โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘วัตสัน’เผยอินไซต์ 3 เทรนด์สุขภาพ Health is Wealth มาแรงปีหน้า Health Longevity ดันตลาดโต

TODAY

อัพเดต 30 พ.ย. 2568 เวลา 13.37 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2568 เวลา 13.37 น. • TODAY

วัตสัน ประเทศไทย เผยผลสำรวจ Customer Trend Survey ไตรมาส 4/2568 จากสมาชิกกว่า 4,000 คน สะท้อนสัญญาณสำคัญของตลาดสุขภาพและความงามที่เปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้บริโภคไทยกำลังย้ายจากพฤติกรรม “ใช้จ่ายเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า” ไปสู่ “การลงทุนเพื่อป้องกัน” มากขึ้น

นำไปสู่การเติบโตของเทรนด์สุขภาพองค์รวม 360 องศา (Holistic Wellness) การใช้งบสุขภาพแบบประจำ (Health Investment) และความต้องการดูแลตนเองเพื่อชะลอวัยที่ขยายตัวต่อเนื่อง (The Rise of Anti-aging) ข้อมูลดังกล่าวชี้ว่าตลาดกำลังขยับเข้าสู่ยุค Health Longevity อย่างเต็มรูปแบบ

‘นวลพรรณ ชัยนาม’ กรรมการผู้จัดการ วัตสัน ประเทศไทย เปิดเผยว่า ความเปลี่ยนแปลงด้านทัศนคติผู้บริโภคครั้งนี้ มีผลต่อทิศทางธุรกิจในทุกมิติ เนื่องจากลูกค้าไม่ได้มองสุขภาพและความงามเป็นค่าใช้จ่ายอีกต่อไป แต่เป็น “การลงทุนระยะยาว” ที่ต้องตอบโจทย์ทั้งร่างกาย จิตใจ และไลฟ์สไตล์

โดยวัตสันได้เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างสินค้า บริการ และประสบการณ์หน้าร้านบนฐานข้อมูลแบบ Data-Driven อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนเป้าหมายสู่การเป็น The Ultimate Holistic H&B Retailer และตอบรับความต้องการผู้บริโภคที่ซับซ้อนขึ้นอย่างแม่นยำและยั่งยืน

[ เจาะ 3 อินไซด์สำคัญที่น่าสนใจ ]

ผู้บริหารวัตสัน ประเทศไทย อธิบายต่อว่า พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้สะท้อนผ่าน 3 อินไซต์ใหญ่ที่มาแรงในปีนี้ อินไซต์ที่ 1 The Holistic Wellness Era สุขภาพองค์รวม 360 องศา คือพื้นฐานของ Longevity

เทรนด์การดูแลตัวเอง (Personalized Wellness) ได้กลายเป็นกระแสหลักอย่างสมบูรณ์ ซึ่งผู้บริโภคไม่ได้มองสุขภาพและความงามแยกส่วนกันอีกต่อไป โดยผลสำรวจชี้ว่าผู้บริโภคกว่า 72% ให้ความสำคัญกับ “สุขภาพ” (Health) มากกว่า “ความงาม” (Beauty) สะท้อนชัดว่า “สุขภาพดีถาวร” กำลังกลายเป็นเป้าหมายใหม่ที่ได้รับความสนใจ

นอกจากนี้กว่า 52% ยังรับประทานวิตามินเป็นประจำ และรองลงมายังคงรับประทานเป็นครั้งคราว สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก “การรักษาชั่วคราว”” เป็น “ดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง” พร้อมมุ่งเน้นเป้าหมายระยะยาว (Longevity) ที่เป็นรากฐานของสุขภาพอย่างแท้จริง
โดยมีเป้าหมายหลักที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ ได้แก่

• ควบคุมน้ำหนัก 26%
• เสริมภูมิคุ้มกัน 21%
• การนอนหลับ 20%
• สุขภาพจิต 18%
• การขับถ่าย 15%

ทั้งหมดสะท้อนการ “เสริมสุขภาพเฉพาะกิจ” ไปสู่การ “ดูแลสุขภาพเชิงลึกและสม่ำเสมอ”

