต้นทุนระหว่างตราสารแปลงสภาพกับตราสารหนี้ทั่วไปจะลดลงด้วย”
อ้างอิง : www.bloomberg.com