โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ร้องไห้ทุกวัน ‘เติ้ล ตะวัน’ งดเนื้อสัตว์ บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย ลูกสาวป่วยหนัก

The Bangkok Insight

อัพเดต 16 พ.ค. 2567 เวลา 08.34 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2567 เวลา 08.25 น. • The Bangkok Insight

ร้องไห้ทุกวัน‘เติ้ล ตะวัน’ งดเนื้อสัตว์ บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย ลูกสาวป่วยหนัก เป็นโรคสมองน้อยอักเสบ

อีกหนึ่งอดีตพระเอกดังที่หันไปเป็นผู้จัดละคร ผู้กำกับบ้างแล้ว สำหรับดาราดัง เติ้ล ตะวัน จารุจินดา ลูกชายของ ดวงดาว จารุจินดา ที่ตอนนี้ยังมีกำลังใจตัวน้อยที่แสนน่ารัก น้องมียา ลูกสาวมาคอยเติมพลังให้กับคุณพ่อด้วย

‘เติ้ล ตะวัน’ งดเนื้อสัตว์ บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย ลูกสาวป่วยหนัก

ล่าสุด (15 พ.ค.)ดวงดาว จารุจินดา ควงลูกชายเติ้ล ตะวัน ย้อนเล่าวินาทีบีบหัวใจ “น้องมียา” ป่วยหนัก ต้องรักษาตัวที่รพ.นานกว่า 11 วัน ถึงขั้นต้องบนบานศาลกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยเหลือ

พร้อมย้อนวีรกรรมสุดแสบ ความสัมพันธ์แม่ลูก ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และ เป็กกี้ ศรีธัญญาเป็นพิธีกรดำเนินรายการ

น้องมียากี่ขวบแล้ว?

เติ้ล : 6 ขวบกำลังจะเข้า 7 ขวบ ตอนนี้ชอบโชว์เต้น ทำกิจกรรมที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เวลาเพื่อนมาบ้าน คุณเต้ นันทศัยต้องเป็นเหยื่อ ต้องมานั่งที่โซฟากับพ่อและแม่ นั่งดูเขาเต้น โชว์การแสดง เขาจะถามว่าพ่อ วันนี้จะมีเหยื่อมาดูหนูบ้างมั้ย(หัวเราะ)

ดวงดาว : ย่ากับปู่ต้องมีส่วนร่วมในการโชว์ โดยเธอเป็นผู้กำกับ คุณย่าต้องทำแบบนี้นะ เดินมาหยิบทำท่าอย่างนี้ ๆ แล้วเขาแสดงต่อ มีส่วนในการแสดง

เติ้ล ตะวัน : บางทีคุยเรื่องตัดต่อกับลูกน้องอยู่ เขาก็เข้ามาบอกว่า พ่อ เอางี้มั้ย ให้นางเอกหันหลังไปคุยโทรศัพท์ พระเอกขับรถสปอร์ตหรูเลยนะ นางเอกหันมาก็ว้าวเลย

ย่าไม่หลงแย่เหรอ?

ดวงดาว : รักที่สุดของที่สุด ตอนเขายังเด็ก เราทำงานๆ พอวันนี้เราทำงานน้อยลง ก็มีเวลาดูแลเขา เขาเป็นเด็กผู้หญิง เวลาเขามาบ้านเหมือนบ้านเรามันเติมเต็ม ทำให้บ้านมีความสุข มีเสียงหัวเราะ พอเขาไปบ้านเงียบ ปู่ยังบอกเลยว่าบ้านเราเงียบเลยนะ พอมียากลับไป

เป็นเด็กร่าเริง ชอบแสดงออก ตอนเจอเขาตอนเด็ก ๆ ลุ้นให้เขาแข็งแรง ตอนนี้เจอล่าสุดตัวเบ้อเริ่ม?

ดวงดาว : มาจากผลของการไม่สบาย เพราะเขาได้ยาสเตียรอยด์

ล่าสุดต้นปีป่วยเยอะเหมือนกัน?

เติ้ล : ตอนแรกเขาไอ ก็ฝากผู้ปกครองสังเกตด้วยนะ เขาไอต่อเนื่อง เราไปหาหมอนะ เวียน ๆ กลับ ๆ ประมาณ 3 รอบ จนรอบสุดท้ายไปบ้านย่า ไปเล่นกลับมาแล้วงอมเลย กลางคืนมีไข้ ตื่นมาตอนเช้าเริ่มยืนไม่ไหว อ้วก เราก็พาลูกเข้ารพ. หมอก็ยังหาสาเหตุไม่ได้ ก็ตรวจเลือด รู้แค่ว่าติดทั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย

มีอาการนึง ไม่เคยได้ยินมาก่อน?

