ADB ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจเอเชียกำลังพัฒนา ปี 2568–2569 ไทยปีนี้โตเพียง 2% ติดกับดักหนี้ครัวเรือน
ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประกาศปรับเพิ่มประมาณการเติบโตเศรษฐกิจของเอเชียและแปซิฟิกกำลังพัฒนาทั้งปีนี้และปีหน้า จากแรงหนุนของการส่งออกที่แข็งแกร่งกว่าคาด อัตราเงินเฟ้อที่ชะลอลง และสภาวะการเงินที่มีเสถียรภาพ โดยยังได้รับอานิสงส์จากความไม่แน่นอนด้านการค้าที่ลดลงหลังหลายประเทศบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐอเมริกา
รายงาน Asian Development Outlook (ADO) ธันวาคม 2025 ที่เผยแพร่ในวันนี้ (10 ธันวาคม 2568) ระบุว่า เศรษฐกิจเอเชียกำลังพัฒนามีแนวโน้มเติบโต 5.1% ในปี 2568 สูงกว่าประมาณการเดิมที่ 4.8% และคาดว่าปี 2569 จะขยายตัว 4.6% เพิ่มขึ้นจากเดิม 0.1 จุด สะท้อนแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาด โดยเฉพาะการขยายตัวของอินเดียในไตรมาสสามที่โดดเด่น
อัลเบิร์ต ปาร์ก หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ ADB เปิดเผยว่า “ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคงของเอเชียและแปซิฟิกสนับสนุนให้การส่งออกเติบโตต่อเนื่อง แม้สภาพแวดล้อมการค้าทั่วโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูงเป็นประวัติการณ์ตลอดปีที่ผ่านมา ข้อตกลงการค้าช่วยลดความเสี่ยงลงบางส่วน แต่ความท้าทายจากปัจจัยภายนอกยังคงมีอยู่ รัฐบาลในภูมิภาคควรรักษาความเปิดกว้างทางการค้าและการลงทุน เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นและการเติบโตในระยะยาว”
เงินเฟ้อในเอเชียกำลังพัฒนาคาดว่าจะชะลอลงเหลือ 1.6% ในปีนี้ ต่ำกว่าคาดการณ์เดิมที่ 1.7% โดยหลักมาจากราคาสินค้าอาหารในอินเดียที่ปรับลดลง ส่วนปีหน้า ADB คงคาดการณ์เงินเฟ้อไว้ที่ 2.1%
ปรับเพิ่มคาดการณ์หลายภูมิภาค – จีนและอินเดียเติบโตเกินคาด
ความเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาค ได้แก่ ความตึงเครียดทางการค้าที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้งและความผันผวนของตลาดการเงิน รวมถึงแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ และภาวะตกต่ำของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสาธารณรัฐประชาชนจีน (PRC) ที่รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้
ADB ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีนแผ่นดินใหญ่) ปีนี้เป็น 4.8% จากเดิม 4.7% โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่งและมาตรการกระตุ้นการคลัง โดยคาดว่าปี 2569 จะเติบโต 4.3% เท่าเดิม
อินเดียมีการปรับเพิ่มคาดการณ์สูงที่สุด โดยปี 2568 คาดว่าจะเติบโต 7.2% เพิ่มขึ้น 0.7 จุด ตามการบริโภคที่ขยายตัวจากมาตรการลดภาษี ขณะที่ปี 2569 คงไว้ที่ 6.5%
ภูมิภาคคอเคซัสและเอเชียกลางคาดว่าจะเติบโต 5.8% ในปีนี้ สูงกว่าคาดเดิม 5.5% จากแรงหนุนของการลงทุนภาครัฐ การส่งเงินกลับประเทศ (remittances) และอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแรง
สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ADB ปรับเพิ่มประมาณการปีนี้เป็น 4.5% จากเดิม 4.3% โดยได้รับแรงผลักจากเศรษฐกิจไตรมาสสามของอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนามที่แข็งแกร่งกว่าคาด ส่วนภูมิภาคแปซิฟิกคงประมาณการเดิมที่ 4.1% ในปีนี้ และ 3.4% ในปีหน้า
คงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2568 โตเพียง 2%
ADB คงประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2568 ไว้ที่ 2.0% และปี 2569 ที่ 1.6% สะท้อนข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดที่ยังสอดคล้องกับสมมติฐานในการประเมินรอบเดือนกันยายน
ในไตรมาส 3 เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 1.2% ลดลงจาก 2.8% ในไตรมาส 2 ส่งผลให้ช่วงเดือนมกราคม–กันยายนปีนี้เติบโตเฉลี่ย 2.4% อย่างไรก็ดี ADB มองว่าเศรษฐกิจยังได้รับแรงพยุงจากเสถียรภาพที่กลับมาช่วงปลายไตรมาส รวมถึงการเร่งส่งออกในบางสินค้า มาตรการกระตุ้นแบบเฉพาะจุดของรัฐบาล และการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวที่ค่อยเป็นค่อยไป
ADB เตือนว่าเศรษฐกิจไทยจะเผชิญการชะลอตัวในช่วงปลายปี 2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569 จากผลกระทบของ มาตรการการค้าของสหรัฐฯ การบริโภคภาคเอกชนที่ฟื้นตัวจำกัดเพราะภาระหนี้ครัวเรือนสูง และ การลงทุนที่ชะลอตัว
รายงานยังชี้ว่าภัยพิบัติน้ำท่วมในภาคใต้ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ได้สร้างความเสียหายต่อหลายภาคส่วนจากการหยุดชะงัก และจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคบริการการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียยกเลิกการเดินทางทั้งหมดไปยังพื้นที่ภาคใต้ของไทย จากความกังวลด้านความปลอดภัย ทำให้ ADB คาดว่าภาคท่องเที่ยว หนึ่งในแรงขับสำคัญที่รัฐบาลหวังพึ่งพา จะได้รับผลกระทบหนักกว่าคาดในระยะสั้น ความเสี่ยงยังคงมีแนวโน้มไปในทางลบ รวมถึงความไม่แน่นอนในระดับโลก การท่องเที่ยวที่อ่อนแอเกินคาด และความเปราะบางทางการเมืองภายในประเทศ