อินไซต์ที่ 2 The Health Investment จาก “ค่าใช้จ่าย” สู่ “งบลงทุน” ด้านสุขภาพ

ผู้บริโภคยุคใหม่มองการดูแลสุขภาพเหมือนวางแผนการเงิน โดยเป็น “สินทรัพย์ระยะยาวของชีวิต” ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอีกต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจที่ยืนยันว่า ผู้บริโภคได้จัดสรร “งบประจำเพื่อสุขภาพ” อย่างจริงจัง เหมือนที่เคยกันงบไว้เพื่อความบันเทิงหรือความงาม โดยกว่าครึ่งตั้งงบไว้ที่ 1,000 – 3,000 บาทต่อเดือน และอีก 14% ตั้งงบไว้มากกว่า 3,000 บาทต่อเดือน หรือเทียบได้ว่า มากกว่า 63% ที่มีการลงทุนด้านสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการดูแลสุขภาพกลายเป็น “กิจวัตร” มากกว่าพฤติกรรมชั่วครั้งคราว

อินไซต์ที่ 3 The Rise of Anti-aging ความงามเหนือวัย และขยายสู่ไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเองครบทุกมิติ

หนึ่งในสัญญาณที่เด่นชัดที่สุด คือการที่ “ริ้วรอย” แซงหน้า “ผิวขาว” อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ จากเดิมเรื่องของผิวขาวกระจ่างใส เคยเป็นความกังวลหลัก แต่ผลสำรวจของวัตสันในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ยืนยันชัดเจนว่า ผู้บริโภคเกินครึ่งยอมรับว่า “ริ้วรอย” คือความกังวลหลัก ส่งผลให้สินค้า “Anti-aging” ได้รับความนิยมและนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ทั้งนี้ พฤติกรรมการซื้อไม่ได้ขึ้นกับแบรนด์ แต่ขึ้นกับ “ส่วนผสม” ที่ตรงกับปัญหา สะท้อนว่าผู้บริโภคมีความรู้ด้านสกินแคร์และเข้าใจผิวของตัวเองมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

โดยส่วนผสมที่ได้รับความสนใจสูงสุด ได้แก่

• Hyaluronic Acid (25%) — เติมความชุ่มชื้น ผิวอิ่มฟู ดูสุขภาพดี
• Vitamin C (24%) — ช่วยฟื้นผิวให้ดูสดใส มีชีวิตชีวา
• Retinol (21%) — ลดเลือนริ้วรอย ฟื้นฟูผิวเสื่อมสภาพ
• Niacinamide (17%) — ปรับสมดุลผิว ให้ผิวแข็งแรงขึ้น
• BHA/AHA (14%) — ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ช่วยให้ผิวเรียบเนียน

เมื่อพิจารณาเจาะลึกถึง “วิธีที่ผู้บริโภคใช้ในการชะลอวัย” จะพบภาพสะท้อนที่น่าสนใจว่า ความใส่ใจไม่ได้หยุดอยู่ที่สกินแคร์ แต่ขยายวงกว้างไปสู่พฤติกรรมการดูแลตัวเองแบบรอบด้านในชีวิตประจำวัน โดยพบการกระจายสัดส่วนของกิจกรรมยอดนิยมในการชะลอวัยอย่างสมดุล ได้แก่

• การใช้สกินแคร์ลดริ้วรอย (25%)
• การทานอาหารต้านอนุมูลอิสระ (23%)
• การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรง (22%)
• การรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริม (21%)

ในขณะที่การทำหัตถการเพื่อชะลอวัยมีสัดส่วนเพียง 8% แสดงให้เห็นชัดเจนว่าการชะลอวัยกำลังกลายเป็น “พฤติกรรมประจำวัน” (Daily Habit) มากกว่าการพึ่งพาวิธีลัดเชิงหัตถการ

ทั้งนี้ เมื่อถามลึกลงไปถึงแก่นแท้ว่า “การชะลอวัยจริงๆ ควรเริ่มจากอะไร” คำตอบของผู้บริโภคส่วนใหญ่ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน คือ “ความงามเหนือวัย เริ่มจากภายในเสมอ” โดย 31% มองว่าคือการมีสุขภาพดีปราศจากโรค, 25% คือการป้องกันความเสื่อมตั้งแต่เนิ่นๆ, 22% คือการดูแลจากภายในสู่ภายนอกและที่น่าสนใจคือ 21% ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตที่ดีและการลดความเครียด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...