โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวมวิธีแก้เบ้าตาลึก เติมเต็มผิวรอบดวงตา ให้ใบหน้าสดใส อิ่มฟู!

INN News

อัพเดต 08 ธ.ค. 2568 เวลา 14.20 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2568 เวลา 07.18 น. • INN News

ภาวะเบ้าตาลึกเป็นลักษณะที่เบ้าตามีร่องลึกชัดเจนระหว่างดวงตาและคิ้ว เห็นขอบกระดูกเบ้าตาชัด ส่งผลให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า ดูโทรม และดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย อาจเป็นมาตั้งแต่กำเนิด หรือเมื่ออายุมากขึ้น แม้จะไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด แต่ก็ส่งผลต่อบุกคลิกภาพและสุขภาพของดวงตาในระยะยาว เพราะเมื่อเรามีใบหน้าดูโทรม ก็ย่อมขาดความมั่นใจ และในบางเคสอาจเกิดภาวะเบ้าตาลึกร่วมกับภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ชั้นตาลึก ตาปรือได้ด้วย! สำหรับใครที่กำลังประสบกับภาวะเบ้าตาลึก อยากเติมเต็มผิวรอบดวงตา เสริมความมั่นใจให้ตนเองอีกครั้ง บทความนี้ เราได้รวมวิธีแก้เบ้าตาลึกทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัดมาให้ทุกคนได้เลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตนเองกัน!

แก้เบ้าตาลึกแบบไม่ต้องผ่าตัด

เริ่มกันด้วย วิธีแก้เบ้าตาลึกแบบไม่ต้องผ่าตัดทางเลือกสำหรับกลุ่มที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ไม่ต้องการพักฟื้นนาน และมีปัญหาเบ้าตาลึกในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยปัจจุบัน มีสองวิธีหลักที่นิยมใช้กัน ได้แก่

1. การฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์เป็นวิธีที่รวดเร็วและตรงจุด ช่วยเติมเต็มร่องลึกบริเวณเบ้าตาให้ดูตื้นขึ้นทันที โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน อีกทั้งยังสามารถออกแบบรูปทรงได้ตามต้องการแต่ผลลัพธ์จากการฉีดฟิลเลอร์นั้นไม่ถาวรและหากเลือกคลินิกที่ไม่เชี่ยวชาญ แพทย์ที่ฉีดอาจไม่มีประสบการณ์มากพอ อาจทำให้ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน ทำให้ผิวบริเวณเปลือกตาไม่เรียบเนียนได้

2. การฉีดไขมัน

การฉีดไขมันเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์คงทนกว่าการฉีดฟิลเลอร์ โดยแพทย์จะนำไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายมาฉีดบริเวณเบ้าตาที่ลึก เพื่อให้ดูเต็มและเรียบเนียนขึ้นข้อเสียของวิธีนี้คือการควบคุมปริมาณไขมันที่ฉีดทำได้ค่อนข้างยากหากฉีดมากเกินไปอาจทำให้เบ้าตาดูนูนและคลำแล้วไม่เรียบ ซึ่งการแก้ไขปัญหาในกรณีนี้ทำได้ยาก และอาจต้องใช้วิธีการผ่าตัดเพื่อแก้ไข หากอยากได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน

แก้เบ้าตาลึกด้วยการผ่าตัด

ถัดมากับการแก้ไขเบ้าตาลึกด้วยการผ่าตัด เป็นทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ที่ถาวรและแม่นยำมากกว่าวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด และมักจะใช้เมื่อปัญหาเบ้าตาลึกอยู่ในระดับรุนแรงหรือมีภาวะอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หนังตาตก ตาปรือ เป็นต้น สามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาของแต่ละคน มาดูวิธีแก้เบ้าตาลึกด้วยการผ่าตัดกัน

1. ศัลยกรรมตาสองชั้นแบบแผลเล็ก

วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเบ้าตาลึกในระดับน้อยถึงปานกลางและมีเปลือกตาบางหรือมีไขมันน้อย ซึ่งทำให้ดวงตาดูไม่สดใส โดยเทคนิคนี้จะใช้เลเซอร์ที่มีความละเอียดแม่นยำสูง เปิดแผลขนาดเล็กเพียง 2 มิลลิเมตร การผ่าตัดวิธีนี้ช่วยลดการเสียเลือด ทำให้แผลเนียนเรียบ และลดอาการบวมช้ำหลังผ่าตัดได้เป็นอย่างดี จากนั้นแพทย์จะใช้ไหมชนิดพิเศษในการเย็บเพื่อให้เกิดชั้นตาที่สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเปลือกตาบางหรือมีไขมันเปลือกตาน้อยหลังทำจะช่วยให้ชั้นตาดูคมชัดขึ้น และแก้ไขปัญหาเบ้าตาลึกให้ดูตื้นขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ศัลยกรรมตาสองชั้น ร่วมกับการดึงกล้ามเนื้อตา Levator