เติ้ล : หลังเขาอาการดีขึ้น ไข้ลด เราก็อยากให้เขามานั่งรถเล่น ที่มีน้ำเกลือ

ดวงดาว : ย่าไปเยี่ยม ก่อนหน้านั้นเขาไม่ลุกเลย มีแม่บ้านเลี้ยงเขาตั้งแต่เบบี๋ ชื่อตะวัน พอเขาเห็นเรากับพี่ตะวัน เขาก็อยากลงมาข้างล่าง ซื้อของ บิวต์เขา เขาก็ลุกขึ้นมานั่งรถเล็ก ๆ แขวนน้ำเกลือไป พอนั่งแล้วเขาก็เอียงไปเอียงมา เราก็งง

เติ้ล : พ่อกับแม่ก็กระซิบกันว่าแสดงแน่ ๆ

ดวงดาว : กระแตเอามือถือมาถ่ายคลิปด้วย ลงลิฟต์มา ถึงชั้นล่าง เทกระจาดเลย อ้วก

เติ้ล : เราก็ใจหาย แม้แต่พี่เลี้ยงที่เลี้ยงเขามาก็บอกว่ามียา อย่าเป็นแบบนี้เลย ลุกมาเล่นกันเถอะ แบบนี้ไม่สนุกเลย แทบจะร้องไห้ทุกวันเลย สงสารลูกมาก เพราะไม่รู้ลูกเป็นอะไร ช่วยก็ช่วยไม่ได้

น้องไม่สามารถยืนได้ นั่งก็เอียงไปเอียงมา?

เติ้ล : ง่าย ๆ เหมือนคนบ้านหมุน พอหมอเห็นก็ให้หมอสมองมา ทำซีทีสแกน ต้องฉีดสีเข้าไปนะ ทำซีทีสแกน เส้นเลือดในสมองปกติ ไม่เกี่ยวอะไรกับเส้นเลือด หมอสันนิษฐานว่าถ้าไม่ใช่หูชั้นกลางก็สมองน้อยอักเสบ เราก็มีความกังวล แม่เขาก็พิมพ์อาการลูกลงไปในแอปฯ สีฟ้า มีคนเข้ามาตอบเยอะพอสมควร ทำให้เรารู้ว่าอ๋อ มีโรคแบบนี้นะ

คุณหมอบอกว่าน่าจะเกิดจากสมองน้อยอักเสบ เกิดจากการที่เขาภูมิต้านทานสร้างมามากเกินไป เหมือนทำให้กระทบกระเทือน เหมือนเราคอแดง แต่ไปเกิดตรงสมองน้อย เกี่ยวกับการทรงตัว ทำให้ต้องใช้เวลา ให้สเตียรอยด์แบบฉีดเข้าเส้น ให้ประมาณ 7 วัน แล้วกลับมากินที่บ้านต่อ น่าจะนานเหมือนกัน

ดวงดาว : เขาเลยเหมือนกินอะไรไม่อิ่ม กินเยอะมาก กลับมาบ้านก็ยังยืนไม่ได้นะคะ นึกภาพคนนอนบนเตียง 11 วัน ขาไม่ค่อยมีแรง ต้องค่อยๆ กลับมาหัดเดิน เราก็คอยสังเกตเขาตลอด ห้ามขึ้นบันได ดูเขาทุกฝีก้าว ก็ค่อยๆ ฟื้นตัว

รักษาวิทยาศาสตร์ก็ส่วนนึง แต่ก็พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วย?

ดวงดาว : ใช่ ตอนนั้นเราเป็นเพื่อนกับคุณดวงใจ เขาโทรมาหาเราว่าแตไปขอลูกจากพระครูบาไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่จุดธูปแล้วบอกท่าน ว่าลูกเราเป็นแบบนี้ ขอท่านสิ ก็เล่าให้พ่อกับแม่เขาฟัง ตัวเราเองออกมาจุดธูปกลางแจ้งคืนนั้นเลย บอกกล่าวท่านว่าตอนนี้มียาเป็นแบบนี้ ขอให้หมอรักษาให้หายได้ถูกจุด ถ้ามียาหาย เราจะไม่ทานเนื้อสัตว์เลยตลอดชีวิตทุกวันพุธ มียาเกิดวันพุธ จะไม่กินเนื้อสัตว์ทุกวันพุธตลอดชีวิต เพื่อเป็นกุศลให้กับหลาน เราก็บอกพ่อแม่เขา พ่อแม่เขาก็จุดธูปกลางแจ้งเหมือนกัน

เติ้ล : งดกินเนื้อสัตว์เดือนนึง จากนั้นก็ไม่กินเนื้อสัตว์ทุกวันพุธเหมือนย่า

จากนั้นมาเกิดอะไรขึ้น?

