ค่าเงินบาททรงตัว หลังสหรัฐเตรียมยุติการชัตดาวน์
ค่าเงินบาททรงตัว หลังสหรัฐเตรียมยุติการชัตดาวน์ หลังวุฒิสภามีมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวด้วยคะแนนเสียง 60 ต่อ 40
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานสภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/11) ที่ระดับ 32.32/34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (10/11) ที่ระดับ 32.37/39 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ
เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และเข้าซื้อสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยงและให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐ หรือชัตดาวน์ใกล้จะยุติลง โดยนายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ จัดแถลงข่าวที่อาคารรัฐสภาสหรัฐเมื่อวานนี้ ขณะที่การปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์ ย่างเข้าสู่วันที่ 41 ซึ่งเป็นการชัตดาวน์ที่ยึดเยื้อยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ
ทั้งนี้ นายจอห์นสันได้กล่าวโทษพรรคเดโมแครตว่าเป็นสาเหตุของการชัตดาวน์ และยืนยันว่าพรรครีพับลิกันพร้อมที่จะทำให้หน่วยงานรัฐบาลกลับมาเปิดทำการ ซึ่งวุฒิสภาได้จัดการประชุมเมื่อคืนนี้ 23.00 น.ตามเวลาไทย เพื่อพิจารณาและมีการลงมติขั้นสุดท้ายต่อร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว และได้มีมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวด้วยคะแนนเสียง 60 ต่อ 40 โดยได้รับเสียงสนับสนุนจากวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจำนวนหนึ่งและพรรครีพับลิกันเกือบทั้งหมด
โดยร่างกฎหมายฉบับนี้จะถูกส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาเป็นลำดับต่อไป ซึ่งไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร เผยว่า สภาผู้แทนฯ อาจผ่านร่างกฎหมายงบประมาณได้เร็วที่สุดในวันพุธนี้ (12/11) และส่งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป
สำหรับประเด็นภาษีการค้าที่กำลังถูกพิจารณาอยู่ในศาล ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวเมื่อวันจันทร์ (10/11) ว่า รัฐบาลอาจต้องจ่ายเงินคืนมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากภาษีศุลกากรและการลงทุน หากศาลสูงสุดตัดสินว่าภาษีเหล่านี้ผิดกฎหมาย ซึ่งทรัมป์มองว่า หากเกิดขึ้นจะถือเป็นภัยพิบัติด้านความมั่นคงของชาติ
ทั้งนี้ รายได้ของรัฐบาลสหรัฐ จากการเก็บภาษีการค้าเพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2568 หลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษีกับคู่ค้าการค้ารายใหญ่หลายประเทศของสหรัฐ แต่บรรดานักวิเคราะห์ตั้งคำถามว่า การเก็บภาษีดังกล่าวจะทำได้ต่อเนื่องนานเพียงใด เนื่องจากภาษีเหล่านี้กระทบผู้นำเข้าของสหรัฐ และถูกมองว่าผลักดันให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในหลายภาคส่วน
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างทบทวน แผนการคลังระยะปานกลาง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและประกาศได้ในเดือน พ.ย.นี้ โดยแผนมีเป้าหมายสำคัญในการเรียกความเชื่อมั่น ทั้งจากนักลงทุนและสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (เครดิตเรตติ้ง) โดยสำหรับแผนการคลังระยะปานกลาง จะแตกต่างจากอดีต จะถูกออกแบบให้มีรายละเอียดที่เข้มข้น มีการลงรายละเอียดอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลจะดำเนินการใดบ้างให้เกิดวินัยทางการเงินการคลังที่เข้มข้นขึ้น
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบระหว่าง 32.33 – 32.42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.38/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/11) ที่ระดับ 1.1558/59 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (10/11) ที่ระดับ 1.1561/62 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ อย่างไรก็ตาม ยังได้รับแรงหนุนเล็กน้อยหลังจาก หลุยส์ เด กินดอส (Luis de Guindos) รองประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ECB อยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งหมายความว่าโอกาสในการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในระยะสั้นมีไม่มากนัก
เขาระบุเพิ่มเติมว่า ECB จำเป็นต้องดำเนินนโยบายอย่าง “รอบคอบและระมัดระวัง” แม้ว่าระดับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจะลดลง โดยเฉพาะหลังจากที่สหภาพยุโรปและสหรัฐ บรรลุข้อตกลงทางการค้าในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1547 – 1.1568 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1562/63 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/11) ที่ระดับ 154.12/13 เยน/ดอลลาร์สรัฐ เคลื่อนไหวในกรอบแคบจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (10/11) ที่ระดับ 154.17/18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเยนค่อย ๆ อ่อนค่าลงระหว่างวัน เนื่องจากนักลงทุนเทขายเงินเยนซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐ หรือชัตดาวน์ ใกล้จะยุติลง ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวล
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่าการเคลื่อนไหวของสกุลเงินอาจกลับทิศทางได้ หากการทำข้อตกลงยุติการชัตดาวน์ล่าช้าเกินจากสัปดาห์นี้ เนื่องจากยังมีหลายขั้นตอนในวุฒิสภาที่ต้องผ่านการอนุมัติ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 154.05 – 154.44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 154.34/35 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ การเปลี่ยนแปลงในการจ้างงานของออสเตรเลีย (13/11), อัตราการว่างงานของออสเตรเลีย เดือน ต.ค. (13/11), ดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหราชอาณาจักร (13/11), ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ของสหรัฐ (13/11), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐ (13/11), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐ (14/11), ยอดขายปลีกของสหรัฐ (14/11) ทั้งนี้ตัวเลขข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐ อาจได้รับผลกระทบจากการปิดทำการของรัฐบาล อาจถูกเลื่อน ปรับเปลี่ยน หรือยกเลิกได้
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.4/-7.2 สตางค์/ดอลลาร์สทรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.9/-3.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ค่าเงินบาททรงตัว หลังสหรัฐเตรียมยุติการชัตดาวน์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net