โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ADB ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจเอเชียกำลังพัฒนา ปี 2568–2569 ไทยปีนี้โตเพียง 2% ติดกับดักหนี้ครัวเรือน

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 11 ธ.ค. 2568 เวลา 04.37 น. • เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2568 เวลา 14.18 น.

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประกาศปรับเพิ่มประมาณการเติบโตเศรษฐกิจของเอเชียและแปซิฟิกกำลังพัฒนาทั้งปีนี้และปีหน้า จากแรงหนุนของการส่งออกที่แข็งแกร่งกว่าคาด อัตราเงินเฟ้อที่ชะลอลง และสภาวะการเงินที่มีเสถียรภาพ โดยยังได้รับอานิสงส์จากความไม่แน่นอนด้านการค้าที่ลดลงหลังหลายประเทศบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐอเมริกา

รายงาน Asian Development Outlook (ADO) ธันวาคม 2025 ที่เผยแพร่ในวันนี้ (10 ธันวาคม 2568) ระบุว่า เศรษฐกิจเอเชียกำลังพัฒนามีแนวโน้มเติบโต 5.1% ในปี 2568 สูงกว่าประมาณการเดิมที่ 4.8% และคาดว่าปี 2569 จะขยายตัว 4.6% เพิ่มขึ้นจากเดิม 0.1 จุด สะท้อนแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาด โดยเฉพาะการขยายตัวของอินเดียในไตรมาสสามที่โดดเด่น

อัลเบิร์ต ปาร์ก หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ ADB เปิดเผยว่า “ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคงของเอเชียและแปซิฟิกสนับสนุนให้การส่งออกเติบโตต่อเนื่อง แม้สภาพแวดล้อมการค้าทั่วโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูงเป็นประวัติการณ์ตลอดปีที่ผ่านมา ข้อตกลงการค้าช่วยลดความเสี่ยงลงบางส่วน แต่ความท้าทายจากปัจจัยภายนอกยังคงมีอยู่ รัฐบาลในภูมิภาคควรรักษาความเปิดกว้างทางการค้าและการลงทุน เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นและการเติบโตในระยะยาว”

เงินเฟ้อในเอเชียกำลังพัฒนาคาดว่าจะชะลอลงเหลือ 1.6% ในปีนี้ ต่ำกว่าคาดการณ์เดิมที่ 1.7% โดยหลักมาจากราคาสินค้าอาหารในอินเดียที่ปรับลดลง ส่วนปีหน้า ADB คงคาดการณ์เงินเฟ้อไว้ที่ 2.1%

ปรับเพิ่มคาดการณ์หลายภูมิภาค – จีนและอินเดียเติบโตเกินคาด

ความเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาค ได้แก่ ความตึงเครียดทางการค้าที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้งและความผันผวนของตลาดการเงิน รวมถึงแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ และภาวะตกต่ำของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสาธารณรัฐประชาชนจีน (PRC) ที่รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้

ADB ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีนแผ่นดินใหญ่) ปีนี้เป็น 4.8% จากเดิม 4.7% โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่งและมาตรการกระตุ้นการคลัง โดยคาดว่าปี 2569 จะเติบโต 4.3% เท่าเดิม

อินเดียมีการปรับเพิ่มคาดการณ์สูงที่สุด โดยปี 2568 คาดว่าจะเติบโต 7.2% เพิ่มขึ้น 0.7 จุด ตามการบริโภคที่ขยายตัวจากมาตรการลดภาษี ขณะที่ปี 2569 คงไว้ที่ 6.5%

ภูมิภาคคอเคซัสและเอเชียกลางคาดว่าจะเติบโต 5.8% ในปีนี้ สูงกว่าคาดเดิม 5.5% จากแรงหนุนของการลงทุนภาครัฐ การส่งเงินกลับประเทศ (remittances) และอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแรง

สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ADB ปรับเพิ่มประมาณการปีนี้เป็น 4.5% จากเดิม 4.3% โดยได้รับแรงผลักจากเศรษฐกิจไตรมาสสามของอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนามที่แข็งแกร่งกว่าคาด ส่วนภูมิภาคแปซิฟิกคงประมาณการเดิมที่ 4.1% ในปีนี้ และ 3.4% ในปีหน้า

คงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2568 โตเพียง 2%

ADB คงประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2568 ไว้ที่ 2.0% และปี 2569 ที่ 1.6% สะท้อนข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดที่ยังสอดคล้องกับสมมติฐานในการประเมินรอบเดือนกันยายน

ในไตรมาส 3 เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 1.2% ลดลงจาก 2.8% ในไตรมาส 2 ส่งผลให้ช่วงเดือนมกราคม–กันยายนปีนี้เติบโตเฉลี่ย 2.4% อย่างไรก็ดี ADB มองว่าเศรษฐกิจยังได้รับแรงพยุงจากเสถียรภาพที่กลับมาช่วงปลายไตรมาส รวมถึงการเร่งส่งออกในบางสินค้า มาตรการกระตุ้นแบบเฉพาะจุดของรัฐบาล และการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวที่ค่อยเป็นค่อยไป

ADB เตือนว่าเศรษฐกิจไทยจะเผชิญการชะลอตัวในช่วงปลายปี 2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569 จากผลกระทบของ มาตรการการค้าของสหรัฐฯ การบริโภคภาคเอกชนที่ฟื้นตัวจำกัดเพราะภาระหนี้ครัวเรือนสูง และ การลงทุนที่ชะลอตัว

รายงานยังชี้ว่าภัยพิบัติน้ำท่วมในภาคใต้ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ได้สร้างความเสียหายต่อหลายภาคส่วนจากการหยุดชะงัก และจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคบริการการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียยกเลิกการเดินทางทั้งหมดไปยังพื้นที่ภาคใต้ของไทย จากความกังวลด้านความปลอดภัย ทำให้ ADB คาดว่าภาคท่องเที่ยว หนึ่งในแรงขับสำคัญที่รัฐบาลหวังพึ่งพา จะได้รับผลกระทบหนักกว่าคาดในระยะสั้น ความเสี่ยงยังคงมีแนวโน้มไปในทางลบ รวมถึงความไม่แน่นอนในระดับโลก การท่องเที่ยวที่อ่อนแอเกินคาด และความเปราะบางทางการเมืองภายในประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...