“ตลาดหุ้นเวเนซุเอลา” พุ่งแรง 130% หลังกองกำลังสหรัฐเข้าจับกุมมาดูโร
"ตลาดหุ้นเวเนซุเอลา" สวนกระแสการเมือง หลังสหรัฐจับกุมอดีตประธานาธิบดีมาดูโร ดัชนี IBC พุ่งกว่า 130% ทำสถิติสูงสุดใหม่ ท่ามกลางความหวังว่าการเมืองที่เปลี่ยนไปอาจเปิดทางเงินทุนไหลเข้า
วันที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 10.59 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นเวเนซุเอลาไม่เพียงแต่ไม่สะทกสะท้านจากการที่กองกำลังสหรัฐเข้าจับกุมอดีตประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร เท่านั้น แต่ยังพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางการคาดการณ์ของนักลงทุนว่า เศรษฐกิจที่ย่ำแย่มายาวนานอาจกำลังเข้าสู่จุดพลิกฟื้น
ดัชนีอ้างอิงของประเทศอย่าง Indice Bursatil de Capitalizacion (IBC) ปรับตัวขึ้นมากกว่า 130% นับตั้งแต่ปฏิบัติการของสหรัฐเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา การปรับขึ้นดังกล่าวสะท้อนความหวังว่าเศรษฐกิจเวเนซุเอลาจะเริ่มมีเสถียรภาพ หลังเผชิญการบริหารจัดการที่ล้มเหลว มาตรการคว่ำบาตร และการผิดนัดชำระหนี้มาหลายปี โดยนักวิเคราะห์ระบุว่าความคาดหวังเพิ่มขึ้นว่ารัฐบาลที่ถูกจัดโครงสร้างใหม่อาจดึงดูดเงินทุน ฟื้นการผลิตน้ำมัน และฟื้นฟูความสัมพันธ์กับสหรัฐได้
นักลงทุนจำนวนมากพยายามเข้ามาเก็งกำไรจากกระแสดังกล่าว โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Teucrium ผู้ออกกองทุน ETF ในสหรัฐ ได้ยื่นคำขอต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) เพื่อจัดตั้งกองทุน ETF ที่จะมุ่งลงทุนในบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับเวเนซุเอลา ซึ่งคาดว่าจะเป็นกองทุนลักษณะนี้กองแรกของโลก
BMI ระบุในบันทึกวิเคราะห์ว่า “ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ยังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เรามองว่าเวเนซุเอลามีแนวโน้มจะคงโครงสร้างอำนาจเดิมไว้ แต่ปรับพฤติกรรมมากกว่าจะเกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบ หรือการล่มสลายของระบบ” พร้อมเสริมว่าเวเนซุเอลาที่อ่อนแรงลงจะเปิดทางให้สหรัฐเสริมอิทธิพลในภูมิภาค และเข้าถึงภาคพลังงานในเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์อย่างมาก
แอนโทนี ซิมอนด์ ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนของบริษัทบริหารความมั่งคั่ง Aberdeen ในสหราชอาณาจักร กล่าวว่า นักลงทุนเริ่มกำหนดราคาสินทรัพย์โดยมองว่าการหลุดจากอำนาจของมาดูโรเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร และการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ในอนาคต
ซิมอนด์ระบุว่า ความต้องการลงทุนมาจากนักลงทุนหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่ผู้จัดการกองทุนตลาดเกิดใหม่รายใหญ่ ไปจนถึงกองทุนเฮดจ์ฟันด์ และนักลงทุนสายหนี้ด้อยคุณภาพที่มองหาโอกาสทำกำไรสูงในภาวะความเสี่ยงไม่สมดุล
อย่างไรก็ดีนักกลยุทธ์เตือนว่าตลาดหุ้นเวเนซุเอลามีขนาดเล็ก สภาพคล่องต่ำ และเข้าถึงได้ยากสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ส่งผลให้ราคาผันผวนรุนแรง โดยดัชนี IBC เคยพุ่งขึ้นถึง 1,644% ตลอดปี 2025
Alice Blue บริษัทนายหน้าที่ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม TradingView ระบุว่า “เนื่องจากตลาดเวเนซุเอลามีการซื้อขายบางมาก เพียงการเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังเล็กน้อยก็อาจทำให้ราคาปรับขึ้นลงอย่างรุนแรงได้ การปรับขึ้นครั้งนี้สะท้อนความหวังและการเก็งกำไร มากกว่าผลลัพธ์ที่ยืนยันแล้ว”
ขณะเดียวกันนักลงทุนยังแห่เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรของบริษัทน้ำมันแห่งชาติของเวเนซุเอลานับตั้งแต่มาดูโรถูกจับกุม โดยเจฟฟ์ กริลส์ หัวหน้าฝ่ายตลาดข้ามสินทรัพย์และตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ของ Aegon Asset Management กล่าวว่า ความสนใจที่กลับมาส่วนใหญ่เกิดจากความหวังต่อการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งอาจปลดล็อกมูลค่าที่ถูกแช่แข็งมาตั้งแต่การผิดนัดชำระหนี้ในปี 2560
อย่างไรก็ตามกริลส์เตือนว่าการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นในขณะนี้ขับเคลื่อนด้วยกระแสข่าวเป็นหลัก โดยกล่าวว่าในระยะนี้ การปรับขึ้นดูจะเป็นเชิงยุทธวิธีมากกว่าการปรับมูลค่าเชิงโครงสร้างในระยะยาว พร้อมชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงผู้นำเพียงอย่างเดียว ยังไม่ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านระบอบอย่างสมบูรณ์
เอริก ไฟน์ ผู้จัดการพอร์ตของ VanEck ระบุว่า ภาระหนี้ต่างประเทศของเวเนซุเอลา ซึ่งรวมถึงคดีอนุญาโตตุลาการและหนี้ทวิภาคี มูลค่าประมาณ 150,000–170,000 ล้านดอลลาร์ ตามการประเมินของรอยเตอร์ส จะเป็นปัจจัยที่ทำให้กระบวนการฟื้นตัวซับซ้อนขึ้น
“ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่ากระบวนการนี้จะไม่สะดุดกลางทาง …แต่หากเกิดขึ้นจริง นี่จะเป็นกรณีของการปรับมูลค่าครั้งใหญ่โดยสิ้นเชิง”
อ้างอิง : cnbc.com