“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดผันผวน นักลงทุนจับตางบ Nvidia-ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐชี้ทิศตลาดโลก
"ตลาดหุ้นเอเชีย" แกว่งตัวรับความไม่แน่นอนก่อนสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ขณะกระแส AI ถูกทดสอบอีกครั้งจากงบ Nvidia สัปดาห์นี้ ส่วนบิตคอยน์ดีดกลับเล็กน้อยหลังร่วงจนลบผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดสัปดาห์ด้วยความผันผวน ขณะที่นักลงทุนรอผลประกอบการของ Nvidia และข้อมูลเศรษฐกิจชุดใหม่จากสหรัฐ ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดทั่วโลกในระยะสั้น ดัชนี MSCI Asia Pacific ลบเล็กน้อยหลังจากบวกในช่วงแรก ส่วน Kospi ของเกาหลีใต้ปรับขึ้นแรงถึง 1.7% ขณะที่ตลาดจีนและฮ่องกงต่างอ่อนตัวลง ด้านญี่ปุ่นก็ถูกกดดันหลังเศรษฐกิจหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส ส่งผลให้หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและค้าปลีกร่วงลงจากความตึงเครียดจีน–ญี่ปุ่น
แม้ตลาดเอเชียส่วนใหญ่จะเผชิญแรงขาย แต่บรรยากาศลงทุนกลับดีขึ้นหลังฟิวเจอร์สสหรัฐฟื้นตัว โดยสัญญา S&P 500 และ Nasdaq 100 ขยับบวกต่อเนื่อง ขณะที่บิตคอยน์ปรับขึ้น 1.4% หลังร่วงลงจนผลตอบแทนปีนี้กลับมาติดลบก่อนหน้า สะท้อนความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อย
นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่จะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะตัวเลขตลาดแรงงานซึ่งมีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดขาดปัจจัยใหม่ และเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายแสดงความไม่เห็นด้วยกับการปรับลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ทำให้โอกาสลดดอกเบี้ยถูกกดลงต่ำกว่า 50% และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มการเงินสหรัฐ
ในฝั่งหุ้นเทคโนโลยี กระแส AI ยังคงถูกจับตาเข้มข้น โดย Nvidia จะประกาศงบการเงินในวันพุธ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญว่ามูลค่าหุ้นที่พุ่งขึ้นกว่า 42% ตั้งแต่ต้นปีจะยังคงได้รับการสนับสนุนจากผลประกอบการจริงหรือไม่ นักลงทุนหลายรายมองว่าหากผลงบต่ำกว่าคาด อาจกดดันตลาดเทคโนโลยีวงกว้างและทำให้ความผันผวนเพิ่มสูงขึ้น
ด้านตลาดคริปโตเคอเรนซี บิตคอยน์ดีดตัวขึ้น 1.6% แตะ 95,000 ดอลลาร์ แต่ปัจจุบันยังต่ำกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อเดือนก่อน ซึ่งเกิดขึ้นช่วงที่ตลาดคาดหวังต่อนโยบายโปรคริปโตของรัฐบาลทรัมป์มากเกินไป ความหวังดังกล่าวเริ่มลดลง ทำให้ราคาคริปโตผันผวนมากขึ้นในช่วงหลัง
เศรษฐกิจญี่ปุ่นที่หดตัวในช่วงฤดูร้อนยังช่วยสนับสนุนข้อเรียกร้องของนายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi ในการจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ขณะที่ Goldman Sachs เตือนว่ามาตรการกระตุ้นที่มากกว่าคาดอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านการคลัง กระทบต่อพันธบัตรอายุยาวและค่าเงินเยนที่อ่อนค่าอยู่แล้ว
ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ น้ำมันดิบ WTI เปิดสัปดาห์ในแดนลบ ลดลงราว 1% ขณะที่ทองคำขยับขึ้น 0.3% แม้จะอ่อนตัวก่อนหน้า ทองคำยังคงเพิ่มขึ้นกว่า 50% ตั้งแต่ต้นปี และมุ่งหน้าสู่ปีที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1979
ส่วนข่าวบริษัทเด่น ได้แก่ สายการบินสหรัฐ กลับมาทำการบินปกติหลังถูกจำกัดเส้นทางกว่า 1 สัปดาห์, Samsung และ SK ควบคู่กับบริษัทใหญ่ของเกาหลีใต้รวม 4 แห่ง เตรียมทุ่มลงทุนรวม 550,000 ล้านดอลลาร์, รายงานจากทำเนียบขาวระบุว่า Alibaba ให้การสนับสนุนเทคโนโลยีกับกองทัพจีน และ Boeing วางแผนเพิ่มศักยภาพโรงงานเพื่อรองรับการผลิตเครื่องบินที่มากขึ้นในปีหน้า
อ้างอิง : bloomberg.com