การผ่าตัดวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเบ้าตาลึก ร่วมกับอาการตาปรือ ดูง่วงนอนตลอดเวลา หรือมีชั้นตาซ้อนกันหลายชั้น ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เทคนิคนี้จะผ่าตัดลงลึกไปถึงชั้นกล้ามเนื้อตาโดยตรง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ยกเปลือกตา(Levator Muscle) การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุนี้จะช่วยให้ดวงตาเปิดกว้างขึ้นกล้ามเนื้อตาทำงานได้อย่างเต็มที่ และยังทำให้ชั้นตาชัดเจนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย ส่งผลให้เบ้าตาที่ลึกดูตื้นขึ้นและใบหน้าโดยรวมดูสดใส ไม่อิดโรย

3. ศัลยกรรมเบ้าตาลึกด้วยการเติมไขมัน

การเติมไขมันเพื่อแก้ไขปัญหาเบ้าตาลึกเหมาะสำหรับผู้ที่มีลักษณะตาโหล ตามีสามชั้น หรือเคยทำตาสองชั้นมาจากที่อื่นแล้วแต่ได้ชั้นตาสูงหรือลึกเกินไป การผ่าตัดวิธีนี้เป็นการนำไขมันจากบริเวณหน้าท้องของผู้เข้ารับการรักษา โดยจะเปิดแผลขนาดเล็กประมาณ 2 เซนติเมตร จากนั้นนำไขมันและเนื้อเยื่อที่แข็งแรงมาจัดเรียงในบริเวณเบ้าตาที่ลึก เพื่อให้ดูเต็มขึ้นและเป็นธรรมชาติมากขึ้นการเติมไขมันสามารถทำร่วมกับการผ่าตัดตาสองชั้น หรือการแก้ไขชั้นตาที่เคยทำมาแล้วเพื่อให้ได้ขนาดที่เหมาะสม นอกจากนี้ในบางกรณีก็สามารถทำร่วมกับการดึงกล้ามเนื้อตา (Levator) เพื่อแก้ปัญหาตาปรือไปพร้อมกันได้ด้วย

ดูแลตนเองอย่างไร ไม่ให้เผชิญภาวะเบ้าตาลึก

แม้ว่าภาวะเบ้าตาลึกอาจเกิดจากโครงสร้างทางพันธุกรรมหรือการเปลี่ยนแปลงของไขมันตามวัย แต่หากมีการดูแลตนเองอย่างเหมาะสม ใส่ใจกับสุขภาพร่างกาย เลี่ยงพฤติกรรมที่กระทบกับผิวรอบดวงตา เราสามารถชะลอและป้องกันไม่ให้ปัญหารุนแรงขึ้นได้ด้วย ได้แก่

- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การอดนอนเป็นประจำจะทำให้ผิวรอบดวงตาเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ส่งผลให้เปลือกตาหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอย ซึ่งทำให้ร่องเบ้าตาลึกดูชัดเจนขึ้นได้

- บำรุงผิวรอบดวงตาเป็นประจำ การใช้ครีมบำรุงผิวรอบดวงตาจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดความหมองคล้ำและริ้วรอย อีกทั้งยังช่วยให้ผิวรอบดวงตากระชับและเต่งตึงขึ้น ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ผิวเปลือกตายุบตัวและลดโอกาสในการเกิดภาวะเบ้าตาลึกได้

- หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักแบบหักโหมการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วเกินไปอาจทำให้ร่างกายสูญเสียไขมันอย่างกะทันหัน รวมถึงไขมันในบริเวณเบ้าตาด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะเบ้าตาลึกได้ง่าย ดังนั้นควรออกกำลังกายและควบคุมอาหารอย่างเหมาะสม เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัวได้ทัน ลดน้ำหนักแบบยั่งยืน แถมผิวรอบดวงตายังสวย สดใส

ภาวะเบ้าตาลึกเป็นลักษณะที่เกิดจากไขมันบริเวณเบ้าตาน้อยลงตั้งแต่เกิดหรือลดลงตามวัย ส่งผลให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า ดูโทรม และดูมีอายุ ซึ่งสามารถแก้ไขได้หลายวิธี ทั้งแบบไม่ต้องผ่าตัดและแบบผ่าตัด ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ และความคงทนของผลลัพธ์แต่ไม่ว่าจะเลือกวิธีใด การปรึกษากับแพทย์มากประสบการณ์ และเลือกทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อเติมเต็มผิวรอบดวงตา ให้ใบหน้าสดใส ได้ทั้งความมั่นใจและความปลอดภัยแบบไร้กังวล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...