โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ขยับใหญ่โครงสร้างฯดิจิทัล ไทย AIS ร่วม Oracle ลงทุน 8 พันล./ปี บริการ Hyperscale Cloud แห่งแรกในอาเซียน

The Better

อัพเดต 02 ส.ค. 2567 เวลา 02.44 น. • เผยแพร่ 01 ส.ค. 2567 เวลา 15.37 น. • THE BETTER
AIS  ได้พันธมิตร Oracle บิ๊ก เทคฯ ระดับโลก ร่วมลงทุน 8 พันล้านบาทต่อปี ขยับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทยครั้งใหญ่ให้บริการคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกลบนดาต้าเซ็นเตอร์ รับอนาคตนโยบายรัฐ ‘Cloud First Policy’

สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า AIS เตรียมความพร้อมให้บริการโครงการพื้นฐานเทคโนโลยีเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย เพื่อรองรับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน เตรียมเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล (Digital Transformation)ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับขีดความสามารถในสร้างการเติบโตและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับประเทศ ได้อย่างยั่งยืน

ล่าสุด AIS ได้ประกาศความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ผู้ให้บริการด้านคลาวด์ระดับโลก Oracle เตรียมให้บริการ คลาวด์ระดับไฮเปอรสเกล (Hyperscale Cloud) ในประเทศไทยเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ ยังประกอบไปด้วย 6 เรื่องเด่น ดังนี้

  • ประเทศไทยจะเป็นทั้งเจ้าของและผู้ให้บริการ ไฮเปอร์สเกล คลาวด์ แบบควบคู่กันสองภูมิภาค เพื่อให้มีความยืดหยุ่นและสามารถรีคัฟเวอร์ข้อมูลหาดเกิดภัยพิบัติในประเทศ
  • การปกป้องรักษาข้อมูลจะยังคงอยู่ในถิ่นฐานประเทศ ภายใต้กฎระเบียบการกำกับดูแลตามกฎหมายในประเทศไทย
  • การสนับสนุนวิสัยทัศน์รัฐบาลไทย ‘Cloud First Policy’ ในการผลักดันสู่องค์กรดิจิทัลที่ทันสมัยสำหรับคนไทย
  • สร้างการลงทุนต่อปีไม่ต่ำกว่า 3,000-4,000 ล้านบาทต่อเนื่อง ในการขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทย (โดยจะเริ่มตั้งแต่ปี 2567-2573)
  • การบูรณาการด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และ แพลตฟอร์ม ต่างๆ ของ AIS เข้าไว้ด้วยกัน 5G, เครือข่าย และ คลาวด์ เน็ตเวิร์ก เพื่อมีส่วนร่วมสนับสนุนนวัตกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัล
  • การพัฒนาบุคลากรในไทย ทั้งการเพิ่มทักษะ องค์ความรู้และโอกาสสายอาชีพใหม่ในอนาคตให้กับนักเรียนและบุคลากรในอุตสากรรม ผ่านออราเคิล อคาเดมี

สมชัย กล่าวว่า “ดิจิทัล คือ หัวใจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้พร้อมนโยบายคลาวด์ เฟริสต์ ที่จะเข้ามาเพิ่มขีดความสามารถและลดความเหลื่อมล้ำในการแข่งขันทางเศรษฐกิจพร้อมกัน” พร้อมเสริมต่อ “ความร่วมมือระหว่างเอไอเอสและออราเคิลในครั้งนี้ เพื่อให้บริการ ไฮเปอร์สเกล คลาวด์ ครั้งแรกในประเทศไทย ถือเป็นของจริงที่มาแล้วและเข้ามาอยู่ไทยจริงจัง ซึ่งคาดว่าทั้ง2 ฝ่ายจะใช้งบลงทุนรวมกันไม่ต่ำกว่า 8,000-10,000 ล้านบาทต่อปี เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 7 ปีนับจากนี้”

สำหรับงบลงทุนดังกล่าว ทาง AIS จะนำไปใช้ในการขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อให้บริการไฮเปอร์ สเกล คลาวด์ (AIS Cloud) ในศูนย์บริการข้อมูล AIS ( AIS Data Center) ที่ปัจจุบันมีศูนย์ฯ กระจายครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการ กลุ่มลุกค้าองค์กรธุรกิจต่างๆ

ขณะที่ ออราเคิล จะเป็นผู้สนับสนุนด้านอุปกรณ์ (Equipment) ต่างๆ รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ (Know-How) ให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้องอุตสาหกรรมดิจิทัล ในไทย ตลอดระยะเวลาความร่วมมือในครั้งนี้ พร้อมวางแผนให้บริการ ไฮเปอร์สเกล ควาวด์ อย่างเป็นทางการในไตรมาสแรก ปี 2568

สมชัย เสริมว่า บริการฯ ดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต สอดคล้องกับโอกาสการใช้งานไอซีทีขององค์กรต่างๆ ที่จะไปสู่เทคโนโลยีโดเมนสอดคล้องกับแนวโน้มการขยายตัวในปี 2567 จะมีการใช้งานคลาวด์เติบโตเฉลี่ย 23% ต่อเนื่องทุกปี รวมถึง ไอโอที (IoT) ดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ด้าน การ์เร็ตต์ อิลจ์ รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไป ภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกและญี่ปุ่น กล่าวว่า ออราเคิลมองถึงศักยภาพของประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ และความร่วมมือ Oracle Alloy กับ AIS จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมของประเทศ พร้อมเพิ่มขีดความสามารถให้ AIS กลายเป็นผู้ให้บริการ Hyperscale Cloud สามารถพัฒนาบริการใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น พร้อมนำเสนอ Sovereign Cloud และความสามารถด้าน AI ให้กับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศ ภายข้อกำหนดด้านกฎหมายด้านมาตรฐานการควบคุมความปลอดภัยของข้อมูลที่แตกต่างกัน

ด้าน แดฟนี่ ชุง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยบริการคลาวด์และซอฟต์แวร์ IDC เอเชีย/แปซิฟิก กล่าวว่า "IDC คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายด้าน Sovereign Cloud จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 31.5% ต่อปี (31.5% CAGR) สำหรับกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิค (ไม่รวมญี่ปุ่น) จากการสำรวจด้านคลาวด์ในพื้นที่เอเซียแปซิฟิค (ไม่รวมญี่ปุ่น) แสดงให้เห็นถึง 19% ขององค์กรในกลุ่มประเทศดังกล่าว มีการคาดการณ์การใช้จ่ายสำหรับ Sovereign Cloud จะเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์คลาวด์แบบผสมผสาน (Hybrid Cloud) ซึ่งถูกขับเคลื่อนโดยหน่วยงานกำกับดูแลและกฎระเบียบ รวมทั้งความต้องการที่จะทำให้กระบวนการทำงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...