โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

รู้จัก ‘ลูกชก’ ผลไม้โบราณแห่งแดนใต้ 25 ปีให้ผลแค่หนเดียว

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 23.00 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2568 เวลา 23.00 น.

หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่า “ต้นชก” กว่าจะให้ผลผลิตต้องเป็นต้นเพศเมียเท่านั้นและต้องมีอายุอย่างน้อย 25 ปีขึ้นไปถึงจะพร้อมให้ผลผลิต ถ้าอายุต่ำกว่านี้ก็จะไม่ออกดอก ต้นชกตัวเมียปีหนึ่งจะให้ผลหนึ่งครั้งเท่านั้น

ต้นลูกชก มีลักษณะคล้ายต้นปาล์ม ชอบขึ้นตามแนวพื้นราบข้างภูเขาหิน มีลำต้นตรง โตเต็มที่จะมีขนาด ใหญ่ สูงประมาณ 20-25 เมตร ใบยาวประมาณ 2-3 เมตร คล้ายใบมะพร้าวแต่ใหญ่กว่าและแข็งแรงกว่า ก้านใบและทางใบเหยียดตรงกว่าต้นมะพร้าว มีรกสีดำตามกาบใบหนาแน่น ดอกเป็นดอกช่อ จะออกบริเวณส่วนบนใกล้ ยอดของลำต้น

ช่อหนึ่งๆ มีผลประมาณ 100 ผล ผลของลูกชกคล้ายลูกตาลขนาดจิ๋ว ภายในผลมี 1-3 เมล็ด แล้วแต่ ความสมบูรณ์ของต้น พบมากในบริเวณใกล้เขาฝั่งทะเลอันดามัน ต้นชกตัวเมียจะออกผลปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม ส่วนต้นตัวผู้จะมีดอกแต่ไม่มีผล

ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่เชิงเขาหรือเนินเขาเตี้ยๆ ในป่าเขตร้อนชื้น และแต่ละต้นจะมีผลได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ต้นที่ออกผลแล้วจะไม่ออกผลอีก และจะค่อยเหี่ยวลงและตายภายใน 4-5 ปี

ลูกชกกลางป่า เทือกเขาบรรทัด

ชาวบ้านมักกล่าวเป็นอุทาหรณ์ว่า ต้นลูกฆ่าแม่ต้นที่เจริญพันธุ์ที่จะออก ผลได้จะใช้เวลา 25 ปีต้นชกมีมากเป็นพิเศษในพื้นที่หมู่ที่ 1, 2 และ 7 ตำบลบางเตย อำเภอเมือง จังหวัดพังงา ลูกชกสดจะมีลักษณะคล้ายกับลูกตาล แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก ลูกจะโตติดอยู่บนนิ้ว (กิ่ง) เดียวกันและมีหลายนิ้ว รวมกันอยู่ในทลายเดียว บางนิ้วยาวเกือบ 2 เมตร และบางทลายมีลูกชกขึ้นอยู่เป็นหลายสิบนิ้ว ทำให้เก็บเกี่ยวลูกชกได้คราวละมากๆ

ผลผลิตจากต้นชกสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เนื้อเมล็ดใช้รับประทานเป็นของหวาน ภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนธันวาคมของทุกปี จะเป็นช่วงการหาลูกชกมาต้มขาย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาส่งต่อมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย

ลูกชกกลางป่า เทือกเขาบรรทัด

สำหรับชาวบ้านในแถบนี้ซึ่งมีต้นลูกชกมากมายขึ้นตามริมๆ เขาใกล้บ้านที่อาศัยอยู่ ปัจจุบันมีชาวบ้านในตำบลบางเตยทำมาหากินด้วยอาชีพนี้อยู่ประมาณ 10 ราย ในช่วงเดือนดังกล่าวชาวบ้านจะไปขึ้นลูกชกโดยการให้คนปีนขึ้นเหมือนปีนมะพร้าวซึ่งจะนำเชือกขึ้นไปด้วย

เมื่อขึ้นไปบนต้นแล้วจะสำรวจดูว่าทะลายไหนกำลังแก่พอดีที่จะทำลูกชกได้ ก็จะตัดและผูกเชือกห้อยลงมาให้ด้านล่าง ลูกชกแต่ละทะลายจะมีหลายช่อ ตั้งแต่ 10-30 ช่อ น้ำหนักค่อนข้างมากนี้คนปีนจะต้องมีความแข็งแรงมาก ช่อที่เป็นสายของลูกชกในทะลายชาวบ้านแถบนี้เรียกว่า นิ้ว แต่ละนิ้วหรือช่อจะมีความยาว 2-3 เมตร ซึ่งจะมีผลอยู่ถึงร้อยกว่าผลทีเดียว

ลูกชกดิบจะทิ้งไว้ได้ประมาณ 7 วัน ถ้าเกินกว่านี้จะเริ่มเหี่ยวแกะเนื้อค่อนข้างยาก เมื่อได้จำนวนพอแล้วก็จะติดไฟเอาน้ำใส่กระทะแล้วเรียงด้วยท่อนลูกชกที่เลื่อยแล้วให้เต็ม ครอบด้วยถุงพลาสติกใส แล้วครอบ ด้วยผ้าห่มให้รอบอีกที ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จะทดลองปลิดผลลูกชกจากช่อดูถ้าหลุดง่ายแสดงว่าสุกพอดีแล้ว จะนำออกมากกองไว้ให้เย็น หลังจากนั้นก็จะเติมน้ำต้มลูกชกดิบต่อไปอีก วันหนึ่งๆ ทำได้ 4-5 กระทะ เมื่อลูกชกเย็นลงก็จะปลิดให้หลุดจากขั้วมาใส่ตะกร้าไว้

