เลขาฯ กกต. แจงยิบ! ทำไมประชามติไม่มีลงคะแนนล่วงหน้า ชี้ โครงสร้างกฎหมายต่างจากเลือกตั้ง
เลขาฯ กกต. แจงยิบ! ทำไมประชามติไม่มีลงคะแนนล่วงหน้า ชี้ โครงสร้างกฎหมายต่างจากเลือกตั้ง
วันที่ 4 ม.ค.2569 นายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต. โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า 1. ทำไมการออกเสียงประชามติไม่มีการออกเสียงล่วงหน้า 2. การลงทะเบียนลงคะแนนล่วงหน้า สส. และการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต "คนละเรื่องเดียวกัน" 3. ลงทะเบียนอย่างไรให้ได้เลือกทั้ง สส. และออกเสียงประชามติ 4. ลงทะเบียนแล้ว ยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่
1. ทำไมการออกเสียงประชามติไม่มีการออกเสียงล่วงหน้า
เป็นผลของกฎหมาย หากจัดการออกเสียงประชามติที่กระทำไปโดยกฎหมายไม่ให้อำนาจใว้ ในเรื่องที่เป็นหลัการหรือสาระสำคัญ ผลคือจะทำให้การนั้นเป็น "โมฆะ" นั้นคือเสียเปล่าตั้งแต่ต้น
การออกเสียงประชามติกฎหมายให้อำนาจใว้เฉพาะการออกเสียง "นอกเขตจังหวัด" ในวันเดียวกันกับออกเสียงประชามติ หมายความว่า ในวันออกเสียง คือวันที่ 8 ก.พ.เราอยู่ตรงใหนของประเทศไทย เราจะออกเสียงที่ตรงใหนก็ได้ ไม่ต้องไปออกเสียง ณ หน่วยที่มีรายชื่อตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง อาทิ เรามีชื่อตามบัญชีรายชื่อในกรุงเทพมหานคร แต่วันที่ 8 ก.พ เราอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เราสามารถลงทะเบียนออกเสียงในวันที่ 8 ก.พ. ณ เขตใดเขตหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ก็ได้
2. การลงทะเบียนลงลงคะแนนล่วงหน้า ส.ส. และการลงทะเบียนออกเสียงนอกเขต "คนละเรื่องเดียวกัน"
2.1 คนละเรื่อง "ไม่เป็นภาระของประชาชน"
เป็นกรณีที่มีการจัดการเลือกตั้ง กับการออกเสียงประชามติ "ไม่ได้กำหนดเป็นวันเดียวกัน" ทั้ง 2 เรื่องจะสมบูรณ์ในตัวของมันเอง ไม่ได้เป็นภาระของประชาชน
2.2 คนละเรื่องเดียวกัน "เป็นภาระของประชาชน"
เป็นกรณีที่มีการจัดการเลือกตั้งกับการออกเสียงประชามติ "กำหนดเป็นวันเดียวกัน" จะเป็นภาระของประชาชน
กล่าวคือ การเลือกตั้ง ส.ส. กำหนดวันลงคะแนนล่วงหน้าอยู่บนหลักการ "เวลาและสถานที่" กล่าวคือ
หลักเวลา คือลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งได้ นั้นคือ การกำหนดให้มีวันลงคะแนนล่วงหน้า
หลักสถานที่ คือ อยู่ตรงใหนก็ลงคะแนนได้ เหตุที่ต้องลงคะแนนล่วงหน้าได้ เพราะ ส.ส. ต้องส่งบัตรที่ลงคะแนนแล้วมานับที่เขตเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใดหรือพรรคการเมืองใดในเขตเขตเลือกตั้งนั้น ต่างจากการออกเสียงประชามติ ที่ไม่ว่าจะ "อยู่ที่ใด" ผู้มีสิทธิออกเสียงก็ออกเสียงได้ เฉพาะ การออกเสียงเป็นกาาถามความเห็นว่าจะ "เห็นชอบ" ไม่เห็นชอบ " หรือ "ไม่แสดงความเห็น" นับคะแนนที่หน่วยออกเสียงได้เลย ไม่ต้องส่งบัตรมานับคะแนนที่เขต
แต่เมื่อเอา 2 เรื่องมาเป็นคนละเรื่องเดียวกัน จึงเป็นภาระของประชาชน เพราะประชามติ ไม่มีหลักเรื่องเวลา มีแต่หลักเรื่องสถานที่ เท่านั้น
3. ลงทะเบียนอย่างไรไม่เสียสิทธิทั้ง ส.ส. และประชามติ
3.1 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่สะดวกไปลงคะแนนในวันที่ 8 ก.พ. ในหน่วยเลือกตั้งปกติ
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่มนี้ ไม่ต้องลงทะเบียนอะไรเลย เพราะในวันนั้น จะจัดให้มีการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติในหน่วยเดียวกัน
3.2 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่สะดวกไปลงคะแนนล่วงหน้าในวันที่ 1 ก.พ. และออกเสียงนอกเขตจังหวัดในวันที่ 8 ก.พ.
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่มนี้ ไม่สะดวกไปลงคะแนนส.ส. ในหน่วย ปกติ ในวันที่ 8.ก.พ. ต้องลงทะบียนลงเลือก ส.ส. ล่วงหน้าเพื่อไปลงคะแนนล่วงหน้าในวันที่ 1 ก.พ. และลงทะเบียนออกเสียงในจังหวัดที่ตนอยู่ในวันที่ 8 ก.พ. เพื่อออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด ในจังหวัดที่ ตนอาศัยอยู่ในวันที่ 8 ก.พ.
3.3 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนล่วงหน้า ส.ส. อย่างเดียว และไม่ได้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัดในวันที่ 8 ก.พ. หรือไม่ได้ไปออกเสียงประชามติในหน่วยปกติในวันที่ 8 ก.พ.
หากไปลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าตามที่ลงทะเบียนใว้ในวันที่ 1 ก.พ. เท่านั้น ต้องแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติจึงจะไม่ถูกจำกัดสิทธิ
3.4 ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติอย่างเดียว และไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้าเลือก ส.ส. ในวันที่ 1 ก.พ. หรือ ในวันที่ 8 ก.พ. ไม่ได้ไปลงะแนนเลือก ส.ส. ในหน่วยปกติ
หากออกเสียงลงคะแนนประชามตินอกเขตจังหวัดในวันที่ 8 ก.พ. ตามที่ลงทะเบียนใว้เท่านั้น ต้องแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือก ส.ส. จึงจะไม่ถูกจำกัดสิทธิ
4. ลงทะเบีนยแล้วยกเลิกหรือเปลี่ยแปลงได้หรือไม่
กรณีลงทะเบียนไปแล้ว ถ้าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง/หรือผู้มีสิทธิออกเสียงเห็นว่าการลงทะเบียนใว้ไม่สะดวกหรือ เหมาะสมกับตนเอง ก็สามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงได้ ในวันเวลาเดียวกันกับที่ เปิดลงทะเบียน คือไม่เกินวันที่ 5 ม.ค. 69