โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯ ประกาศความร่วมมือกับ UNODC เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ Bangkok Rules Accelerator

The Reporters

อัพเดต 12 ธ.ค. 2568 เวลา 11.19 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2568 เวลา 11.19 น.

นายกฯ ประกาศความร่วมมือกับ UNODC เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ Bangkok Rules Accelerator ย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมที่คำนึงถึงมิติความเป็นหญิงอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

วันนี้ (12 ธ.ค 68) เวลา 13:30 น. ที่สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมนานาชาติ ในหัวข้อ “จากวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติ: 15 ปีข้อกำหนดกรุงเทพและอนาคตของกระบวนการยุติธรรมที่สนองตอบต่อเพศภาวะ” เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญและคุณูปการของข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง” หรือที่เรียกว่า ข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules) ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่คำนึงถึงมิติทางเพศภาวะ ทั้งยังเป็นกรอบแนวปฏิบัติสากลฉบับแรกที่มุ่งดูแลความต้องการเฉพาะ ความเปราะบาง และประสบการณ์ของผู้หญิงในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

ดร. พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ได้กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีที่นายกรัฐมนตรีให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมในครั้งนี้ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามข้อกำหนดกรุงเทพให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในระดับสากล

ขณะที่ นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีต่อการจัดงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 15 ปีของข้อกำหนดกรุงเทพ โดยระบุว่า ประเทศไทยในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญในการริเริ่มและผลักดันข้อกำหนดกรุงเทพ ภายใต้พระวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จนนำไปสู่การได้รับการรับรองโดยที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อปี 2553 ซึ่งทำให้เกิดการพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางอาญา ที่คำนึงถึงมิติทางเพศภาวะ ถูกผลักดันขึ้นสู่เวทีโลก และทำให้เกิดมาตรฐานสากลฉบับแรกในการคุ้มครองผู้ต้องขังสตรี

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ข้อกำหนดกรุงเทพได้ทำหน้าที่เป็นกรอบแนวทางในการจัดทำกฎหมายระดับชาติและการกำหนดแนวปฏิบัติของสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั่วโลก อีกทั้งยังสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของประเทศไทยในการเสริมสร้างหลักนิติธรรม และทำให้ระบบกระบวนการยุติธรรมทางอาญามีความเป็นธรรม มีความได้สัดส่วน และมีประสิทธิภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญต่อความมั่นคง ความสงบสุข และการพัฒนาที่ครอบคลุมทุกภาคส่วน

นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้จะมีพัฒนาการในการนำข้อกำหนดกรุงเทพไปปฏิบัติใช้อย่างชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา แต่ทั่วโลกยังคงเผชิญความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ต้องขังหญิงทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับคดีที่ไม่ใช่ความรุนแรงหรือความยากจน สถานการณ์ดังกล่าวเป็นสัญญาณสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งนี้ การจำคุกผู้หญิงส่งผลกระทบในวงกว้างต่อครอบครัว เด็ก และชุมชน อันเป็นการสูญเสีย “ทุนมนุษย์” ที่มีผลต่อเนื่องในระยะยาว การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงต้องให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกัน การใช้มาตรการทางเลือกทดแทนการจำคุกที่เหมาะสม และการสร้างโอกาสเพื่อให้ผู้หญิงสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายกรัฐมนตรี ยังได้ประกาศความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เพื่อร่วมกันจัดตั้ง “โครงการเร่งรัดการดำเนินงานตามข้อกำหนดกรุงเทพ” (Bangkok Rules Accelerator) ซึ่งเป็นโครงการระดับโลกที่สนับสนุนการขับเคลื่อนข้อกำหนดกรุงเทพอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถวัดผลได้ ภายใน 5 ปีข้างหน้า พร้อมกล่าวเชิญชวนคณะทูต องค์กรเพื่อการพัฒนา และประเทศพันธมิตรทั่วโลก ร่วมขับเคลื่อนพันธกิจสำคัญนี้ เพื่อให้การปฏิบัติตามข้อกำหนดกรุงเทพสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนต่อผู้ต้องขังหญิง โดยย้ำว่าความสำเร็จของข้อกำหนดกรุงเทพตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความร่วมมือระหว่างประเทศ และความร่วมมือดังกล่าวยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการยกระดับมาตรฐานกระบวนการยุติธรรมในอนาคต

ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของผู้ต้องขังสตรียังสะท้อนให้เห็นว่า ความเหลื่อมล้ำในการลงโทษ ข้อจำกัดของโอกาสในชีวิต และช่องว่างของระบบสวัสดิการสังคม จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข ประเด็นปัญหานี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเร่งเสริมสร้างความร่วมมือ และขับเคลื่อนหลักการของข้อกำหนดกรุงเทพให้เกิดผลในระยะยาว

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรี แสดงความชื่นชมต่อ UNODC สำหรับบทบาทของการเป็นผู้นำและหุ้นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมที่คำนึงถึงมิติของความเป็นหญิง พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมเดินหน้าร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันวิสัยทัศน์ของข้อกำหนดกรุงเทพให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...