โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ชฎาทิพ จูตระกูล’ เปิดใจ ไอคอนสยามผงาดเวทีโลก บรรลุคำมั่นสร้างชื่อเสียงสู่ประเทศไทย

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 พ.ย. 2568 เวลา 02.05 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 02.05 น. • The Bangkok Insight

ความสำเร็จของ ไอคอนสยาม อภิมหาโครงการแลนด์มาร์กของประเทศไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยา สัญลักษณ์แห่งความภูมิใจของคนไทย ภายใต้การนำทัพของ "ชฎาทิพ จูตระกูล" วัดผลได้จากการขึ้นแท่นเป็น 1 ใน 3 โครงการที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกในรอบ 30 ปี จาก MAPIC Awards 2025

นอกจากนี้ ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ไอคอนสยามยังคว้า 53 รางวัลแห่งความสำเร็จ ครองความเป็นที่หนึ่งสัญลักษณ์แห่งนวัตกรรมและการสร้างสรรค์อันล้ำเลิศ สู่การเป็น Global Destination

ชฎาทิพ จูตระกูล

ทั้งหมดนี้ สะท้อนความสำเร็จที่ ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ให้คำมั่นสัญญาไว้ตั้งแต่วันที่เริ่มพัฒนาโครงการว่า ไอคอนสยาม จะนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทย และเป็นการนำอัตลักษณ์ของไทยไปสู่เวทีโลกได้สำเร็จ

นอกจากการขึ้นเป็น 1 ใน 3 โครงการที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกในรอบ 30 ปี จาก MAPIC Awards 2025 ของไอคอนสยาม ชฎาทิพ ยังได้รับรางวัลเกียรติยศ PIONEERS OF PLACES 1 ใน 5 คนจาก MAPIC และเป็นนักธุรกิจเอเชียคนเดียวที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนโฉมวงการอสังหาริมทรัพย์ของโลกในรอบ 30 ปีอีกด้วย

ชฎาทิพ จูตระกูล เปิดใจว่า MAPIC Awards 2025 ซึ่งเป็นเวทีที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น รางวัลออสการ์ของวงการ Retail ตอกย้ำภาพลักษณ์ของไอคอนสยามที่เป็นสัญลักษณ์แห่งนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ที่ล้ำเลิศ สร้างแรงบันดาลใจและสามารถดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก

ที่สำคัญ ยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จของสยามพิวรรธน์ ซึ่งเป็นเจ้าของคอนเซปต์ในการพัฒนา Global Destination ที่สร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมาย เป็น Game Changer ที่แสดงให้โลกเห็นชัดเจนแล้วว่าศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

โครงการไอคอนสยาม ที่มีมูลค่าลงทุนสูงถึง 6 หมื่นล้านบาท ถือเป็นเกมเกียรติยศที่แพ้ไม่ได้ เราจะไม่มีวันพูดว่า ทำไม่ได้ หรือเป็นไปไม่ได้ เพราะเราเชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้ ถ้าเราทุ่มเท ซึ่งการที่ไอคอนสยาม สามารถผงาดในเวทีโลก นับเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่ทำให้เห็นว่า เราสามารถทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ ในการนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทย ทำให้ทั่วโลกรู้จักประเทศไทย

นับจากวันแรกประกาศพัฒนาโครงการเมื่อ 13 ปีก่อนหน้านี้ และนำมาสู่การเปิดอภิมหาโครงการจนถึงวันนี้ครบรอบ 7 ปี กล่าวได้อย่างเต็มปากว่า ไอคอนสยาม เป็น World-Class Destination อันประกอบไปด้วย อาณาจักรศูนย์การค้าสุดอลังการ คอนโดมิเนียมหรูระดับโลก 2 อาคาร และ 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งไอคอนสยาม ได้แก่ River Park, ICONIC Multimedia Water Features, สุขสยาม, ทรูไอคอนฮอลล์, รถไฟฟ้าสายสีทอง, ริเวอร์ มิวเซียม แบงค็อก และ รวมโลกในรอยไทย

นับตั้งแต่เปิดดำเนินการมาเป็นเวลา 7 ปี ไอคอนสยามได้พิสูจน์ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมเมืองธนบุรี ให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่ยิ่งใหญ่ทัดเทียมฝั่งกรุงเทพมหานคร และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบให้เติบโตไปพร้อมกัน โครงการนี้จึงมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะร่วมสร้างคุณค่า (Shared Value) และเป็นแม่เหล็กที่ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อให้ประเทศไทยยืนหยัดได้อย่างสง่างามตลอดไป

ชฎาทิพ บอกเล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้ เกิดขึ้นจากพลังแห่งความร่วมมือ ศรัทธาและจิตวิญญาณของบริษัทคนไทยที่ได้ตั้งใจสร้างแลนด์มาร์กใหม่ของประเทศ เพื่อนำเสนออัตลักษณ์ของความเป็นไทย

เหนืออื่นใดตือ แรงบันดาลใจจากการที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นแบบอย่างของการนำเสนอความเป็นไทยที่งดงาม โดยทั้งสองพระองค์ได้ทรงงานตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อพัฒนาความสามารถของคนไทยจากภูมิปัญญาไทยในเรื่องต่างๆ ให้กลายเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ทรงคุณค่าและมีมูลค่ามหาศาล ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้เรามุ่งมั่นดำเนินรอยตาม และน้อมนําความเป็นไทยมาใช้ในการพัฒนา Global Destination เพื่อแข่งขันในเวทีโลกอย่างภาคภูมิ

