สหประชาชาติ เตือนความขัดแย้ง พลัดถิ่นแล้วหลายแสน ผลกระทบต่อเนื่องทั้งพลังงานและอาหาร
สหประชาชาติ รายงานว่า ในวันที่ 10 ของสงครามในตะวันออกกลาง มีการพลัดถิ่นครั้งใหญ่ทั่วภูมิภาค ราคาอาหารและเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ รายงานว่า เฉพาะในเลบานอนมีผู้พลัดถิ่นเกือบ 700,000 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กมากถึง 200,000 คน หลังจากที่ในช่วงสุดสัปดาห์อิสราเอลเร่งโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
สำนักงานประสานงานบรรเทาทุกข์แห่งสหประชาชาติ (OCHA) ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตในเลบานอน 294 คน และบาดเจ็บมากกว่า 1,000 คน ในช่วง 8 วันแรกของสงคราม โดยเมื่อวันเสาร์ (7 มี.ค.69) อิสราเอลโจมตีเมืองนาบีชีททางตะวันออกของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 41 คน และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน นอกจากนี้ยังมีการโจมตีอีกหลายจังหวัด หลังจากที่กองทัพอิสราเอลออกคำสั่งอพยพเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ (2569) ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดทางใต้ของแม่น้ำลิทานี และชานเมืองทางใต้ของกรุงเบรุต
นายทอม เฟลตเชอร์ หัวหน้าสำนักงาน OCHA เตือนว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบต่อหลายประเทศในภูมิภาค รวมไปถึงประเทศอื่นๆ ที่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือในระดับสูงทั้งอัฟกานิสถาน ปากีสถาน ซูดาน ซูดานใต้ และยูเครน รวมไปถึงการแสดงให้เห็นถึงการไม่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศและสถาบันต่างๆ รวมถึงสหประชาชาติ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อป้องกันความขัดแย้ง
นอกจากนี้ การโจมตีเรือขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซยังทำให้การขนส่งสินค้าหยุดชะงัก ตามรายงานของ องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) มีลูกเรือประมาณ 20,000 คนติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (WFP) รายงานว่า ความขัดแย้งกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางอาหารในตะวันออกกลาง เพราะปริมาณสินค้าลดลง ผลผลิตทางการเกษตรลดลง ส่งผลให้ราคาอาหารสูงขึ้น โดยเตือนว่า หากไม่มีการแก้ไขปัญหา WFP อาจต้องลดปริมาณอาหารปันส่วนเหลือเพียงร้อยละ 25 ของความต้องการรายวันสำหรับประชาชนประมาณ 1.3 ล้านคน
…
#สงครามตะวันออกกลาง
#สหประชาชาติ