โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘CBAM’ เริ่มนับหนึ่ง โลกการค้าเปลี่ยน ไทยพร้อมแค่ไหนกับกติกาใหม่จากยุโรป

เดลินิวส์

อัพเดต 3 มกราคม 2569 เวลา 1.39 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เริ่มแล้ว! EU บังคับใช้ ‘ภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน’ ไทยพร้อมหรือไม่ คืบหน้าแค่ไหนในยุคการค้าโลกสีเขียว

การค้าระหว่างประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ ‘คาร์บอน’ กลายเป็นต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ใช่แค่ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นเงื่อนไขใหม่ของการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

ล่าสุด The Guardian สหราชอาณาจักร รายงานว่า สหภาพยุโรป (EU) เริ่มบังคับใช้มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนหรือ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) อย่างเป็นทางการแล้ว นี่ถือเป็นการเปลี่ยนกติกาการค้าสีเขียวครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และกำลังส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังประเทศคู่ค้าทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

หัวใจของ CBAM คือการแก้ปัญหา ‘การรั่วไหลของคาร์บอน’ กล่าวคือ ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ผลิตในยุโรปต้องแบกรับต้นทุนจากกฎควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะที่สินค้านำเข้าจากบางประเทศกลับมีราคาถูกกว่า เพราะไม่ต้องรับภาระด้านสิ่งแวดล้อม EU จึงออกมาตรการนี้เพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว โดยกำหนดให้สินค้าที่ส่งเข้า EU ต้องรายงานปริมาณการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการผลิต และซื้อใบรับรอง CBAM เพื่อชดเชยต้นทุนคาร์บอนในระดับใกล้เคียงกับผู้ผลิตในยุโรป หากไม่สามารถแสดงข้อมูลได้ ก็ต้องจ่ายต้นทุนเพิ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในระยะแรก CBAM ครอบคลุมสินค้าอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย ไฮโดรเจน และไฟฟ้า เหล่านี้ล้วนเป็นกลุ่มที่ปล่อยคาร์บอนสูง แม้จะมีเสียงคัดค้านจากหลายประเทศ ทั้งจีน สหรัฐฯ และออสเตรเลีย รวมถึงความคาดหวังว่า EU อาจผ่อนปรนมาตรการลงเหมือนกฎสิ่งแวดล้อมบางเรื่องที่ผ่านมา แต่ยุโรปเลือกเดินหน้าต่ออย่างชัดเจน เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายใน และผลักดันการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม

คณะกรรมาธิการยุโรปย้ำว่า CBAM ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อกีดกันทางการค้า แต่ต้องการสร้าง ‘สนามแข่งขันที่เท่าเทียม’ ระหว่างผู้ผลิตในและนอก EU โดยไม่เปิดช่องให้ประเทศที่มีมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่ต่ำกว่ากว่าได้เปรียบด้านราคา ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์มองว่า ในช่วงแรก ผลกระทบต่อราคาสินค้าอาจยังไม่รุนแรงนัก เนื่องจากการบังคับใช้ยังอยู่ในขอบเขตที่จำกัด และการยกเลิกโควตาคาร์บอนฟรีของยุโรปจะเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบเชิงโครงสร้างก็เริ่มปรากฏให้เห็นบ้างแล้ว เช่น เหล็กจากจีนอาเสียความได้เปรียบด้านราคาในตลาดยุโรป และอาจเกิดภาวะสินค้าคาร์บอนสูงล้นตลาดโลก จนเกิดการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น ประเทศต่างๆ จึงเริ่มเตรียมมาตรการรับมือของตนเอง โดยสหราชอาณาจักรก็มีแผนจะนำ CBAM มาใช้ในเร็วๆ นี้เช่นกัน

สำหรับประเทศไทย แม้จะไม่ใช่ผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดในกลุ่มสินค้า CBAM แต่ด้วยความเชื่อมโยงทางการค้ากับ EU ในฐานะคู่ค้ารายใหญ่อันดับต้นๆ ทำให้ไม่อาจเพิกเฉยต่อกติกาใหม่นี้ได้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็กและอะลูมิเนียม ที่เริ่มเผชิญต้นทุนแฝงจากคาร์บอนอย่างชัดเจน หากยังใช้กระบวนการผลิตแบบเดิมที่ปล่อยก๊าซสูง

ภาพรวมล่าสุดสะท้อนว่า ไทยกำลังขยับจากการตั้งรับไปสู่การเตรียมความพร้อมเชิงระบบ รัฐบาลเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘พ.ร.บ. โลกร้อน’ เพื่อวางโครงสร้างการจัดการคาร์บอนแบบภาคบังคับเป็นครั้งแรก กฎหมายฉบับนี้เป็นฐานสำคัญในการจัดตั้งระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย (TH-ETS) ควบคู่กับการเริ่มจัดเก็บภาษีคาร์บอนในบางภาคส่วน

อันที่จริง เป้าหมายหลักๆ ไม่ได้มีแค่การลดการปล่อยก๊าซเท่านั้น แต่ยังเพื่อให้ ‘ราคาคาร์บอนที่จ่ายในประเทศ’ สามารถนำไปหักลดภาระภายใต้ CBAM ของยุโรปได้ หากไทยไม่มีระบบราคาคาร์บอนที่ EU ยอมรับ ต้นทุนส่วนนี้จะไหลออกไปยังยุโรปโดยตรง แทนที่จะถูกนำกลับมาลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีสะอาดในประเทศ

ในเชิงอุตสาหกรรม สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เลวร้ายไปเสียทั้งหมด กลุ่มอะลูมิเนียมของไทยมีความได้เปรียบ เพราะส่วนใหญ่เป็นการผลิตจากการหลอมเศษโลหะ ซึ่งปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าการถลุงขั้นต้น ขณะที่อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และปุ๋ย แม้จะส่งออกไปยุโรปไม่มาก แต่ก็ได้มีการเริ่มใช้ CBAM เป็นแรงกระตุ้นในการพัฒนาสินค้าคาร์บอนต่ำ เพื่อสร้างโอกาสในตลาดพรีเมียมระยะยาว

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ‘ข้อมูล’ การคำนวณและรายงานการปล่อยก๊าซต้องเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับยุโรป องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) จึงเร่งปรับปรุงฐานข้อมูลค่า Emission Factor ของไทยให้สอดคล้องกับสากล เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถใช้เป็นมาตรฐานกลางในการสื่อสารกับยุโรป และลดความเสี่ยงจากการถูกประเมินคาร์บอนสูงเกินจริงจากฝั่งผู้นำเข้า

ในระดับนโยบายการค้า กระทรวงพาณิชย์ยังใช้เวทีเจรจา FTA ไทย-EU เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการยอมรับระบบคาร์บอนของไทย รวมถึงความร่วมมือด้านเทคนิคและการตรวจสอบ เพื่อลดภาระของผู้ส่งออก โดยเฉพาะ SMEs ที่มีข้อจำกัดด้านต้นทุนและบุคลากร

ดังนั้น CBAM ก็เปรียบเสมือนสัญญาณที่เตือนว่า โลกการค้ากำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านต้นทุน ไปสู่การแข่งขันด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งความท้าทายของประเทศไทยอยู่ที่ความเร็วในการออกกฎหมาย การสร้างความพร้อมของภาคอุตสาหกรรม และการเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว ทว่าในอีกด้านหนึ่ง CBAM ก็อาจเป็นแรงผลักดันให้ไทยยกระดับตัวเองสู่ฐานการผลิตคาร์บอนต่ำของภูมิภาค หากวางหมากได้ถูกทางตั้งแต่วันนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...