โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ยุบสภากระทบมาตรการเศรษฐกิจ “คนละครึ่งเฟส 2–ลดหย่อนภาษี TISA–งบปี 70” อาจชะลอ

ทันหุ้น

อัพเดต 12 ธ.ค. 2568 เวลา 05.58 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2568 เวลา 05.58 น.

#ทันหุ้น รัฐบาลประกาศยุบสภากระทบมาตรการเศรษฐกิจ ส่งผลโครงการ“คนละครึ่งเฟส 2–ลดหย่อนภาษี TISA–งบปี 70” อาจชะลอเดินหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวว่า ภายหลังจากเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 68 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกายุบสภา พ.ศ.2568แล้ว ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวรีกูล นายกรัฐมนตรี แปรสภาพกลายเป็นรัฐบาลรักษาการ นั้น ส่งผลให้รัฐบาลจะไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายสำคัญที่ประชาชนรอคอยได้ โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ที่รัฐบาลมีแผนนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในสัปดาห์หน้า ต้องชะลอออกไปแบบไม่มีกำหนด

ทั้งนี้ ตามแผนรัฐบาลจะใช้งบกลาง 2 หมื่นล้านบาท เพื่อแจกเงิน 2,000 บาท ให้กับคน 10 ล้านคน โดยแบ่งเป็นกลุ่มแรก 5 ล้านคน สำหรับคนตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา และคนในพื้นที่น้ำท่วม และคนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ในเฟสแรก และกลุ่มที่สองอีก 5 ล้านคน สำหรับคนทั่วไปที่ได้รับสิทธิเฟสแล้ว ส่วนคนละครึ่งพลัสเฟส 1 ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ยังสามารถใช้จ่ายต่อไปถึงสิ้นปี เพราะเป็นโครงการที่อนุมัติก่อนยุบสภา

เช่นเดียวกับการเปิดลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ที่รัฐบาลเตรียมบรรจุเข้า ครม.ภายในปีนี้ และเริ่มเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ในเดือนม.ค.ปีหน้า ก็ต้องชะลอออกไปเช่นกัน เนื่องจากเป็นโครงการที่มีผลผูกพันไปถึงรัฐบาลหน้าซึ่งขัดต่อกฎหมาย อย่างไรก็ตามระหว่างนี้ ผู้ได้รับสิทธิสวัสดิการในปัจจุบัน 13.4 ล้านคน ยังได้รับสิทธิใช้ต่อไปถึงปีหน้า เนื่องจากเป็นโครงการที่อนุมัติงบประมาณประจำไว้แล้ว

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 60 มาตรา 169 ระบุว่า เมื่อ ครม. พ้นจากตำแหน่ง และต้องปฏิบัติหน้าที่รักษาการต่อ จะต้องไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อ ครม.ชุดต่อไป รวมถึงไม่อนุมัติให้ใช้จ่ายงบกลางฉุกเฉินหรือจำเป็น เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายมาตรการที่ได้รับผลกระทบ เช่น แผนการลดหย่อนภาษีเพื่อการออมส่วนบุคคลหรือTISAนั้น แม้ ครม.เศรษฐกิจ จะผ่านหลักการไปแล้ว แต่ยังไม่ตกผลึกในรายละเอียด โดยเฉพาะประเด็นวงเงินรายได้ของผู้ออมที่นำมาหักลดหย่อนภาษีที่กำหนดไว้ 8 แสนบาท และเงื่อนไขคนที่มีรายได้มากกว่า 1.5 ล้านบาท ให้ลดหย่อนภาษี 0.7 เท่า ส่วนคนรายได้ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท จะลดเพิ่มคูณด้วย 1.3 เท่า และที่สำคัญมาตรการนี้ยังไม่ผ่านการเห็นชอบจาก ครม.ด้วย และที่น่ากังลวลคือแผนการจัดทำงบประมาณปี 70 ที่ครม.อนุมัติหลักการแล้ว และอยู่ระหว่างที่ส่วนราชการต่างๆ เสนอคำของบประมาณ มาให้สำนักงบประมาณพิจารณา ก็จำเป็นต้องรอรัฐบาลชุดหน้า เข้ามาดำเนินการต่อ

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจหลังยุบสภาว่า ต้องรอฟัง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะว่าอย่างไร ส่วนโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ต้องหยุดหรือไม่นั้น ก็ต้องรอฟังนายบวรศักดิ์ และคุยกับ กกต. เช่นกัน

ส่วนการเจรจาภาษีสหรัฐอเมริกาจะเป็นอย่างไรหลังจากนี้ นายเอกนิติ กล่าวว่า เช่นเดียวกันต้องรอฟังหมดเลย ซึ่งขณะนี้นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้มีการเรียกประชุมครม.นัดพิเศษแต่อย่างใด

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2560 มาตรา 169 ระบุว่า เมื่อคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 167 (2) และต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามมาตรา 168 ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป เว้นแต่ที่กำหนดไว้แล้วในงบประมาณรายจ่ายประจำปี

(2) ไม่แต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำหรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่หรือพ้นจากตำแหน่ง หรือให้ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน

(3) ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน

(4) ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใดอันอาจมีผลต่อการเลือกตั้ง และไม่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...