ส่วนก้านช่อก็จะนำไปเรียงตากแดดไว้ให้แห้งเพื่อใช้เป็นฟืนในการต้มลูกชกครั้งต่อไป หลังจากนั้นจึงนำลูกชกมาตัดด้านหัวออกให้พอเหมาะเพราะถ้าตัดมากไปก็จะเสียเนื้อลูกชก ถ้าตัดน้อยไปก็จะทำให้แคะออกยาก

ลูกชกส่วนใหญ่จะมี 3 เมล็ด เมื่อตัดได้ที่แล้วก็จะเอาช้อนสั้นโดยใช้ด้านหางช้อนแคะออกซึ่งทำไม่ยาก แต่ใช้เวลามากเนื่องจากต้องทำกับมือทีละเมล็ด ซึ่งการต้ม 4-5 กระทะ ถ้าใช้คนตัดและแคะ 2 คน ต้องใช้เวลาทำถึง 2 วัน จึงจะหมด หลังจากแคะแล้วก็นำมาล้างน้ำหลายๆ ครั้ง โดยใช้มือลงไปคนจับดูว่าเมือก ลื่นๆ ที่อยู่บนผิวลูกชกหมดหรือยัง ถ้ายังไม่หมดต้องล้างอีกจนหมด แล้วจะแช่น้ำไว้ ต้องเปลี่ยนน้ำทุกเช้าและเย็น มิฉะนั้นลูกชกจะเสีย หรือนำลูกชกใส่ถุงแล้วใส่น้ำไว้ด้วยพอท่วมแช่ตู้เย็นหรือแช่ในน้ำแข็งจะเก็บไว้ได้หลายวัน

รายละเอียดขั้นตอนและวิธีการของภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร

วิธีการทำลูกชก

1. หลังจากได้ลูกชกมา ชาวบ้านก็จะนำมาเลื่อยเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 70 เซนติเมตร เพื่อให้ใส่กระทะ ขนาดใหญ่ได้พอดี ลูกชกดิบจะทิ้งไว้ได้ประมาณ 7 วัน ถ้าเกินกว่านี้จะเริ่มเหี่ยวแกะเนื้อค่อนข้างยาก

2. เมื่อได้จำนวนพอแล้วก็จะติดไฟเอาน้ำใส่กระทะแล้วเรียงด้วยท่อนลูกชกที่เลื่อยแล้วให้เต็ม ครอบด้วย ถุงพลาสติกใส แล้วครอบด้วยผ้าห่มให้รอบอีกที ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

3. ลองปลิดผลลูกชกจากช่อดูถ้าหลุดง่ายแสดงว่าสุกพอดีแล้วจะนำออกมากกองไว้ให้เย็น หลังจากนั้นก็จะเติมน้ำต้มลูกชกดิบต่อไปอีก

4. เมื่อลูกชกเย็นลงก็จะปลิดให้หลุดจากขั้วมาใส่ตะกร้าไว้ ส่วนก้านช่อก็จะนำไปเรียงตากแดดไว้ ให้แห้งเพื่อใช้เป็นฟืนในการต้มลูกชกครั้งต่อไป

5. หลังจากนั้น จึงนำลูกชกมาตัดด้านหัวออกให้พอเหมาะเพราะถ้าตัดมากไปก็จะเสียเนื้อลูกชก ถ้าตัดน้อยไปก็จะทำให้แคะออกยาก ลูกชกส่วนใหญ่จะมี 3 เมล็ด เมื่อตัดได้ที่แล้วก็จะเอาช้อนสั้นโดยใช้ด้าน หางช้อนแคะออกซึ่งทำไม่ยากแต่ใช้เวลามากเนื่องจากต้องทำกับมือทีละเมล็ด

6. หลังจากแคะแล้วก็นำมาล้างน้ำหลายๆ ครั้ง โดยใช้มือลงไปคนจับดูว่าเมือกลื่นๆ ที่อยู่บนผิวลูกชก หมดหรือยัง ถ้ายังไม่หมดต้องล้างอีกจนหมด แล้วจะแช่น้ำไว้ ต้องเปลี่ยนน้ำทุกเช้าและเย็น เมื่อเทน้ำทิ้งแล้ว จึงต้มอีกครั้งก่อน มิฉะนั้นลูกชกจะเสีย หรือนำลูกชกใส่ถุงแล้วใส่น้ำไว้ด้วยพอท่วมแช่ตู้เย็นหรือแช่ในน้ำแข็ง จะเก็บไว้ได้หลายวัน

การใช้ประโยชน์ของภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร

1. เป็นการสืบทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น

2. ยอดอ่อนใช้ทำอาหารได้ทั้งคาวและหวาน

3. งวงหรือดอก ใช้ทำน้ำตาลชกสด นำมาเคี่ยวจนกลายเป็นน้ำตาลเหนียวหนืด ซึ่งทำได้ทั้งน้ำตาลผงและ น้ำตาลแว่น

4. ก้านใบนำไปทำไม้กวาด

5. นิ้วชกก็นำไปทำฟืน

ขอบคุณข้อมูลจาก : ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก ‘ลูกชก’ ผลไม้โบราณแห่งแดนใต้ 25 ปีให้ผลแค่หนเดียว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...