ชฎาทิพ จูตระกูล

ในวันนี้ที่ไอคอนสยามได้เป็นโครงการหนึ่งเดียวจากประเทศไทยและเอเชีย ที่ได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 3 โครงการที่ทรงอิทธิพลของโลกนั้น ถือว่าได้บรรลุปณิธานแรกเริ่ม ที่จะให้โครงการนี้สร้างชื่อเสียงและเกียรติภูมิให้แก่ประเทศไทย ให้โลกได้รู้ว่าคนไทยไม่เป็นรองใครในเวทีโลก

ขณะเดียวกัน การที่ไอคอนสยาม ได้รับรางวัลนี้ ถือเป็นการตอกย้ำถึงความสำเร็จในฐานะผู้ปฏิวัติวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกที่มีอิทธิพลระดับโลก (Revolutionary Retail Development) ซึ่งไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบที่ล้ำสมัย แต่ยังแสดงถึงบทบาทของประเทศไทยในเวทีนานาชาติด้านการพัฒนาเมืองและการค้าปลีกอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ชฎาทิพ ยังได้รับางวัลเชิดชูเกียรติระดับโลก PIONEERS OF PLACES AWARDS ซึ่งเป็นรางวัลเชิดรชูเกียรติระดับ Lifetime Achievement ในฐานะคนไทยและชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับเกียรติอันทรงคุณค่านี้ เคียงข้างกับผู้นำธุรกิจค้าปลีกระดับโลกที่มีผลงานโดดเด่นอีก 4 ท่าน ได้แก่ Mr. Maurice Bansay ประธานและผู้ก่อตั้ง APSYS ผู้พัฒนาโครงการระดับแลนด์มาร์กทั้งในฝรั่งเศสและโปแลนด์ Mr.Philippe Journo ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Compagnie de Phalsbourg ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ของฝรั่งเศสที่มุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่มีมาตรฐานด้านสถาปัตยกรรมและสิ่งแวดล้อม Mr. Alexander Otto ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ECE ผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ค้าปลีกในยุโรปกว่า 200 แห่ง Mr. Alain Taravella ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท ALTAREA หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ใน 3 ประเทศ ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน

รางวัลนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ ความมุ่งมั่น และความเป็นผู้นำของสยามพิวรรธน์ในการพัฒนาโกลบอลเดสติเนชัน อาทิ สยามพารากอน The Pride of Bangkok และ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยา ความสำเร็จนี้ไม่เพียงตอกย้ำบทบาทของสยามพิวรรธน์ในฐานะผู้บุกเบิกที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับกรุงเทพมหานครสู่การเป็นศูนย์กลางค้าปลีกระดับโลก อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และเป็น Game Changer ตัวจริงที่สามารถพลิกทุกวิกฤตให้เป็นโอกาส สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการโลก

กว่าจะถึงวันนี้ ไอคอนสยาม ไม่ได้เดินบนเส้นทางที่สวยหรู ในทางกลับกัน ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย ตั้งแต่การวางผังเมือง การสร้างความเข้าใจในวิสัยทัศน์ ไปจนถึงการเปิดตัวอย่างสง่างามในปี 2561 และการยืนหยัดผ่านวิกฤตโควิด-19 อย่างแข็งแกร่ง

ซีอีโอสยามพิวรรธน์ ปิดท้ายว่า จนถึงวันนี้ ไอคอนสยามได้พิสูจน์ให้โลกเห็นถึงพลังของการพัฒนาเมืองที่สร้างประโยชน์อย่างมหาศาลในทุกภาคส่วนทั้งชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนแนวคิดการดำเนินธุรกิจแห่งโลกยุคใหม่ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของการแบ่งปันคุณค่าร่วมกันอย่างแท้จริง

คำกล่าวนี้ พิสูจน์ได้จากการที่ไอคอนสยามเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทยกว่า 3.5 หมื่นครอบครัว และดีไซเนอร์ไทยกว่า 800-1,000 ราย ให้สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนเป็นเจ้าของกิจการ สร้างแบรนด์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลผ่านโมเดิร์นเทรดและเวทีโลกอย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ ยังร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจโดยรอบ ทั้งการพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำและถนนเจริญนคร ส่งผลให้มูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้นจาก 2.5 แสนบาท เป็น 7 แสนบาทต่อตารางวา ธุรกิจริมแม่น้ำเติบโตกว่า 60% โรงแรมมีอัตราค่าห้องพักและการเข้าพักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังสร้างงานมากกว่า 4 แสนอัตรา ตลอดจนรวมถึงการเป็นจุดหมายปลายทางดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 115 ล้านคน สู่ประเทศไทย

ทั้งหมดนี้ เป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จของ ชฎาทิพ หญิงเก่งแห่งวงการค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์เมืองไทย ผู้ไม่เคยหยุดความคิดในการพัฒนาสิ่งใหม่ ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงการพัฒนาธุรกิจเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงการวางวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเพื่อประโยชน์ของประเทศไทยไปพร้อมกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...