DSI โชว์ผลงาน! ส่งฟ้องเครือข่าย “กำนันนก” ฮั้วประมูลกว่า 1,500 โครงการ เสียหายหลายพันล้าน
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยส่วนประชาสัมพันธ์ รายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (กองคดีฮั้วประมูลฯ) ได้ดำเนินการสอบสวนกรณีบริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด และบริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด ซึ่งมีนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ “กำนันนก” ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดนครปฐม เป็นผู้ชนะการประมูลและเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555–2566 รวมกว่า 1,500 โครงการ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท (คดีพิเศษที่ 82/2566)
ทั้งนี้ ดีเอสไอได้ส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้อง บริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด กับพวก ในข้อหา “ตกลงร่วมกันในการเสนอราคาเพื่อวัตถุประสงค์ให้ประโยชน์แก่ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือกีดกันมิให้มีการเสนอสินค้าหรือบริการอื่นต่อหน่วยงานของรัฐ หรือเอาเปรียบหน่วยงานของรัฐอันมิใช่เป็นไปตามการประกอบธุรกิจปกติ ร่วมกันเป็นธุระในการชักชวนให้ผู้อื่นร่วมตกลงในการเสนอราคา ร่วมกันให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจให้เข้าร่วมหรือถอนการเสนอราคา” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 และมาตรา 5 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ต่อพนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต สำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว
กรมสอบสวนคดีพิเศษ รายงานความคืบหน้าว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2569 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้รับแจ้งจากพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ว่า ได้ยื่นฟ้องบริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด กำนันนก และพวก รวม 21 ราย เป็นจำเลยต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตามสำนวนที่ดีเอสไอเสนอไปแล้ว
นอกจากนี้ คดีฮั้วประมูลในโครงการอื่นที่เกี่ยวข้องกับกำนันนกและเครือข่ายอีกกลุ่มหนึ่ง ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างต่อเนื่องโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ซึ่งหากมีความคืบหน้า จะรายงานให้ประชาชนทราบผ่านสื่อสาธารณะต่อไป
ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษยืนยันการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาในคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่มีความสำคัญและประชาชนให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง เป็นไปตามหลักดัชนีนิติธรรม (Rule of Law Index) โดยบูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมบัญชีกลาง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รวมถึงเครือข่ายภาคประชาชน เช่น องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และเครือข่ายต่อต้านการฮั้วประมูลในพื้นที่ ซึ่งการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งถือเป็นนโยบายสำคัญของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรม และสร้างความเชื่อมั่นต่อการปราบปรามทุจริตอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล