โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หลัก 3 "Self" พัฒนาตนเองสำหรับชาว GEN Z | EP.1 การค้นหาตัวตนก่อนเข้ามหาวิทยาลัย

Dek-D.com

อัพเดต 17 พ.ค. 2565 เวลา 10.55 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. 2565 เวลา 01.50 น. • DEK-D.com
หลัก 3

หลัก 3 "Self" ตัวช่วยค้นหาตัวเอง+สร้างความมั่นใจ

ให้ชาว GEN Z

EP. 1 Self-Awareness หลักในการค้นหาตัวเอง เพื่อคณะที่ใช่

สวัสดีค่ะ ชาว Dek-D ทุกคน ยินดีต้อนรับเข้าสู่บทความซีรีส์เรื่อง หลัก 3 "Self" ตัวช่วยค้นหาตัวเอง+สร้างความมั่นใจ ให้ชาว GEN Zโดยบทความซีรีส์นี้จะแบ่งออกเป็น 3 ตอน ด้วยกัน ในแต่ละตอนจะพาน้องๆ ทุกคนไปสัมผัสกับเส้นทางชีวิตของชาว GEN Z ตั้งแต่ช่วงมัธยมศึกษาตอนปลายจนเรียนจบมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งแนะนำหลักการในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับชาว GEN Z

สำหรับน้องๆ ชั้น ม.ปลาย ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะน้อง ม.6 คงกำลังมีเรื่องให้ต้องกังวลอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็น การเลือกคณะเรียนต่อ การเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย การยื่นคะแนนสอบ ตลอดจนการเข้าสู่สังคมใหม่ที่ต้องพบเจอผู้คนมากมายจากทั่วประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้หลายคนประสบกับความเครียด ความกดดัน ทำให้ต้องพยายามหาวิธีการรับมือกับปัญหาต่างๆ ที่ต้องเจอ

3 ปัญหาใหญ่ของเด็กไทยเมื่อต้องเลือกคณะ

เราอาจมองว่าช่วงเวลาของการเป็นนักเรียน ม.ปลาย นั้นยาวนาน เพราะกว่าจะผ่านอุปสรรคในแต่ละปีไปได้ ในขณะเดียวกันบางคนอาจมองว่าเวลาในช่วง ม.ปลาย นั้นผ่านไปเร็ว และมีเวลาสำหรับการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยน้อย เพราะบางคนยังไม่รู้แน่ชัดว่าตัวเองอยากเรียนอะไร หรืออาจมีคณะที่อยากเรียนอยู่ในใจตั้งแต่แรก แต่ครอบครัวไม่เห็นด้วย ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายคนต้องเจอ

ยังหาตัวเองไม่เจอ ไม่รู้จะเรียนอะไร

การเลือกคณะที่จะเรียนต่อในมหาวิทยาลัยนับเป็นปัญหาหลักที่เด็ก ม.ปลาย หลายคนกำลังประสบอยู่ในตอนนี้ สำหรับใครที่รู้ตัวเองว่าอยากเรียนอะไรและมีเป้าหมายอยู่แล้ว การตัดสินใจเลือกคณะที่จะศึกษาต่อคงไม่ใช่เรื่องยาก ผลดีคือทำให้เรามีเวลาในการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยและวางแผนสำหรับอนาคต แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบหรือเหมาะกับอะไร และยังไม่มีแผนว่าจะเรียนคณะไหนดี อาจมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยากต่อการตัดสินใจหรือไม่สามารถตัดสินใจได้

การที่วัยรุ่นในยุคนี้ยังไม่ค้นพบตัวเอง ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร หรือไม่ได้มีความสนใจด้านใดเป็นพิเศษ รวมไปถึงบางคนที่ขาดความมั่นใจ คิดว่าตัวเองมีความสามารถไม่เพียงพอและไม่เก่งเหมือนคนอื่น ทำให้เกิดความรู้สึกกังวลว่าถ้าเลือกไปแล้วจะเหมาะสมกับตัวเองหรือไม่ สาเหตุส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าเราไม่รู้จักคุณค่า และความสามารถที่ตัวเองมีอยู่นั่นเอง

เพื่อนและกระแสสังคมมีผลต่อการตัดสินใจ

จากปัญหาที่เด็กไทยยังขาดเป้าหมายชัดเจนในการเลือกเรียนต่อ ทำให้วัยรุ่นบางส่วนพยายามค้นหาตัวเองในแบบต่างๆ เช่น การเลือกเรียนตามเพื่อน เพราะในวัยนี้เพื่อนเป็นเหมือนหนึ่งในที่ยึดเหนี่ยวสำคัญ เมื่อไม่รู้ว่าตัวเองอยากเรียนอะไร หลายคนจึงเลือกเรียนตามเพื่อน เพราะอาจมีความคิดที่ว่าต่อให้เรียนในคณะที่ไม่ชอบ แต่อย่างน้อยหากได้เรียนกับเพื่อนก็คงดีกว่าการลองผิดลองถูกเพียงลำพัง

นอกจากการเลือกเรียนตามเพื่อน กระแสสังคมก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกที่เรียน หรือค่านิยมเรื่องรายได้ เพราะได้รับการปลูกฝังว่าหากทำงานที่มีรายได้สูงชีวิตจะสุขสบาย ด้วยเหตุนี้ทำให้วัยรุ่นบางส่วนเลือกเรียนคณะที่มีโอกาสสร้างรายได้สูง หรือเลือกเพราะเงินมากกว่าเลือกเพราะตัวเองถนัดหรือชอบ

มีคณะในใจแต่ที่บ้านไม่ให้เรียน

‘เรียนจบไปแล้วจะทำงานอะไร?’ ‘เรียนคณะอื่นไม่ดีกว่าเหรอ?’เป็นคำถามที่ชวนให้รู้สึกเป็นกังวล อีกหนึ่งปัญหาที่เชื่อว่าในปัจจุบันก็ยังคงมีอยู่คือ เรามีคณะที่ใช่ในใจอยู่แล้ว แต่กลับไม่ใช่คณะที่ครอบครัวอยากให้เรียน ความไม่ลงรอยดังกล่าวอาจนำไปสู่การถูกบังคับให้เรียนในคณะที่ครอบครัวต้องการ ซึ่งทำให้เกิดความ อึดอัดใจ และอาจเกิดการตั้งคำถามถึงความเชื่อมั่นที่ครอบครัวมีต่อเราหรือการสนับสนุนที่เราควรได้รับ

เหตุผลที่ครอบครัวอยากให้เราเรียนในสิ่งที่พวกเขาเลือก เป็นเพราะอยากเห็นเรามีอนาคตที่ดี ไม่ได้มีเจตนาที่จะขัดขวางความฝันหรือความชอบ แต่พวกเขาอาจจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราอยากเรียนนั้นคืออะไร เรียนจบไปแล้วจะทำงานอะไรได้บ้าง นั่นทำให้พวกเขาเป็นห่วงว่าหลังจากที่เราเรียนจบแล้ว หน้าที่การงานของเราจะมั่นคงหรือไม่ จึงอยากให้เราได้เรียนในสิ่งที่พวกเขาเลือกให้ เพราะคิดว่าสิ่งเหล่านั้นดีและมั่นคงต่ออนาคตมากกว่า

Self-Awareness หลักในการค้นหาตัวเอง เพื่อคณะที่ใช่

เมื่อเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นแล้ว เราจะมีวิธีรับมืออย่างไรให้สามารถจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ก่อนอื่นน้องๆ ต้องกลับมานั่งทบทวนตัวเอง ค้นหาตัวเองให้เจอ เพื่อที่จะได้รู้ว่าเราชอบอะไร และนำไปใช้ในการตัดสินใจเลือกคณะที่เหมาะกับเรา เมื่อตัดสินใจได้แล้ว การนำไปคุยกับครอบครัวก็จะง่ายขึ้น เพราะเรามีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน น้องๆ อาจจะสงสัยว่าแล้วทำอย่างไรเราถึงจะค้นหาตัวเองเจอ? สิ่งสำคัญที่ทุกคนควรทำก็คือ การตระหนักรู้ในตัวเอง

Self-Awareness คืออะไร?

การตระหนักรู้ในตัวเอง เป็นความสามารถในการค้นหา รู้จัก และเข้าใจในตัวเอง เช่น รู้ข้อดีข้อด้อย ความต้องการ และสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการ ซึ่งเป็นทักษะที่จะช่วยให้วัยรุ่นเข้าใจตัวเองเมื่อต้องเผชิญกับความเครียดหรือความกดดันในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งนี้ทักษะนี้ยังเป็นพื้นฐานของการพัฒนาทักษะอื่นๆ เช่น การสื่อสาร การสร้างสัมพันธภาพ การตัดสินใจ ตลอดจนความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น โดยการตระหนักรู้ในตัวเองจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขี้นได้ ดังนี้

1. เห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น - เมื่อเราตระหนักรู้และเข้าใจความต้องการของตัวเอง เราจะรักและเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น ทำให้สร้างความเชื่อมั่นในตัวเองได้ พร้อมทั้งยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น มีความสามารถในการปรับตัวได้ดี จนกระทั่งมองโลกในแง่ดีและมีเหตุผลมากขึ้น

2.รู้จักตัวเองและค้นหาเป้าหมายชีวิตได้เร็วขึ้น- การตระหนักรู้ในตัวเองจะทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร ซึ่งจะช่วยให้น้องๆ ค้นหาเป้าหมายของตัวเองเจอ และเลือกคณะที่ใช่ได้เหมาะสมกับตัวเอง ยิ่งเรารู้เร็วมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อการวางแผนเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเรามากขึ้นเท่านั้น

3.เห็นอกเห็นใจผู้อื่นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น - เมื่อเรามองเห็นความคิดของตัวเอง เราจะสามารถแยกแยะความคิดของตัวเองได้ และเข้าใจความคิด อารมณ์ และความรู้สึกของอีกฝ่าย โดยไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ในทีนี้หมายถึงตอนที่น้องๆ เข้าไปพูดคุยและปรึกษาครอบครัวเกี่ยวกับการเลือกคณะที่จะศึกษาต่อนั่นเอง

สิ่งที่ต้องค้นหาตัวเอง เพื่อให้เจอ “คณะที่ใช่”

ค้นหานิสัยตัวเอง

ลองพิจารณานิสัยของตัวเองแล้วเขียนออกมาว่าเรามีนิสัยเป็นอย่างไรบ้าง จากนั้นวิเคราะห์ดูว่านิสัยของเราเหมาะกับอาชีพแบบใด หรือเหมาะที่จะเรียนคณะอะไรได้บ้าง เช่น หากชอบคิด ช่างจินตนาการ มีความคิดสร้างสรรค์ หลงใหลในงานศิลปะ อาจเลือกคณะที่เรียนเกี่ยวกับการออกแบบในด้านต่างๆ เพื่อที่จะสามารถประกอบอาชีพเป็นสถาปนิก กราฟิกดีไซน์เนอร์ มัณฑนากร ฯลฯ

ค้นหาจุดเด่น-จุดด้อย

เมื่อเรารู้จักนิสัยของตัวเองแล้ว ให้หาจุดเด่นที่เราสามารถทำได้ดีและนำไปต่อยอด ในขณะเดียวกันจุดด้อยก็ควรพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการค้นหาสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้น้องๆ ตัดสินใจเลือกคณะได้ง่ายขึ้น เมื่อรู้แล้วเราจะมีเวลาในการวางแผนและเตรียมตัวเพื่ออนาคตของเรามากขึ้น

ค้นหาวิชาที่ชอบ-ไม่ชอบ

การตระหนักรู้ว่าตัวเองชอบวิชาไหนจะทำให้น้องๆ มองเห็นคณะที่ใช่ได้ชัดเจนขึ้น ส่วนวิชาที่ไม่ชอบก็จะเป็นอีกตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ตัดคณะที่ไม่เหมาะกับเราออกไปได้อย่างง่ายดาย เช่น ถ้าไม่ชอบการคำนวณก็ตัดคณะที่ต้องเรียนคณิตหรือฟิสิกส์ทิ้งไปและหาคณะอื่นที่ไม่มีการคำนวณ เช่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์

อย่างไรก็ตาม การค้นหาตัวเองในแต่ละจุดที่กล่าวมานั้นไม่เพียงแต่จะช่วยให้เจอกับคณะที่ใช่เท่านั้น แต่จะทำให้น้องๆ เกิดการตระหนักรู้ในตัวเอง รู้ความต้องการของตัวเอง รู้จักตัวเองมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เราสามารถมองเห็นความเป็นตัวเองได้ชัดเจน และสามารถใช้ศักยภาพที่เรามีอยู่ได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งมีความสุขและพัฒนาตัวเองให้ประสบความสำเร็จในเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ได้

สำหรับบทความนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในเส้นทางชีวิตของชาว GEN Z ที่ต้องพบเจอ ยังคงมีเรื่องราวต่างๆ อีกมากมายที่เราจะได้เรียนรู้และปรับตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น และสำหรับบทความต่อไปจะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรบ้างนั้น อย่าลืมติดตามกันเอาไว้ด้วยนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ^^

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...