เติ้ล : อาจจะเพราะยาเขาครบโดสด้วย เขาก็เริ่มดีขึ้น จากลุกขึ้นมานั่งได้ ก็เริ่มเดินได้ แต่ระหว่างเดินได้ก็ยังเดินแบบทรงตัวไม่ได้นะ คุณหมอที่ดูแลเขาตั้งแต่เด็ก ก็น่ารักมาก เอาใจช่วย ตอนหลังเขาลุกเดินได้มากขึ้นเพราะอยากกลับบ้าน

ดวงดาว : พวกเราใจแทบแย่เลย

ตอนนี้หายหรือยัง?

เติ้ล : หายแล้วครับ เต้นทุกวัน ก็ซนได้เต็มที่เลย

ดวงดาว : น้องเติ้ลกับมียา ตอนเลี้ยงเหมือนกัน เขาชอบแสดงเหมือนกัน เสื้อผ้าต้องเลือกเอง นุ่งกางเกงสีเขียว เสื้อสีแดง ซึ่งเราบอกไม่ได้ แต่เขาไม่เอา เขาเป็นตัวเดียว ต้องเข้าห้องน้ำตลอด เอาน้ำเสยผมให้ตั้ง คิดพล็อตแสดงเอง ให้พี่น้องเล่น เขาเป็นพระเอกตลอดเวลา เป็นพระเอกที่โดนยิงตายไม่ได้นะ เขาต้องไม่มีการตาย ไปสมัครกับคุณตา อยากเล่นหนัง ไปแสดงให้ดู คุณตาก็เลยให้เล่นหวานมันฉันคือเธอมั้ง แต่ตอนเขาเรียนอนุบาลมีแมวมองมาดูเขาที่โรงเรียนเอาไปถ่ายโฆษณา ยาสีฟันดาร์กี้ โดยไม่รู้ลูกเต้าเหล่าใคร ไปดูได้ตั้งแต่ตอนนั้น มีแวว พ่อลูกไม่ได้ต่างกันเลย

ข้อไม่ดี?

ดวงดาว : เขาไม่ถึงกับดื้อนะ แต่ไม่ชอบการเรียน ครูจะเล่าให้ฟังว่า ครูสอนอะไรไป ตะวันมองไปนอกหน้าต่าง นึกอะไรในใจไม่รู้ วันดีคืนดีไปนอนหน้าห้องครูใหญ่ เอามือก่ายหน้าผาก คงมีจินตนาการของเขา เรียนหนังสือไม่ได้เลย สมัยก่อนการเรียนสำคัญต้องให้ผ่าน ไม่มีเกรดนะ มีเปอร์เซ็นต์ เราก็ลุ้นลูกตลอดเวลา เรียนไม่ได้ เรียนไม่เก่ง ทำยังไง ถ้าน้องเรียนเปอร์เซ็นต์ไม่ดีขึ้น แม่จะให้น้องไปอยู่โรงเรียนประจำนะ ก็ยังไม่ดีขึ้น จับส่งไปอยู่โรงเรียนประจำ ซึ่งก็ไม่ได้ดีขึ้น เหมือนเดิม วันศุกร์โทรมาถามว่าแม่จะมารับน้องกี่โมง จนครูโทรมาบอกว่าคุณดวงดาว มารับน้องไปเถอะ ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายก็กลับมาอยู่เหมือนเดิม

คิดอะไรอยู่?

เติ้ล : ไม่รู้เหมือนกัน เราคิดเองนะ ไม่ได้โทษใคร เรารู้สึกว่าพอเราเติบโตขึ้น ได้เรียนในสิ่งที่เราอยากเรียน หรือสนุกกับการเรียน ก็ทำให้ตั้งใจเรียน อยากรู้กับมันจริงๆ ระบบการศึกษาเรา จะพูดดีมั้ย (หัวเราะ) เฉพาะเราดีกว่า ยุคนี้เราก็รู้สึกว่าอยากให้ลูกเราไปอยู่ในโรงเรียนและมีความสุขก่อน จากนั้นพอเขาอยู่ถูกที่ เราคิดว่าตัวเราเองต้องการคนที่เขามาดูแลใส่ใจกับเราเรื่องการเรียนมากกว่านี้ แทนที่จะเรียนไปๆ อาจต้องหลอกล่อนิดนึงพอให้เรารักการเรียน พอเราไม่รักการเรียน เราก็รู้สึกว่าตรงนี้ไม่ใช่ที่ของเรา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...