เศรษฐา ลั่นดันต่อสมรสเท่าเทียม คำนำหน้าชื่อ เซ็กซ์เวิร์กเกอร์ รับ Pride Month
เศรษฐา ควง อุ๊งอิ๊ง ร่วมขบวน “ Bangkok Pride Parade” ฉลองเดือนแห่งความเท่าเทียม คาดอีก 120 วันกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์ พร้อมดันต่อ “เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ-เซ็กซ์เวิร์กเกอร์” ดันไทยเป็น LGBTQIAN+ Friendly Destination ชิงกำลังซื้อสีรุ้งมูลค่า 3.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ดร. เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกิจกรรมขบวน Bangkok Pride Parade ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน “บางกอกไพรด์ เฟสติวัล 2024” (Bangkok Pride Festival 2024) ภายใต้แนวคิด Celebration of Love
นายกฯ เศรษฐา กล่าวเปิดงานโดยระบุว่า ขอให้เป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองสิทธิเสรีภาพของความเสมอภาค เท่าเทียม รัฐบาลและภาคประชาชนจะเดินหน้าไปด้วยกัน ผลักดันร่างพรบ.สมรสเท่าเทียมให้สำเร็จ รวมทั้งคำนำหน้าชื่อ และเซ็กซ์เวิร์กเกอร์ด้วย
จากนั้นเศรษฐา ได้มอบ “ธงไพรด์ประจำจังหวัด” สัญลักษณ์การเปิดเทศกาลเฉลิมฉลองเดือนไพรด์ให้กับเครือข่ายต่างจังหวัด เพื่อปักหมุดไพรด์ทั่วประเทศ โดยมีขบวนพาเหรด Bangkok Pride Parade 5 ขบวน ได้แก่
- ขบวนสมรสเท่าเทียม Love Wins
- ขบวนตัวตน เพศกำหนดเอง Love for Indentity
- ขบวนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ Love for Dignit
- ขบวนสันติภาพ Love for Peac Earth
- ขบวนเสรีภาพ Love for Freedom
ซึ่งบรรยากาศมีผู้ร่วมขบวนอย่างคึกคัก
ผู้ร่วมขบวน ได้โบกธงสีรุ้ง เฉลิมฉลอง ซึ่งปีนี้ถือเป็นการนับถอยหลังเคานต์ดาวน์สู่การใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมก่อนสิ้นปี 2567 เริ่มต้นตั้งแต่ สนามกีฬาแห่งชาติ ทอดยาวบนถนนพระราม 1 ตลอดทั้งเส้น มุ่งหน้าสู่แยกราชประสงค์ บริเวณลานเซ็นทรัลเวิลด์ รวมระยะทางกว่า 2.5 กิโลเมตร
สำหรับคอนเซปต์ของปีนี้ จะเป็นสัญลักษณ์ของการสนับสนุนสิทธิความหลากหลายทางเพศจากทุกภาคส่วน และประกาศให้ประเทศทั่วทุกมุมโลกรู้ว่าประเทศไทยพร้อมแล้วในการเป็นหมุดหมายของ "ชาวสีรุ้ง"
ด้าน เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สนับสนุนเพื่อร่วมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว LGBTQIAN+ ทั่วโลกอย่างยั่งยืน หรือ สนับสนุนกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่กำลังจะผ่านกระบวนการกฎหมายออกมาบังคับใช้
โดยขณะนี้กฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เหลือเพียงการพิจารณาของวุฒิสภา ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ และนำขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว นับไปอีก 120 วันกฎหมายก็จะมีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์
และอีกทั้งกลุ่ม LGBTQIAN+ ถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง เป็นอีกหนึ่งแรงหนุนที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศได้แน่นอน นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายผลักดันประเทศไทย เป็น Pride Friendly Destination และเป็นเจ้าภาพจัด Bangkok WorldPride ในปี 2030 เพื่อให้ไทยเป็นแลนมาร์ค หรือหมุดหมายอันดับ 1 ของโลกของกลุ่ม LGBTQIAN+ ทั่วโลกด้วย”
สิ่งที่น่าสนใจ คือ กำลังซื้อของกลุ่ม LGBTQIAN+ ทั่วโลกนั้นไม่ควรถูกมองข้าม จากการสำรวจของ LGBT Capital ในปี 2020 ระบุว่า กำลังซื้อของกลุ่มนี้มีมูลค่าสูงถึง 3.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าตัวเลขนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคตอันใกล้ เราเห็นความสำคัญของ Rainbow Economy ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง มีศักยภาพทางการเงิน
ข้อมูลจาก ททท. พบว่ามี Spending Power สูงกว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 40% และเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวจากกลุ่มนี้ราว 2.3 แสนล้านบาท มากเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย และอันดับ 4 ของโลก จึงนับเป็นตลาดใหญ่ด้านการท่องเที่ยวของโลกอีกกลุ่มหนึ่ง กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งเป้าปักหมุดหมาย ให้ประเทศไทยเป็น LGBTQIAN+ Friendly Destination อันดับต้นๆ ของโลก